โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไซโนเปค” ลดกำลังผลิตน้ำมัน 10% เซ่นพิษฮอร์มุซ หวั่นกระทบซัพพลายเชนโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มี.ค.69) จากสำนักข่าวต่างประเทศ รอยเตอร์ บลูมเบิร์ก และออยล์ไพรซ์ รายงานความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานโลก ระบุว่า "ไซโนเปค" (Sinopec) บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของจีนและเจ้าของกำลังการผลิตโรงกลั่นอันดับหนึ่งของโลก มีแผนปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงมากกว่าร้อยละ 10 ภายในเดือนมีนาคมนี้ คิดเป็นปริมาณราว 600,000 ถึง 700,000 บาร์เรลต่อวัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่กระทบระบบโลจิสติกส์และการขนส่งน้ำมันดิบ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรง จนนำไปสู่การปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่งผลให้การลำเลียงทรัพยากรพลังงานเข้าสู่ประเทศจีนต้องหยุดชะงักลง

โดยในรายงานระบุว่า ไซโนเปคตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงสูงเนื่องจากสัดส่วนการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก โดยบริษัทนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากยอดการนำเข้ารวมทั้งหมดราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเส้นทางหลักของการเดินเรือถูกปิดกั้น จึงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ด้านพลังงานประเมินว่า การปรับลดกำลังการผลิตอย่างกะทันหันของบรษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีนในครั้งนี้ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และสร้างความท้าทายต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) พลังงานในระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดถึงแนวทางการรับมือของรัฐบาลจีนต่อวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...