กะเทยอีสาน ชีวิต LGBTQ+ ที่ไม่ได้บันเทิงแบบซีรีส์วาย
ลานหน้าสยามสแควร์กลับมาเล่าเรื่องราวความรักของ ‘โต้ง’ และ ‘มิว’ อีกครั้งในเทศกาลกรุงเทพกลางแปลงเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากสถานที่แห่งนี้เป็นฉากในภาพยนตร์ที่เมื่อดูทีไร… สายลมหนาวในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2007 ก็พัดพามากระทบผิวกายให้หวนนึกถึงบรรยากาศฤดูหนาวที่ ‘โต้งและมิว’ มาพบกันครั้งแรกและจากลาครั้งสุดท้ายที่สถานที่แห่งนี้
แต่หากภาพจำของชีวิต LGBTQ+ ในเมืองกรุงอย่าง ‘รักแห่งสยาม’ ดูเหมือนจะเป็นความรักวัย Coming of Age ที่สุดท้ายไม่ว่าความรู้สึกของชายทั้งสองจะไปไกลถึงขั้นเพื่อนสนิทเลื่อนไปเป็นแฟนในอนาคต หรือจะหยุดพักที่คำว่าเพื่อนตลอดไปก็ตามที คงเป็นเรื่องราวในโลกภาพยนตร์ที่คนดูหนังอาจจินตนาการถึงเรื่องราวหลังเอนเครดิตต่อไป
ตัดกลับมามองชีวิตของ LGBTQ+ ในพื้นที่ ‘อีสาน’ ผ่านเลนส์ภาพยนตร์แบบเดียวกัน คงจะเป็นความม่วนชื่ออีกแบบหนี่ง … หากท่านผู้อ่านเคยจรดสายตากับหนังสือ ‘บันทึกกะเทยอีสาน’ ที่เขียนโดย ‘ปณต ศรีนวล ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการประจำ GendersMatter’ เราจะพบว่าการค้นหาตัวตนและการยอมรับ เปิดเผยในเพศวิถีในแบบที่เราเป็นเป็นสิ่งท้าทายต่อสภาพแวดล้อมชนบทที่ผู้คนมีรากทางวัฒนธรรม จารีต แบบพื้นถิ่น ที่แทรกสอดมาด้วยโครงสร้างที่กดทับในการแสดงออกที่ไม่ว่าชายรักชาย หรือหญิงรักหญิงก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เมื่อการแสดงออกมิใช่แค่เราคนเดียวที่ต้องอึดอัด
นั้นเป็นเรื่องราวของโลกจริง ที่ lgbtq+ ต้องเผชิญและต้องฝ่าฟันมาด้วยเงื่อนไขจำนวนมาก…
มามองที่โลกภาพยนตร์ที่ผู้เขียนมีโอกาสทอดสายตารับชมชีวิต LGBTQ+ ผ่านจอแก้วที่หลายปีมานี้ผลิตออกมาเป็นอุตสาหกรรมซีรีส์ ทั้ง ‘วาย’ ที่นำเสนอภาพลักษณ์และเพศวิถีของผู้ชายด้วยกัน มารักกันในเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นเรื่อง ‘รุ่นพี่-รุ่นน้อง’ ที่วันดีคืนดีก็มารู้สึกรักกันด้วยสถานการณ์ที่พาเขาทั้งสองนำพาหัวใจและความใกล้ชิดมาอิ่งซบในช่วงเวลาหนึ่งจนก่อเกิดเป็นความรัก เช่นเรื่อง กลรักรุ่นพี่ , รุ่นพี่ Secret Love, SOTUS S The Series,
หรือจะเป็นภาพยนตร์ ‘ดี้’ ที่นำเสนอภาพของหญิงรักหญิง อย่าง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย , 1448 Love Among Us รักเราของใคร
แต่หากทั้งหมดนี้อาจกล่าวได้ว่าซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ผ่านตาผู้คนมา อาจเป็นเพียงฉากทัศน์พื้นหลังทางเพศของคนในเมืองเท่านั้น ช่วงปีที่ผ่านมามีซีรีส์ที่ผู้เขียนให้ความสนใจ ทั้งในฐานะนักเขียนบทความที่มักหมักมุ่นชอบหาอะไรที่น่าสนใจอ่านเหมือนการลิ้มรสกาแฟในเช้าวันเสาร์ แต่ในอีกบทบาทหนึ่งนั้นคือผู้เขียนเองเกิดและเติบโตมาในชนบทที่ชีวิตของการเป็น ‘LGBTQ+’ ไม่ได้ง่ายและสวยหรูอย่างโลกภาพยนต์ที่ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นปัญหาที่มีทางออก
นั้นจึงทำให้ ‘หน่าฮ่าน เดอะ ซีรีส์’ เป็นซีรีส์ที่เตะเข้ามาในสายตาของผู้เขียน ด้วยเรื่องราวความธรรมดาและความสนุกของแก๊งเพื่อนแห่งหมู่บ้านโนนหินแห ที่นำโดย ‘เติ้ลไม้” เด็กชายวัยมัธยมปลายที่บังเอิญชีวิตวัยเรียนต้องมาตกช้ำชั้น ม.5 จากคะแนนที่ไม่ถึง ทำให้เติ้ลไม้มาพบ ‘บักเค’ เด็ก ม.5 สายดื้อก่อเป็นเรื่องราวของความรักของวัยรุ่นหน้าฮ่าน อันเป็นเส้นเรื่องของแก๊งวัยแซ่บแห่งหมู่บ้านโนนหินแห ทีเวลาเลิกเรียนพร้อมที่จะเปลี่ยนชุดจากเสื่อนักเรียนสีขาวเป็นสาว-หนุ่ม หน้าฮ่านยามค่ำคืน เรายังไม่พูดถึงตัวละครอื่น อย่าง ‘เป๊กกี้-หอยกี้’ ซึ่งเป็นคู่แฝดสายเปรี้ยว ทั้งกะเทยและหญิง ซึ่งกลายเป็นภาพสะท้อน ‘พื้นที่-ที่ทาง-ตัวตน’ ของแก๊งเด็กในหมู่บ้านแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีแสงสีหรือแม้แต่แรงบันดาลใจในการทำให้พวกเขามีจุดหมาย ที่ฉากทัศน์ทางสังคมกระแสหลักคาดหวังให้เป็น อาจพูดกันแบบบ้าน ๆ เสมือนเล่าสู่กันฟังก็ได้ว่า ‘หน้าฮ่าน เดอะ ซีรีส์’ กำลังฉายแบบความจริงที่กำลังเกิดขึ้นในท้องที่ชนบทแบบอีสาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเติ้ลไม้ ที่แม้เพื่อนด้วยกันจะรู้ว่าชอบผู้ชาย แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่พูดออกมา ไม่ต้องพูดถึงฉากที่พยายามเอ่ยปากบอกครอบครัว
ความจริงหลายปีมานี้กระแส ‘ที่ทางเพศ’ ในฉากทัศน์ที่ไปไกลจากคนเมืองในเมืองกรุง เริ่มมีภาพออกมาผ่านภาพยนตร์และซีรีส์มากขึ้น แม้ว่าความจริงแล้วประเด็นเรื่องซีรีส์ LGBTQ+ จะมีประเด็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องซีรีส์พวกนี้ฉายภาพชีวิตคนของ LGBTQ+ ต่อสังคมให้สังคมรับรู้ในแง่หนึ่ง มันสามารถกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญของเหล่า LGBTQ+ ในการขับเคลื่อนชีวิตพวกเขาในโลกความเป็นจริงได้ไหม หรือจะเป็นการเสนออัตลักษณ์อันทับซ้อนที่ไปไกลว่า ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง แบบเควียร์ (Queer) ที่พยายามจะไม่นิยามเพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศในเกิดแก่เรือนร่างและวิถีตน
หากเรามองจักรวาลภาพยนตร์ LGBTQ+ ตั้งแต่รักแห่งสยาม จนถึง หน้าฮ่าน เดอะ ซีรีส์ ภาพจำอันหวานหอมของชีวิตธรรมดาของวัยรุ่นคราวเดียวกันที่ฉากทัศน์คนละสถานที่ อาจมีเรื่องราวทั้งสุขใจ หรือเรื่องราวนั้นเป็นการพยายามทำให้ช่องว่างของที่ทางเพศที่มีอยู่กลายเป็นความงดงาม เสมือนดอกกุหลาบสีแดงที่งดงามแต่ก้านกลับเต็มไปด้วยหนาม ชีวิตของผู้คนที่เป็น LGBTQ+ มักจะมีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน แม้ไม่เหมือนกันทั้งหมด เมื่อเริ่มต้นเราไม่รู้ว่าวิถีแบบเราคืออะไร กลายมาเป็นนิยาม ชาย-หญิง เมื่อแวดล้อมทางสังคมจำใจให้เราต้องเลือกกรอกลงในช่องบัตรประชาชน แต่หากเมื่อเราไม่ใช่… การเติบโตหลังจากที่เราเริ่มตระหนักต่อความรู้สึกว่าหัวใจของเราไม่ได้รักกับอีกคนด้วยครรลองแบบไทย จึงเป็นเรื่องราวที่แสนยากยิ่ง หลายคนเผชิญกับมันอยู่หลายปีกว่าจะวัน Coming of Age บางครั้งมันเจ็บปวด กลายเป็นบาดแผลที่ฝังลงลึกในห้วงจิตใจไม่ได้เลื่อนหายไป ดั่งเรื่องราวในภาพยนตร์
ภาพยนตร์ที่นำเสนอ LGBTQ+ หลายเรื่องที่ผ่านมาอาจผลิตขึ้นภายใต้เงื่อนไขหลายอย่าง ที่ไม่อาจตอบสนองความคาดหวังของสังคมที่ผู้คนเต็มไปด้วยความหลากหลายได้ทั้งหมด แต่หากเมื่อเรามองสายธารของชีวิต LGBTQ+ ที่ผู้เขียนพยายามจะพาท่านผู้อ่านคอยเดินมองตั้งแต่ ค.ศ. 2007 ที่ ‘รักแห่งสยาม’ เริ่มออกมาสู่สายตาชาวไทย ก่อนจะพาแวะมาที่ ‘บึกทึกกะเทยอีสาน’ เพื่อลิ้มรสชีวิตจริงที่เกิดขึ้นของกะเทยอีสาน ก่อนจะมาแวะที่ ‘หน้าฮ่าน เดอะ ซีรีส์’ ซีรีส์ที่สะท้อนสังคมอีสานในฉากทัศน์ที่ LGBTQ+ อาจมีนิยามและความหมายบนหน้าฮ่านหมอลำ เราอาจจะเห็นหลากเงื่อนไขและภาพสังคมที่สลับซับซ้อนต่อมิติของ LGBTQ+ ที่ในวันนี้มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงอีกต่อไป แต่ทั้งหมดนั้นกลับเป็นเรื่องของผู้คน หลายคน ที่โกลภาพยนตร์เป็นเสมือนแว่นตาในการมองไปในสักหนึ่งแง่มุม
#ThePublisher #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.thepublisherth.com