โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่มีเพียง 10 คัน พร้อมส่งมอบปลายปีนี้!

Car2day

อัพเดต 11 เม.ย. 2565 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2565 เวลา 05.00 น. • Car2Day

Bugatti Centodieci ถูกสร้างเพื่อแสดงความเคารพต่อหนึ่งในซุปเปอร์คาร์ที่ดุร้ายที่สุดในยุค 1990 นั่นคือ EB110 และเพื่อฉลองครบรอบ 110 ปีของบริษัท โดยกำลังจะเริ่มทำการผลิต Centodieci ไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ หลังจากที่รถยนต์ต้นแบบได้ออกทดสอบเป็นระยะทางกว่า 50,000 กม. และเพื่อให้แน่ใจว่าตัวรถจะสามารถจัดการกับการเดินทางได้โดยไม่สะดุด ในตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

Bugatti Centodieci

“White Prototype” ได้ผ่านการทดสอบในทุกสภาพการขับขี่ ซึ่งรวมถึงการวิ่งด้วยความเร็วสูง เส้นทางที่เน้นการควบคุม ทางหลวงและการจราจรภายในเมือง ซึ่งรถจะวิ่งเป็นระยะทาง 1,200 กม. ต่อวัน โดยจะหยุดเพื่อตรวจเช็คทางเทคนิค เปลี่ยนคนขับและเติมน้ำมันเท่านั้น

Bugatti Centodieci

ในทุกส่วนของ Centodieci จะได้รับการประเมินโดยนักขับทดสอบผู้เชี่ยวชาญที่เชี่ยวชาญด้านรถและฟังก์ชันต่างๆของรถ และสามารถรับรู้ถึงความแปรปรวนที่น้อยที่สุดในการบังคับเลี้ยว การเบรก การเร่งหรือช่วงล่าง “Centodieci ถูกขับเคลื่อนอย่างมั่นใจ เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด แม้ในสถานการณ์ที่รุนแรง แม้ว่ารถยนต์ส่วนใหญ่จะไม่เคยเข้าสู่ช่วงนี้ แต่รถยนต์ทุกคันก็ยังได้รับการทดสอบ” Carl Heilenkötter ผู้จัดการโครงการกล่าว “Bugatti มุ่งมั่นในมาตรฐานคุณภาพสูงสุด ความทนทา และความพึงพอใจของลูกค้า”

สำหรับการทดสอบครั้งสุดท้าย Centodieci จะใช้การทดสอบที่สนาม Nardo ในอิตาลี ด้วยเส้นทางยาว 12.6 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการเข้าถึงความเร็วสูงสุดของรถที่ 380 กม./ชม. ด้วยเครื่องยนต์ W16 Quad-Turbocharged ขนาด 8.0 ลิตร ซึ่งให้กำลัง 1,578 แรงม้า

Centodieci เป็นรถรุ่นพิเศษรุ่นที่ 2 โดยรุ่นแรกคือ La Voiture Noire (The Black Car) โดยชื่อ Centodieci มาจากภาษาอิตาลีที่แปลว่า 110 เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ 110 ปีของบริษัทและรูปลักษณ์ก็ยังได้รับแรงบันดาลใจจาก EB110 จากปี 1990 ที่มีช่องรับอากาศ 5 ช่อง กระจังหน้าทรงเกือกม้าขนาดเล็กและไฟหน้าทรงแคบ Centodieci จะถูกผลิตเพียง 10 คันเท่านั้น ราคาค่าตัวอยู่ที่ 8 ล้านยูโรหรือราๆ 296 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย Source: www.carscoops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...