โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศธ. ชี้แจงคำสั่งศาลปกครอง ปรับระเบียบทรงผมแล้ว ย้ำเปิดเสรี ไม่ปิดกั้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มี.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 09.40 น.
ภาพประกอบข่าว (Photo by Weichao Deng on Unsplash)

กระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงกรณีคำสั่งศาลปกครอง ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับเก่า ชี้ปรับระเบียบทรงผมแล้ว ย้ำเปิดเสรี ไม่ปิดกั้น

กรณีศาลปกครองสูงสุด เผยแพร่คำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ ฟร.24/2563 เพิกถอนกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่ไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียนนั้น

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า คำพิพากษาเรื่องดังกล่าวเป็นกฎกระทรวงฉบับเก่าตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งขณะนี้ศธ.ได้ปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 ตามข้อร้องเรียนของกลุ่มนักเรียนใหม่แล้ว โดยเปิดเสรีทรงผมนักเรียน และไม่ปิดกั้นการไว้ผมยาวหรือผมสั้นของนักเรียน แต่ต้องมีความเหมาะสมแต่งทรงผมให้สวยงาม

โดยในส่วนของการลงโทษนักเรียนเรื่องทรงผมนั้น ตนขอกำชับไปยังครูและผู้บริหารทุกคนว่า ต้องไม่มีการลงโทษเกินกว่าเหตุจนทำให้เด็กรู้สึกอับอาย เพราะการลงโทษได้ระบุไว้ในกฎหมายชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนประพฤติ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

นายสิริพงษ์ อังคเกียรติสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นในปี 2563 ที่แบ่งเป็นสองประเด็นด้วยกัน คือ 1.ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ซึ่งกำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการไว้ทรงผมและการใช้เครื่องสำอางของนักเรียนที่ออกมาในปี พ.ศ. 2518 และ 2.ประกาศกระทรวงเรื่องพฤติกรรมนักเรียนที่ยึดโยงกับประกาศของคณะปฏิวัติเป็นหลัก

ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวในอดีตมีการกล่าวถึงเรื่องของการให้อำนาจสถานศึกษาในการพิจารณาทรงผมของนักเรียน แต่บางสถานศึกษาอาจจะยังนำประกาศของคณะปฏิวัติมาใช้ในการกำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน และการกระทำอาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิของนักเรียน ศาลปกครองจึงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิวัติ

“เมื่อศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว ก็ถือว่าต่อไปนี้จะไม่มีการกำหนดทรงผมนักเรียน ซึ่งในส่วนของ ศธ.ได้ยกเลิกระเบียบทรงผมไปตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2566 แล้ว ส่วนการบังคับใช้คำสั่งศาลที่เกิดขึ้นในวันนี้ (5 มีนาคม) ก็จะถือว่าทรงผมนักเรียนจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมนักเรียน นอกจากนี้คำพิพากษาของศาลปกครองยังทำให้เห็นว่าการกระทำใด ๆ ที่ล่วงละเมิดต่อสิทธิเด็กนั้นจะไม่สามารถกระทำได้อย่างแน่นอน เช่น การบังคับกล้อนผม เป็นต้น” นายสิริพงษ์กล่าว

นายสิริพงษ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ศธ.ก็ต้องขอย้ำว่าแม้จะให้อำนาจสถานศึกษาในการพิจารณาทรงผมของนักเรียน สถานศึกษาเองก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงลำพังเพราะต้องมีการหารือกับตัวแทนผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม และในกรณีที่พบนักเรียนไม่ทำตามระเบียบที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาทำได้เพียงการพูดคุยปรับความเข้าใจกับนักเรียนเท่านั้น ไม่สามารถใช้วิธีที่ละเมิดสิทธิและกระทบต่อจิตใจเด็กได้

“ในส่วนของ ศธ.ได้มีการให้ฝ่ายกฏหมายตรวจสอบคำพิพากษาศาลฉบับเต็มเพื่อตรวจสอบรายละเอียดและปรับกฏกระทรวงให้เป็นไปตามคำพิพากษาหากมีส่วนที่ต้องปรับ แต่เบื้องต้นเท่าที่ดูจากคำพิพากษาฉบับย่อยังไม่มีส่วนไหนที่จะต้องปรับ รวมถึงขอให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ ด้วยว่า การยกเลิกประกาศคำสั่งคณะปฏิวัติ จะมีผลกระทบไปถึงส่วนใด นอกจากเรื่องทรงผมอีกบ้าง“ นายสิริพงษ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศธ. ชี้แจงคำสั่งศาลปกครอง ปรับระเบียบทรงผมแล้ว ย้ำเปิดเสรี ไม่ปิดกั้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...