โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าขี้จุ๊!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นับตั้งแต่เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล และกุมบังเหียนเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด “โมนิก้า” ก็เอาใจช่วยรัฐบาลแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะต้องการให้พรรคสีแดงได้โชว์ฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์ให้เห็นกันถ้วนหน้า แต่อีฉันรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นมีอะไรออกมาจากกระบอกไม้ไผ่เสียที จึงเริ่มหมดความอดทนกับคนที่เป็นผู้นำประเทศ เพราะได้แสดงให้เห็นความไม่ประสีประสาอะไรเลยนะพ่อคุณ..แม่คุณ!

งานนี้ไล่เรียงตั้งแต่ “ขุนคลัง”จนไปถึงเจ้ากระทรวงพาณิชย์ที่ผู้คนให้ฉายารัฐมนตรีโลกลืม ก็ไม่มีผลงานอะไรออกมาให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งทำให้ผู้คนนินทาสนุกปากว่า ทำพรือ! และเรื่องนี้ก็ถูกตอกย้ำด้วยแรงขายที่สาดหุ้นไทยไม่หยุดหย่อน (กองทุน ต่างชาติ ขายยับ) จนดัชนีร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 1,206.39 จุด ลบไป 29.46 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.01 หมื่นล้านบาท แต่คุณพี่ก็ยังมีหน้ามาบอกให้ทุกคนเชื่อว่า ดัชนีไม่หลุด 1,200 จุดหรอกจ้า!

ที่น่าสนใจคือ โทรโข่งรัฐบาลออกมาพ่นน้ำลายเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังดันจีดีพีไตรมาส 1 โต 3.2% แบบนี้ “โมนิก้า” อยากรู้จริง ๆ มันจะเอาอะไรมากระตุ้น เพราะสิ่งที่เห็นก็คือ ท่องเที่ยวชะลอตัวเพราะจีนเปลี่ยนไปเที่ยวญี่ปุ่นแทน ส่วนธุรกิจค้าขายก็โดนสินค้าจีนตีสินค้าไทยยับเยิน หรือแม้กระทั่งธุรกิจยุคใหม่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมประเทศไทย ก็ไม่มีใครคิดจะเข้ามาลงทุนแบบเต็มตัว..ชาวหุ้นเขาเลยเม้าท์ให้แซ่ดว่า อย่าฝอยนะตัวเอง

ประกอบกับคุณ ๆ ท่าน ๆ ยังไม่ได้อธิบายถึงผลกระทบที่เกิดจากสงครามการค้าที่งวดเข้ามาทุกที และจนป่านนี้ยังไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนว่า ไทยโดนหนักไหม? ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้นักลงทุนไม่สบายใจอย่างแรง และเจ้าของกิจการก็ยังรู้สึกมึนตึ้บอยู่เลย และเมื่อนำประเด็นดังกล่าวมาผนวกรวมกับฤดูขึ้น XDจึงทำให้ตลาดหุ้นไทยเละเป็นโจ๊กเหมือนกับที่เห็นวานนี้แหละค่ะ

ขนาดหุ้นไซด์กลางที่เต็มไปด้วยนักลงทุนวีไอคับคั่งอย่าง KAMARTยังถูกรินขายตั้งแต่เช้าจรดเย็น พร้อมกับยืนปิดที่ระดับ 8.90 บาท ลบไป 1.20 บาท หรือลงไป 11.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 163 ล้านบาท น่าจะเป็นภาพที่ฟ้องให้รู้ว่า นักเล่นถอดใจกันเป็นแถว เพราะเมื่อลงในรายละเอียดของกำไรปี 67 ที่ยังโต ก็ไม่มีเหตุผลไหนที่ทำให้ขาประจำพากันเปิดตูดหนี ยกเว้นเรื่องเดียวคือ ไม่มั่นใจกำไรไตรมาส 1 จะออกมาดีน่ะซี

เช่นเดียวกับอาการที่เกิดขึ้นกับหุ้น ICHI ก็มีลักษณะคล้ายกันกับรายข้างต้นที่เล่าให้ฟัง “โมนิก้า” จึงไม่ต้องอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นลงมากองยู่ที่ 12.40 บาท ลบไป 1.10 บาท หรือลงไป 8.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 264 ล้านบาท ให้เสียเวลา เพราะแค่มองในมุมของการเทรดบน PE 12 เท่า พ่วงด้วยอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ระดับ 5%ก็ยังไม่มีใครให้ความสนใจแบบนี้..เดี๊ยนฟันธงว่า เขากลัวกำไรไตรมาส 1 จะออกมาไม่ดีเหมือนไตรมาส 4 ปี 67 น่ะซี

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น BCPGเป็นรายถัดมา เพราะเมื่อดูจากกำไรปี 67 โตดีมาก แต่กลับโดนเทขายทิ้งแบบไม่มีเยื่อใย จนราคาหุ้นลงมากองอยู่ที่ 5.95 บาท ลบไป 0.80 บาท หรือลงไป 11.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท เดี๊ยนมองเป็นเรื่องที่ไม่เมคเซ้นส์เอาเสียเลย และก็ทำได้แค่เพียงบอกให้แฟนคลับที่มีเงินเย็นหาจังหวะลงทุน ซึ่งเป็นผลมาจาก PE 11 เท่าและยีลด์ 5% เจ้าค่ะ

เรื่องข้างต้นทำให้เดี๊ยนต้องเอ่ยถึงหุ้น BAMขึ้นมาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้คิดว่า งบปี 67 จะไม่โต..แต่สุดท้ายกำไรก็โตขึ้นจริงซึ่งเป็นเรื่องที่ “โมนิก้า” ต้องขอถอนคำพูดที่เคยมองหุ้นตัวนี้ไม่เจ๋ง และหันมาสนับสนุนให้นักลงทุนเข้ามาเล่นใหม่ แต่เมื่อเหลือบดูแรงขายที่ถล่มใส่หุ้น จนลงมากองอยู่ที่ 6 บาท ลบไป 0.45 บาท หรือลงไป 7% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 366 ล้านบาท ใครจะกล้าเข้ามาซื้อหุ้นล่ะคะ

ตบท้ายที่เรื่องตลกหกเก้าของ WHAกันสักหน่อย เพราะมีการ่อนจดหมายชี้แจงให้ทุกคนรู้ว่า กำไรโต!พร้อมกับย้ำว่าเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ แต่ที่คนเล่นหุ้นเขามองกันคือ บรรทัดสุดท้ายที่เขาเรียกกันว่า “กำไรสุทธิ” (มันไม่โต) จึงกลายเป็นประเด็นที่ชาวหุ้นหัวเราะคิกคัก เพราะไม่เคยคิดกันมาก่อนว่า บริษัทใหญ่โตจะทำเรื่องขี้ปะติ๋วให้เป็นเรื่องใหญ่..อิอิอิ

โมนิก้า: และทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...