โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับ 'จริยา เสนพงศ์' – เมื่อโลกมีเพียงใบเดียว เราจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าได้อย่างไร?

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 23.03 น.
re-generation-cover

นักรณรงค์สิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นกระบอกเสียง สร้างความตระหนักรู้ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งในระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ “จริยา เสนพงศ์” หรือ “มุก” คือหนึ่งในผู้ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมายาวนานกว่า 17 ปี ปัจจุบันเธอคือผู้ร่วมก่อตั้ง “RE Generation โครงการก๊วนหิวแสง” โดยการรวมกลุ่มเพื่อซื้อโซลาร์ในราคาที่ถูกกว่า แต่ยังคงคุณภาพที่ดีไว้ดังเดิม

มุก-จริยา เสนพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง “RE Generation โครงการก๊วนหิวแสง”
(จริยา เสนพงศ์)

คุณมุกเริ่มต้นก้าวเข้าสู่การเป็นนักรณรงค์สิ่งแวดล้อมด้วยการทำงานอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำสัตว์ป่าและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของเด็กและเยาวชน ก่อนที่จะขยับตัวมาทำงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในประเด็นนโยบายพลังงาน การปลดระวางถ่านหิน มลพิษทางอากาศ การเปลี่ยนผ่านจากการใช้ก๊าซฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียน และเมืองพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเธอได้เล่าถึงวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่าง RE Generation ที่เธอได้ร่วมก่อตั้งขึ้นมาว่า

“ตอนนี้เราเปิดตัวแคมเปญ “ก๊วนหิวแสง” หรือ RE Generation ร่วมกับกองทุนแสงอาทิตย์ สภาองค์กรผู้บริโภค และองค์กรผู้บริโภคสากล เปิดโมเดลการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบใหม่ คือชวนคนมาติดโซลาร์ด้วยกันในราคาถูกกว่า คุณภาพได้มาตรฐาน วางใจได้ โดยที่เราดำเนินการเรื่องขออนุญาตให้ครบ จบทุกหลังคา พร้อมบริการหลังติดตั้ง

ส่วนอีกหนึ่งจะเป็นงานในระดับนโยบายตามประกาศแต่งตั้งคณะอนุกรรมธิการศึกษาปรับลดและปลดระวางถ่านหินเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ไม่เป็นธรรมในประเทศไทย นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ของรัฐสภาที่มีการทำงานร่วมกันของตัวแทนสภาผู้แทนราษฎร หน่วยงานภาครัฐด้านแผนพลังงานและการไฟฟ้า ภาคเอกชนที่อยู่ในห่วงโซ่ผู้ผลิต ผู้ลงทุน ผู้นำเข้าถ่านหิน และตัวแทนของอนุกรรมาธิการเพื่อจัดทำรายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเรามีความหวังว่ารัฐบาลปัจจุบันและรัฐบาลหลังจากนี้จะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการปลดระวางถ่านหินให้เกิดขึ้นจริงได้”

เราคิดว่าประเด็นเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสากล ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียวกันของเราทุกคน

พลังงานและสิ่งแวดล้อม คือเรื่องสากลของทุกคนบนโลก
หลังจากอธิบายให้เราได้รู้จักกับงานปัจจุบันที่เธอกำลังขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว คุณมุกยังเล่าถึงสถานการณ์ของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทั้งประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ว่า

“เราคิดว่าประเด็นเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสากล ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียวกันของเราทุกคน ไม่ว่าจะประเทศไทยหรือชาติใดในโลก และ ณ เวลานี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเบ้งที่มีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเราเคยเป็นประเทศที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกที่เสี่ยงกับภัยพิบัติ ถึงแม้ว่าการจัดลำดับครั้งล่าสุด ค่าดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศระยะยาวที่ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในช่วงระยะเวลา 30 ปี (1993-2022) ของไทยจะลดลง แต่หากดูจากการประเมินและติดตามในเชิงนโยบายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังถือว่าทำได้ไม่ดีพอ และยังเป็นกลุ่มประเทศที่รั้งท้ายอีกด้วย

ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน แต่ทิศทางของผู้นำประเทศเหล่านี้ชี้ชัดไปที่การเปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินไปสู่การนำเข้าก๊าซฟอสซิลอย่าง LNG (Liquefied Natural Gas – ก๊าซธรรมชาติเหลว) เพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่มาจากการ์ต้า ออสเตรเลีย อเมริกา และอีกหลายประเทศ รวมทั้งการนำเข้ามหาศาลจากญี่ปุ่นเพื่อเอา LNG มาทำกำไรขายต่อให้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น ภาระค่าไฟจึงตกเป็นของผู้บริโภค

สุดท้าย ประเทศที่รวย ต่อให้เจอภัยพิบัติก็ยังมีโอกาสในการฟื้นตัวมากกว่าประเทศที่อยู่ในสถานะปานกลาง และยากจน เพราะยิ่งเจอภัยพิบัติซ้ำและถี่ก็จะยิ่งฟื้นตัวยาก ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำยิ่งมีมากขึ้น ทำให้กระทบอย่างทั่วถึงกันหมด เพราะว่าเราใช้โลกใบเดียวกัน ตราบใดที่เราแยกโลกไม่ได้หรือหาโลกเพิ่มไม่ได้ เราทุกคนต้องแบกโลกใบนี้ไว้ด้วยกัน”

(จริยา เสนพงศ์)

“เด็ก” และ “วาฬ” จุดเริ่มต้นการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม
คุณมุกยังได้ย้อนกลับไปเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้เธอมีความสนใจงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ฟังว่า ช่วงที่เธอยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน คุณมุกมีโอกาสได้ฝึกงานที่สำนักงานอัยการสูงสุด คดีเยาวชนและครอบครัว ทำให้ได้เห็นปัญหาในห้องพิจารณาคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และยาเสพติด ประกอบกับดีเอ็นเอความเป็นนักเดินทาง ช่วงปิดเทอมจึงมักเป็นเวลาร่วมทำค่ายอาสาพัฒนาชนบทในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้พบว่ามีเรื่องราวการแย่งชิงทรัพยากรที่ดินทำกิน ป่าไม้ ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย

“หลังจากเรียนจบ เราเริ่มทำงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนราว 3 ปี จากนั้นจึงเริ่มต้นทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มตัว จริง ๆ ไม่เคยรู้จักองค์กรระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง International Non-Government Organization หรือเอ็นจีโอระหว่างประเทศมาก่อน แต่ตอนนั้นเห็นองค์กรระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอย่างองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund: WWF) เปิดรับสมัครในตำแหน่งที่อยากทำ และที่สำคัญมีโลโก้แพนด้า เห็นปุ๊บเรียกได้ว่าชอบปั๊บ แล้วก็คิดว่าวันหนึ่งคงจะได้เห็นแพนด้าบ้าง แต่พอทำงานจริงก็ได้ลงพื้นที่ชุ่มน้ำ เข้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวรร่วมกับทีมป่าไม้ เจอทั้งรอยเท้าเสือ หมี ช้าง ภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่า การอยู่ในป่า และการใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกันของชุมชน รวมถึงความทับซ้อนและซับซ้อนในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ

สิ่งที่เราได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ที่ศาลเยาวชน มาจนถึง WWF จากวันนั้นในห้องพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน มีอะไรมากกว่านั้น หนึ่งในคำตอบคือครอบครัว และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือครอบครัวที่มีความมั่นคงทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม”

หลังจากนั้นคุณมุกได้ออกจากงานประจำ และเดินทางเพื่อเรียนภาษาอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะได้มาเริ่มต้นทำงานกับกรีนพีซ ซึ่งกำลังเปิดรับสมัครนักรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“เราว่ามันเป็นงานยาก แต่เราเห็นการรณรงค์หยุดล่าวาฬ ซึ่งเป็นแคมเปญที่อยู่ในใจของใครหลายคน และหนึ่งในนั้นคือเราเอง เราชอบวาฬ เลยส่งใบสมัครงานนี้ และวาฬก็นำพาให้เราได้มาทำงานกับกรีนพีซนานเกือบ 15 ปี”

การได้เห็นทุกคนร่วมมือกันช่วยโลก คือแรงใจสำคัญในการทำงาน
การที่เธอได้ทำงานด้านการรณรงค์สิ่งแวดล้อมมามากกว่า 17 ปี ทำให้คุณมุกได้เห็นความซับซ้อนของปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากกลุ่มทุนเรื่องพลังงาน หรือแม้แต่มิติทางการเมืองด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่อีกมุมที่ได้เห็นและทำให้รู้สึกมีพลังใจในการทำงานต่อไปคือ “เราได้เห็นคนทำงาน เห็นชุมชน และผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ต่อสู้ ลงมือสร้างการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดร่วมกัน ทางเลือกและทางรอดมันลดทอนลงทุกนาที ทุกสิ่งล้วนมีอายุขัย เพียงแค่ว่าอะไรที่จะไปเป็นตัวเร่งให้อายุขัยนั้นสั้นกว่าเดิม ถ้าเราทุกคนเห็นว่าเดี๋ยวก็ตายกันหมดแล้ว โลกก็จะตายแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร เราทุกคนสามารถใช้ชีวิต ใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องสนใจสิ่งใด แต่สิ่งที่เราต้องคิดคือ ก่อนพวกเราจะตาย ก่อนโลกจะตาย เรายังต้องอยู่ในวงกลมของการรับผลกระทบเรื้อรังจากหายนะทางสิ่งแวดล้อมนั้น”

(จริยา เสนพงศ์)

“โลกร้อน” ปัญหาใหญ่ของโลกที่เราทุกคนต้องช่วยกันอย่างเร่งด่วน
คุณมุกยังได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องโลกร้อนในปัจจุบันว่าเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด เธอว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ สภาพอากาศแปรปรวนสุดขีด บ่งชี้ให้เห็นอย่างแจ่มชัดเหลือเกินว่าเราเลยระดับที่จะต้องให้ความสำคัญมาแล้ว เพราะเหล่านี้คือการสะท้อนให้เห็นว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังมุ่งไปที่จุดสูงสุดร่วมกัน นั่นหมายถึงการนับเวลาถอยหลัง และเป็นความเร่งด่วนที่ทุกคนต้องลงมือช่วยกันทำให้ดีที่สุด

“วาระด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องเป็นวาระแห่งชาติ เพราะถ้าเรามองในมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืน เราจะพบว่า ทุกสิ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน”

เรามองว่า ถ้าตัวเรากระเพื่อม เพื่อนกระเพื่อม บ้านกระเพื่อม ชุมชนกระเพื่อม เมืองกระเพื่อม โลกก็จะกระเพื่อม

จากประสบการณ์การทำงานในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน คุณมุกว่า ประเทศไทยยังต้องมีเจตจำนงทางการเมืองด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่แน่วแน่และจริงจังมากกว่านี้ และในส่วนของเธอก็อยากเห็นโลกที่กลับมาอยู่เหมือนดังวันวาน เพราะไม่ว่าจะประเทศหรือโลกนั้น ต่างก็เป็นเหมือนครอบครัว

“การทำแคมเปญที่ทำให้บ้านมีไฟฟ้าใช้จากหลังคาบ้านของตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ลดภาระการปล่อยมลพิษทางอากาศจากฟอลซิลทั้งถ่านหินและก๊าซในการผลิตไฟฟ้า มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพน้อยลงจากปกติ รวมทั้งวิกฤตโลกร้อนที่ต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากการใช้ฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าสู่พลังงานหมุนเวียน มันไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ เชื้อเพลิงพลังงานแต่ละอย่างก็ยังคงสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพียงแต่ว่าในช่วงการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุคสมัย มีทางออกและทางรอดเกิดขึ้น เราเองต้องเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และตัดสินใจร่วมกันที่จะเลือกทางรอดที่มีโอกาสมากที่สุด และสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุดในช่วงเวลานั้น”

(จริยา เสนพงศ์)

ทุกคนต่างล้วนเป็นแรงกระเพื่อมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก
คุณมุกว่า หากทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อนที่เราทุกคนในโลกกำลังเผชิญอยู่นี้ ยังคงมีหนทางแห่งความหวัง

“เรามองว่า ถ้าตัวเรากระเพื่อม เพื่อนกระเพื่อม บ้านกระเพื่อม ชุมชนกระเพื่อม เมืองกระเพื่อม โลกก็จะกระเพื่อม ไม่ว่าใครจะกระเพื่อมก่อนและไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เราทุกคนกำลังรับภาระและรับมือกับหายนะทางสิ่งแวดล้อมทุกนาที เพียงแค่ว่าเราจะเห็นว่ามันเป็นภาระและหายนะหรือยังก็เท่านั้นเอง หากเราเห็น ทุกคนจำเป็นต้องรีบกระเพื่อมด้วยกันภายใต้บทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน ยิ่งเรากระเพื่อมช้า เราก็จะจมเร็ว

โลกไม่ได้มี 2 ใบ เรามีโกลบเพียงแค่ใบเดียว เราไม่ได้โลกสวยนะ แต่เราคิดว่าการมีโอกาสใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่สวยงามใบนี้มันคือความคุ้มค่า”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

วิดีโอ

เรวัช เล่า ประวัติ น.อ.ธรรมนูญ สุดยอดนักรบ สู้ยิบตาที่นราธิวาส ตา_ 16 ศ_ ถาม ไม่เลี้ยงคนแบบนี้ จะไปเลี้ยงใคร

BRIGHTTV.CO.TH

หลังสงกรานต์ปิดช่องทางหลัก ถ.กาญจนาภิเษก บางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว ทำมอเตอร์เวย์เก็บเงิน

Manager Online

สภาพอากาศวันนี้ -10 เม.ย.ไทยอากาศร้อนถึงร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง

ฐานเศรษฐกิจ

หนุ่มต่างชาติน้อยใจแฟนสาวสอง ปีนระเบียงสูง 3 ชั้นเรียกร้องความสนใจ

เดลินิวส์

อึ้งยอดบริจาคทำบุญผ้าป่าเพื่อการศึกษา แต่ละคนเด็ดดวงทั้งนั้น น้อยสุด 0.01 บาท

Khaosod

‘พระสิ้นคิด-ทนาย’ แจงปม ‘พยัคฆ์ไพร’ บุกวัด ยัน ‘ไม่ท้อใจ-ไม่ถอย’ แน่นอน

เดลินิวส์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...