โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทรัมป์” ขึ้นภาษีนำเข้าจีนรวม 145% “ปักกิ่ง” สวนกลับแบนหนังฮอลลีวูด-จับมือ EU กดดันสหรัฐ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 01.35 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ในวันพฤหัสบดี (10 เม.ย.68) ตามเวลาท้องถิ่น ยืนยันว่า สหรัฐอเมริกา จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน รวม 145% โดยประกอบด้วยภาษี 125% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันก่อนหน้า และภาษี 20% ที่เคยจัดเก็บมาก่อนหน้านี้เพื่อลงโทษจีนกรณีเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งเฟนทานิลเข้าสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ยังมีภาษีจากยุคแรกของทรัมป์ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ เช่น ภาษี 25% สำหรับเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงภาษีเฉพาะกลุ่มเพื่อลงโทษการละเมิดกฎการค้าของสหรัฐฯ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างความสับสนให้กับผู้ประกอบการในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลายพันดอลลาร์ต่อคอนเทนเนอร์สินค้า

จีนตอบโต้ทันควัน แบนหนังฮอลลีวูด-ขยับเกมการทูต

รัฐบาลปักกิ่งตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศจำกัดการนำเข้าภาพยนตร์จากฮอลลีวูด โดยสำนักงานภาพยนตร์แห่งชาติจีนระบุว่า มาตรการนี้สอดคล้องกับรสนิยมผู้ชมและกลไกตลาด เนื่องจากปัจจุบันภาพยนตร์จากสหรัฐฯ มีส่วนแบ่งรายได้ บ็อกซ์ออฟฟิศในจีนเพียง 5% เท่านั้น โดย Avengers: Endgame เป็นเพียงเรื่องเดียวจากฮอลลีวูดที่ติด Top 20 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลในจีน

ขณะเดียวกัน จีนยังคงใช้อัตราภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ ที่ 84% ครอบคลุมสินค้าเกษตร พลังงาน และอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ในมิติการทูต จีนเร่งสร้างแนวร่วมกับสหภาพยุโรป (EU) เพื่อกดดันสหรัฐฯ โดยล่าสุด หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับ เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อย้ำจุดยืนร่วมในด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน หวัง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์ของจีน ก็ได้ประชุมกับมารอส เซฟโควิก กรรมาธิการการค้าของ EU เพื่อส่งสัญญาณร่วมกันในการปกป้องระเบียบเศรษฐกิจพหุภาคี และเสถียรภาพการค้าโลก

ด้าน EU เองก็กำลังเร่งสร้างแนวร่วมกับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ เช่น แคนาดา, เม็กซิโก และออสเตรเลีย เพื่อแสดงจุดยืนต้าน “ทรัมป์โนมิกส์ 2.0” ในระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...