ไม่มีมะนาวเหลือง? 5 อันดับผักและผลไม้ในญี่ปุ่นที่มีวิตามินซีสูงสุด
วิตามินซีมีความสำคัญในการช่วยป้องกันไข้หวัดและช่วยให้ผิวพรรณสวยงาม เมื่อพูดถึงวิตามินซีคนญี่ปุ่นจำนวนมากมักนึกถึงมะนาวเหลือง แต่ในความเป็นจริงแล้วมะนาวเหลืองเป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีต่ำ ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มารู้ประโยชน์ของวิตามินซี และ 5 อันดับผักและผลไม้ในญี่ปุ่นที่มีวิตามินซีสูงสุดกันค่ะ
ประโยชน์ของวิตามินซี
วิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย ป้องกันความเหนื่อยล้าและอารมณ์หงุดหงิด เสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือด และมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดให้น้อยลง
ปริมาณวิตามินซีในมะนาวเหลือง
เมื่อป่วยเป็นหวัดคนส่วนใหญ่แนะนำให้รับประทาน มะนาวเหลือง (หรือมะนาวไทย) เพื่อรับวิตามินซี แม้ว่าจะมีภาพลักษณ์ว่ามีวิตามินซีสูง แต่จริง ๆ แล้วน้ำมะนาวเหลืองหนึ่งผลมีปริมาณวิตามินซีเพียง 20 มิลลิกรัม โดยปริมาณวิตามินซีที่แนะนำให้ผู้ใหญ่รับประทานต่อวันคือ 100 มิลลิกรัม หากต้องการรับวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอจากมะนาวเหลืองก็ต้องใช้มะนาวเหลืองถึง 5 ผล เช่นเดียวกับมะนาวไทยที่มีปริมาณวิตามินซีเพียง 29.1 มิลลิกรัมจากมะนาว 100 กรัมหรือประมาณ 2-3 ผล
5 อันดับผักญี่ปุ่นที่มีปริมาณวิตามินซีสูงสุด (ปริมาณผัก 100 กรัม)
- อันดับที่ 1: พริกหวานสีแดง: 170 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 2: กะหล่ำดาว: 160 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 3: พริกหวานสีเหลือง: 150 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 4 : บรอกโคลี: 140 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 5: กะหล่ำดอก: 81 มิลลิกรัม
5 อันดับผลไม้ญี่ปุ่นที่มีปริมาณวิตามินซีสูงสุด (ปริมาณผลไม้ 100 กรัม)
- อันดับที่ 1: อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry): 800~1,700 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 2: กีวี่สีทอง: 140 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 3: กีวี่สีเขียว: 71 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 4: สตรอว์เบอร์รี: 62 มิลลิกรัม
- อันดับที่ 5: ส้มนาเวล (Navel): 60 มิลลิกรัม
วิธีการรับประทานอาหารเพื่อรับวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและถูกทำลายได้ง่ายโดยความร้อน สำหรับผลไม้ควรหลีกเลี่ยงการปอกและหั่นแช่น้ำเป็นเวลานาน ส่วนผักที่ต้องผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อนก็ควรต้มหรือผัดในเวลาอันสั้น เนื่องจากวิตามินซีละลายน้ำได้ วิตามินซีส่วนเกินความจำเป็นของร่างกายจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารในปริมาณมากเกินความจำเป็นเพื่อรับวิตามินซี การรับประทานในปริมาณที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน (100 มิลลิกรัม) เป็นประจำทุกวันก็จะมีผลในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายและด้านความงาม
ในช่วงที่อากาศหนาวเราอาจรู้สึกเหนื่อยและป่วยได้ง่าย เพื่อคงสุขภาพที่แข็งแรงในการต่อสู้กับความหนาวและอากาศเปลี่ยนแปลง ก็ชวนมารับประทานวิตามินซีในปริมาณที่พอเหมาะจากผักและผลไม้เป็นประจำทุกวันกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp