โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อุทาหรณ์! ชายวัย 54 ดื่มเหล้าแก้หนาว สุดท้ายพบเป็นศพเสียชีวิตภายในบ้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 04.03 น.

13 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.อภิชา เตียงประโคน สารวัตร (สอบสวน) สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเสียชีวิตในบ้าน หมู่ 2 ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จึงประสานหน่วยกู้ภัยร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบร่างนายวินัย อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิต ตรวจสอบร่างกายเบื้องต้นไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้าย

สอบถามนายภูกฤษ น้องชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติพี่ชายจะอยู่บ้านคนเดียว ทุกวันจะออกมาเล่นอยู่หน้าบ้าน วันนี้ไม่เห็นจึงเข้าไปดู พบว่าเสียชีวิตแล้ว ยอมรับว่าพี่ชายชอบดื่มเหล้าประจำ เชื่อว่าพี่ชายน่าจะดื่มหนัก ประกอบกับสภาพอากาศหนาวเย็น ด้าน นางอนง พี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติน้องชายจะดื่มเหล้าขาวทุกวัน น้องชายมักชวนเพื่อนมาดื่ม บอกว่าดื่มแก้หนาว พยายามห้ามแล้วน้องไม่สนใจ บอกว่ายอมตายเพราะเหล้า สุดท้ายเป็นเหมือนคำพูด

ขณะที่ นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ย้ำว่า การดื่มเหล้าหวังจะแก้หนาวของคอเหล้าเป็นความเชื่อที่ผิดๆ การดื่มเหล้าแก้หนาวมีโทษมากกว่า เพราะการดื่มเหล้าจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากขึ้นกว่าปกติ ก็จะทำให้อุณภูมิในร่างกายลดต่ำลง และถ้าคนเมาจนหมดสติ อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ เพราะอุณหภูมิจะลดต่ำลงมาก

ทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นการดื่มเหล้าไม่ใช่เป็นการแก้หนาว แต่อาจจะแก้ได้เพียงชั่วคราว การป้องกันควรจะสวมเสื้อผ้าเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ที่ผ่านมามักจะพบผู้เสียชีวิตในลักษณะนี้เป็นประจำ แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไป เช่นกรณีที่ดื่มเหล้าเยอะแล้วเสียชีวิต ที่ปรากฎทางสื่อสารมวลชนก็มีปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง เราควรจะดื่มปริมาณไหนหรือป้องกันตัวอย่างไร

ภาพจาก โจโฉ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...