โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตามเกมเดนมาร์ก-เกาหลี ชู Wellness – วัตถุดิบโลคอล Soft Power อุ้มเศรษฐกิจประเทศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 11.04 น.

รวิศ CEO “ศรีจันทร์” มอง Wellness - วัตถุดิบไทยมีโอกาสแจ้งเกิดเป็น Soft Power ตามรอย “Novo Nordisk” ยาเบาหวานเซฟ เดนมาร์ก จาก “Economic Crisis” แบรนด์เครื่องสำอางค์เกาหลีแทกทีมชู “วัตถุดิบโลคอล” Raw Material เดียวเล่นทั้งตลาดพร้อมโปรโมตผ่านซีรีส์

นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศรีจันทร์สหโอสถ เปิดเผยผ่าน Chula Thailand Presidents Summit 2025 หัวข้อ Future Thailand: Soft Power ว่า ในอดีต “รถยนต์” เป็นสิ่งที่ถูก Define Luxury เป็นตัวบ่งบอกสถานะของเจ้าของได้มาตลอด 100 ปี แต่ทุกวันนี้การเข้ามาถึงของ “EV จีน” ทำให้ในอนาคต 5 ปีข้างหน้าคนอาจเลือกรถยนต์เหมือนเลือกทีวี และรถยนต์อาจไม่ใช่ Define luxury อีกต่อไป

แต่ในอนาคต Wellness จะกลายเป็นพาร์ทหนึ่งของ Luxury ซึ่ง Wellness ของประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมาก แต่มีประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคือ “เดนมาร์ก” หากย้อนกลับไปดู 2 ไตรมาสก่อน “หุ้นปั่นป่วน” จะเห็นว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ “Novo Nordisk” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยารักษา “เบาหวาน” ซึ่งมียาชื่อ“Ozempic” ที่ทำให้คนสามารถลดน้ำหนักได้ 15% ของบอดี้เวทและมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย กลายเป็น “POP CULTURE” ที่สุดตั้งแต่มีการนำผลข้างเคียงของยามามาใช้ลดน้ำหนักปัจจุบันชาวอเมริกา 1 ใน 8 ใช้ “Ozempic” ในการลดน้ำหนัก

“วันนี้กำไรของ “Novo Nordisk” เกือบทั้งหมดมาจากยา Ozempic ซึ่งช่วยเซฟ เดนมาร์ก จาก“Economic Crisis” ตอนนี้มาร์เก็ตแคปของ Novo Nordisk ใหญ่กว่า GDP ของ เดนมาร์ก ทุกครั้งที่จะมีออเดอร์ใหม่เข้า Novo Nordisk จะต้องโทรหาผู้ว่าแบงก์ชาติเพื่อป้องกันเงินแข็งค่า จะเห็นว่าธุรกิจนี้ไม่ได้ขายยาแต่ขายสิ่งที่มนุษย์ทำได้ยากมากที่สุดก็คือควบคุมน้ำหนักของตัวเอง”

ทั้งนี้ประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องของ “เวลเนส” ซึ่งมีทั้งอาหาร ท่องเที่ยว บริการ สุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง หากอนาคต ไทยสามารถทำได้พร้อมกันหลายเรื่องเช่น “วัตถุดิบ” นำเทคโนโลยีเข้าใส่ก็จะสามารถอัพเกรดได้ทั้งแวลูเชน เช่น “ขิง” ถ้าสามารถนำไปอยู่ในเครื่องสำอางต่อยอดแบบเกาหลีนำไปอยู่ในซีรีส์ให้ represent ก็จะช่วยให้ทั้งซัพพลายเชนเติบโตไปด้วยกัน อย่างไรก้ดีประเทศไทยมีปัญหาตั้งแต่อดีตคือ “การเชื่อมโยง” จุดต่างๆ

“เราเคยมีอินโนเวชั่นที่จุฬาฯ ช่วยวิจัยคือ เวลาปลูกทุเรียนชาวสวนจะต้องตัดทุเรียนอ่อนทิ้งไปเกินครึ่งเพื่อให้ได้ทุเรียนที่สมบูรณ์และสวยจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราค้นพบว่าในทุเรียนอ่อนที่ถูกตัดทิ้งมีสารสกัด “ไฮยาลูรอน” ซึ่งจะต้องใช้ในเครื่องสำอางอยู่แล้วในปริมาณที่สูง ซึ่งไทยน่าจะปลูกทุเรียนเยอะที่สุดเพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่เราจะทำทุเรียนมาต่อยอดเป็น Product และทำให้คนรู้จักว่าทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้แต่มีคุณสมบัติบางอย่างในนั้น ซึ่งเราเชื่อว่าไทยมีงานวิจัยแบบนี้อีกเยอะมากในมหาวิทยาลัยแต่ยังไม่มีใครนำมาใช้

สเต็ปต่อไปคือจะเชื่อมโยงอย่างไรเหมือนที่เกาหลีนำ “โซจู” ไปใส่ในซีรีส์จนทำให้เราเห็นบ่อยและอยากจะซื้อกิน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำแบบนั้นได้ก็จะเกิดองคาพยพที่แท้จริง แน่นอนว่าทำไม่ง่ายแต่รัฐบาลต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพไม่ใช่เอกชนต่างคนต่างดัน

จะเห็นว่าธุรกิจเครื่องสำอางเกาหลีช่วงไหนที่ Raw Material ตัวไหนฮิต แบรนด์ใหญ่ทุกแบรนด์จะเข้ามาโหมตลาดผลิตสินค้าจาก Raw Material นี้เป็นตัวหลักเหมือนกัน

ประเทศไทยจะต้องทำแบบนี้ให้ได้เพื่อเกิดความเชื่อมโยงกัน แต่ก็เป็นความท้าทายเพราะเป็นเรื่องของการร่วมมือกับคู่แข่งเพราะถ้าไปคนเดียวโดดเดี่ยวจะไปยากเพราะแรงเราน้อย

เราเห็นโมเดลจากเกาหลีญี่ปุ่นมาแล้วเพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ได้ เพราะมีหลายเรื่องที่น่าสนใจอย่างใน Industry ของเรา วันนี้ไทยเป็นผลิตเครื่องสำอางอันดับ 3 ของเอเชีย ส่วนใหญ่จะเป็น OEM บริษัทใหญ่ๆ มาจ้างเราผลิตเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายก็คือไทยนำเข้า Raw Material กว่า 97% ถ้าทำได้ก็จะเป็นการช่วยทั้ง Supply Chain ตั้งแต่คนปลูก แต่ต้องมีคนมา Educate ว่าปลูกแล้วจะนำไปใช้อะไร เพราะแต่ละส่วนให้ราคาไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นความเชื่อมโยงเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...