โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วงวิชาการถก กฎหมายสมรสเท่าเทียมใช้บังคับแล้ว ต้องแก้ไขกฎหมายอีกหลายฉบับ รับรองสิทธิหน้าที่สถานะคู่สมรส

iLaw

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.57 น. • iLaw

22 มกราคม 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. ศูนย์กฎหมายอาญาและอาชญาวิทยา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “กฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้” ณ ห้องจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เพื่อพูดคุยถึงประเด็นทางกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญา หลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้

สิทธิหน้าที่และสถานะของ สามี-ภริยา นั้น ไม่ได้กำหนดไว้เพียงแต่ในบทบัญญัติว่าด้วยครอบครัวแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น แต่กฎหมายอื่นๆ อีกหลายฉบับก็เกี่ยวพันกับสิทธิหน้าที่ สถานะ ความรับผิดระหว่างคู่สมรส ซึ่งในกฎหมายเหล่านั้น บทบัญญัติบางมาตรา บางเรื่อง ก็กำหนดสิทธิหน้าที่หรือสถานะของสามี-ภริยา แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4 วรรคสอง กำหนดให้สามีฟ้องคดีอาญาแทนภริยาหากได้รับความยินยอมจากภริยา แต่ในทางกลับกัน ภริยาไม่สามารถฟ้องคดีอาญาแทนสามีได้ ส่งผลสืบเนื่องต่อไปว่า แม้จะแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อรับรองสมรสเท่าเทียมแล้ว แต่คู่สมรสตามกฎหมายแพ่งแก้ไขใหม่นี้ก็อาจมีสิทธิหน้าที่สถานะบางประการที่กำหนดสิทธิหน้าที่สามี-ภริยาแตกต่างกันไม่เหมือนกับคู่สมรสสามี-ภริยา ตามกฎหมายเก่า จนกว่าภาครัฐจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

วงเสวนานี้ ประกอบด้วยผู้ร่วมแลกเปลี่ยนสามราย คือศ.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปรีญาภรณ์ อุบลสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคนันท์ ชัยชนะ นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พูดคุยถึงประเด็นปัญหาการตีความประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะในบทบัญญัติที่อ้างถึงสามี ภริยา บิดา มารดา บุตร ซึ่งสัมพันธ์กับกฎหมายสมรสเท่าเทียม

#สมรสเท่าเทียม แก้กฎหมายแพ่ง ใช้คำที่เป็นกลางทางเพศ

คนันท์ ชัยชนะ นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เริ่มต้นการเสวนา โดยกล่าวถึงที่มาที่ไปและเส้นทางการยกร่างของกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ประเทศไทยมีพัฒนาการทางกฎหมายคล้ายคลึงกับประเทศเยอรมนี โดยเริ่มต้นจากความพยายามจากการผลักดันร่างกฎหมาย “คู่ชีวิต” ซึ่งเป็นระบบคู่ขนานกับ “คู่สมรส” ขึ้นมาใช้บังคับก่อน สิทธิและหน้าที่ระหว่างทั้งสองระบบยังไม่เท่าเทียมกัน ก่อนจะพัฒนามาเป็นร่างกฎหมายที่แก้ไขนิยามของคู่สมรสจาก “ชาย-หญิง” เป็น “บุคคล” ทำให้ทุกคนไม่ว่าเพศสภาพใดก็สามารถสมรสกันได้

กฎหมายสมรสเท่าเทียม มีหลักการสำคัญเพียงหลักการเดียว คือ การทำให้กฎหมายให้มีความเป็นกลางทางเพศ ตรงไหนเป็นชาย-หญิง ก็เปลี่ยนเป็นบุคคลให้หมด สามารถสรุปสาระสำคัญอย่างย่อได้สี่ประการ ได้แก่

  • แก้ไขเงื่อนไขการสมรส จากเดิมกำหนดให้การสมรส มีเพียง “ชาย” และ “หญิง” เท่านั้นที่สามารถทำได้ เป็น “บุคคล” ไม่ว่าจะมีเพศใดก็สามารถสมรสกันได้ และเพิ่มเงื่อนไขด้านอายุขั้นต่ำในการจดทะเบียนสมรสจาก 17 ปี เป็น 18 ปี

  • แก้ไขถ้อยคำในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้มีความเป็นกลางทางเพศ จาก “สามี-ภริยา” เป็น “คู่สมรส”

  • แก้ไขเนื้อหาในบางมาตราให้สอดคล้องและครอบคลุมกับความสัมพันธ์ที่หลากหลาย เช่น เหตุฟ้องหย่า นิยามของการร่วมประเวณี

  • แก้ไขมาตราที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับเพศชายและหญิง ด้วยเหตุผลทางด้านชีวภาพโดยเฉพาะ ให้มีความรัดกุมในการบังคับใช้มากยิ่งขึ้น เช่น การกำหนดให้ผู้หญิงต้องมีระยะรอคอย 310 วันหลังการสมรสครั้งก่อนสิ้นสุดลงหรือคลอดบุตรก่อน จึงจะสามารถสมรสใหม่ได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม

https://www.ilaw.or.th/articles/43563

แก้ไขกฎหมายแพ่ง กระทบกฎหมายอาญา บทบัญญัติบางมาตราอาจมีปัญหาการตีความ

ศ.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปัจจุบัน แก้ไขเพียงเฉพาะส่วนของความสัมพันธ์ระหว่าง “คู่สมรส” ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังไม่ได้มีการแก้ไขหรือบัญญัติถึงความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสต่อบุคคลที่สามหรือบุคคลภายนอก ทำให้เกิดปัญหาในการตีความกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่ยังคงใช้ถ้อยคำว่า “สามี-ภริยา” อยู่ โดยเฉพาะสิทธิและผลประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสวัสดิการต่างๆ ตลอดจนถึงสถานะในกฎหมายอาญา

แม้กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะมีมาตรา 67 ซึ่งกำหนดให้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อบัญญัติ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใดที่อ้างถึง “สามี ภริยา หรือสามีภริยา” ให้ถือว่าอ้างถึง “คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมนี้ด้วย” จะทุเลาปัญหาไปได้บ้าง แต่ก็ยังคงมีประเด็นอยู่ โดยเฉพาะในกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับสถานะของ “บิดามารดา” “บุพการี” และ “เครือญาติ” ทั้งไม่นับรวมถึงความสลับซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีทางการแพทย์และการเจริญพันธุ์ เช่น การอุ้มบุญ ซึ่งกฎหมายยังมีเนื้อหาครอบคลุมแค่เฉพาะเพศชายและหญิงเท่านั้น

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประมวลกฎหมายอาญา ศ.สุรศักดิ์ แบ่งออกเป็นสองส่วน ดังนี้

ส่วนที่หนึ่ง บทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ยังสามารถตีความปรับไปตาม มาตรา 67 ของกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยคู่สมรสตามกฎหมายใหม่มีสถานะเดียวกับสามีภริยาตามประมวลกฎหมายอาญา

  • มาตรา 71 วรรคหนึ่ง : เหตุยกเว้นโทษในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ได้แก่ ความผิดฐานลักทรัพย์ ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ความผิดฐานรับของโจร ความผิดฐานบุกรุก ที่สามี-ภริยา เป็นผู้กระทำต่ออีกฝ่าย คู่สมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมหากกระทำความผิดดังกล่าวต่อคู่สมรสอีกฝ่าย ย่อมสามารถใช้เหตุยกเว้นโทษเพื่อไม่ต้องรับโทษได้เช่นเดียวกัน

  • มาตรา 193 : เหตุยกเว้นโทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิดฐานทำลายพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ตามมาตรา 184 ความผิดฐานช่วยให้ที่พำนักหรือซ่อนเร้นผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 189 ความผิดฐานให้พำนัก ซ่อนเร้น หรือช่วยผู้หลบหนีจากการคุมขัง ตามมาตรา 192 หากกระทำไปเพื่อช่วยสามีหรือภริยา ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้ บทบัญญัตินี้ก็นำไปใช้กับคู่สมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

  • 214 วรรคสอง : ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาที่พำนัก ที่ซ่อนเร้น หรือที่ประชุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน หากกระทำไปเพื่อช่วยสามีหรือภริยา ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้ บทบัญญัตินี้ก็นำไปใช้กับคู่สมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

  • มาตรา 276 วรรคสี่ : ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา หากเป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเท่าใดก็ได้

  • มาตรา 277 : ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน คู่สมรสตามกฎหมายแพ่งแก้ไขใหม่ ก็อยู่ในนิยามคำว่าสามีภริยาตามมาตรานี้เช่นกัน

ส่วนที่สอง บทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอาจเกิดปัญหาในการตีความ ส่วนมากเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เยาว์และบิดามารดาหรือความสัมพันธ์ทางเครือญาติ

  • มาตรา 71 วรรคสอง : : เหตุยกเว้นโทษในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ได้แก่ ความผิดฐานลักทรัพย์ ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ความผิดฐานรับของโจร ความผิดฐานบุกรุก ที่กระทำระหว่างบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

  • มาตรา 77 : วิธีการสำหรับเด็กที่กำหนดให้ศาลอาจใช้ดุลยพินิจมีคำสั่งให้บิดามารดา หรือผู้ปกครอง ชำระเงินค่าปรับจากกการที่เด็กฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ศาลกำหนด

  • มาตรา 193 และ 214 วรรคสอง : เหตุยกเว้นโทษหากกระทำเพื่อช่วยบิดา มารดา บุตร

  • มาตรา 285 : การกระทำความความผิดทางเพศระหว่างเครือญาติ ต้องรับโทษหนักขึ้น

  • มาตรา 289 (1) : ความผิดฐานฆ่าบุพการี

ป.วิอาญาฯ บางมาตราชาย-หญิง สิทธิไม่เท่ากัน คู่สมรสตามกฎหมายใหม่ยังไม่มีสิทธิจัดการคดีแทนคู่สมรส

ปรีญาภรณ์ อุบลสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นทำนองเดียวกับ ศ.สุรศักดิ์ ว่าการแก้ไขแบบนี้จะทำให้เกิดปัญหาในการตีความกฎหมายอื่น รวมถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญาฯ) ด้วย โดยเฉพาะในบทบัญญัติบางมาตราที่รายละเอียดที่เนื้อหายังสะท้อนความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศตั้งแต่ต้น เช่น มาตรา 4 ที่ให้อำนาจ “สามี” เท่านั้น ที่สามารถฟ้องคดีแทน “ภริยา” ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับความยินยอมของ “ภริยา” ก่อน แต่ “ภริยา” จะไม่สามารถฟ้องคดีแทน “สามี” ได้ แม้ว่าจะได้รับความยินยอมแล้วก็ตาม ยกเว้นเสียแต่ว่าสามีคนนั้นจะถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ หรือก็คือ ในทางสิทธิฟ้องร้องคดีแล้ว กฎหมายยังให้สถานะของสามีมากกว่าภริยา

ประกอบกับเมื่อพิจารณา มาตรา 67 วรรคสอง ของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่กำหนดข้อยกเว้น ไม่ให้ตีความคำว่า “คู่สมรส” ตามกฎหมายนี้ไปใช้กับบรรดากฎหมายอื่นๆ ที่กำหนดให้สิทธิ หน้าที่ หรือสถานะของ “สามี-ภริยา” แตกต่างกัน ดังนั้นแล้ว ป.วิอาญาฯ มาตรา 4 ซึ่งสถานะอำนาจของสามี-ภริยามีไม่เท่ากัน บทบัญญัตินี้จึงถูกยกเว้นโดยผลของกฎหมายสมรสเท่าเทียม มาตรา 67 วรรคสองโดยปริยาย เป็นเหตุให้ “คู่สมรส” ที่ไม่ใช่ “ชาย-หญิง” ตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม จะยังคงไม่มีสิทธิในการจัดการหรือฟ้องคดีแทนคู่สมรสของตน เรื่องนี้ ปรีญาภรณ์ยังมีข้อสังเกตต่อไปด้วยว่า บทบัญญัติดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 29 ที่รับรองให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ปรีญาภรณ์ แบ่งออกเป็นสองส่วน ดังนี้

ส่วนที่หนึ่ง บทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ยังสามารถตีความปรับไปตาม มาตรา 67 ของกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยคู่สมรสตามกฎหมายใหม่มีสถานะเดียวกับสามีภริยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  • มาตรา 29 : การดำเนินคดีแทนกันเมื่อสามี ภริยา ที่เป็นผู้เสียหาย เสียชีวิต

  • มาตรา 55 : การส่งและรับหมายเรียกให้สามีภริยาของผู้ต้องหา

  • มาตรา 90 วรรคหนึ่ง : การยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวสามีภริยา

  • มาตรา 149 : การจัดการศพตายผิดธรรมชาติของสามีภริยา

  • มาตรา 150 วรรคสอง : การแจ้งสามีหรือภริยาผู้ตายเพื่อดำเนินการชันสูตรพลิกศพ

  • มาตรา 150 วรรคแปด : สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนการตาย

  • มาตรา 246 : การร้องขอให้ทุเลาการบังคับโทษจำคุก

ส่วนที่สอง บทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอาจเกิดปัญหาในการตีความส่วนมากเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตร เช่น

  • มาตรา 134 วรรคหนึ่ง : การสอบถามข้อมูลพื้นฐานของพนักงานสอบสวน

  • สถานะของผู้สืบสันดานและบุพการี ตามมาตรา 5 วรรคสอง มาตรา 29 วรรคหนึ่ง และมาตรา 150 วรรคสองและวรรคแปด

นักกฎหมายกฤษฎีกาชี้ กฎหมายเกี่ยวข้องกับสามี-ภริยามีจำนวนมาก หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบต้องทบทวนเสนอแก้ไขต่อไป

คนันท์ อธิบายถึงสาเหตุของการขาดความชัดเจนดังกล่าว ว่าเกิดจากความตั้งใจของคณะผู้ร่างกฎหมายเอง ที่จะไม่แตะต้องบทบัญญัติเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตร เนื่องจากเห็นว่ามีความสลับซับซ้อนและกระทบกับบุคคลที่สาม ทั้งบทบัญญัติของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เอง ยังคงตั้งอยู่บน “หลักสายโลหิต” ตามชีววิทยา แต่การรองรับความหลากหลายทางเพศนั้น จำเป็นต้องนำ “หลักความสัมพันธ์” เข้ามาใช้แทน ไม่นับรวมถึงปัจจัยด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และการเจริญพันธุ์ คณะผู้ร่างฯ จึงเห็นควรให้หน่วยงานหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ลงมือแก้ไขส่วนของรายละเอียดให้สอดคล้องกันเองจะดีกว่า ส่วนคณะผู้ร่างฯ มุ่งเพียงแต่บัญญัติหลักการสำคัญเพื่อให้สิทธิทางเพศมีความเท่าเทียมกันโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ในกระบวนการร่างกฎหมายเอง พบว่า กฎหมายที่มีการใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับสามีภริยา มีจำนวนเท่าที่ตรวจพบกว่า 40 ฉบับ ไม่รวมถึงกฎหมายลำดับรองที่ไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าใด การร่างและแก้ไขกฎหมายต่างๆ ให้ครบถ้วนจึงไม่สามารถกระทำได้ภายในการร่างกฎหมายเพียงครั้งเดียว ทั้งอาจต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาหลายครั้ง คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและคณะผู้ร่างฯ พิจารณาชั่งน้ำหนักประเด็นนี้แล้ว จึงเลือกใช้แนวทางนี้ กล่าวคือ ให้มีบทบัญญัติมาตรา 67 ที่เขียนรับรองสิทธิหน้าที่ของคู่สมรสตามกฎหมายแพ่งแก้ไขใหม่ให้เหมือนสามี-ภริยาตามกฎหมายแพ่งเก่า ยกเว้นเรื่องที่กฎหมายกำหนดสิทธิสามี-ภริยาไว้แตกต่างกัน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการทบทวนและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขกฎหมายต่อไป

กฎหมายเกี่ยวกับสามี-ภริยากระจัดกระจาย นักวิชาการกังวล ประชาชนอาจไม่เข้าใจ-เสี่ยงเสียสิทธิ

ปรีญาภรณ์และศ.สุรศักดิ์ ตั้งข้อกังวลเหมือนกันว่า ปัญหาสำคัญที่แท้จริงของแนวทางนี้ คือประชาชนอาจไม่เข้าใจ หรือต่อให้พยายามทำความเข้าใจ ก็เข้าใจได้ยาก เพราะการแก้ไขกฎหมายหลายส่วนที่กระจัดกระจายแบบนี้จะเข้าใจกันได้ก็เพียงแต่ในหมู่นักกฎหมายและผู้ศึกษาอย่างใกล้ชิดเท่านั้น กฎหมายไหนต้องใช้ กฎหมายไหนต้องปรับแก้ ลำพังที่หยิบยกมาพูดคุยในวันนี้ก็มีเพียงแค่ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น ยังไม่รวมถึงกฎหมายลำดับรองอื่นๆ ซึ่งหากไม่ออกแบบมาตรการรองรับให้ดี อาจทำให้ประชาชนสูญเสียสิทธิหรือประโยชน์แทนที่จะได้รับความคุ้มครอง

นอกจากนี้ ศ.สุรศักดิ์ ยังเน้นย้ำถึงมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่รัฐจะต้องดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่างๆ ได้ โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่าย เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้อง สุรศักดิ์เสนอว่า ให้ใช้วิธีการออกแบบร่างกฎหมาย โดยยกตัวอย่างจาก พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560 ที่มีการแก้ไขกฎหมายรวดเดียวทั้งหมด 76 ฉบับ โดยกำหนดเนื้อหาบทบัญญัติที่จะแก้ไขไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติแทน หรืออย่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ที่ใช้วิธีการรวบฐานความผิดทั้งหมดมาเป็นลักษณะเดียว ซึ่งประชาชนจะเห็นและเข้าใจได้ง่ายว่า กฎหมายหลายฉบับนั้นถูกแก้ไขโดยกฎหมายอีกฉบับอย่างไร

รับชมไลฟ์เสวนาย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Thammasatlaw/videos/588843587367602

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...