โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาม่า-อสังหา ห่วงเก็บแวตก้าวกระโดด 15% กระทบโครงสร้างราคาสินค้า-บ้าน ชี้ไม่ตอบโจทย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 11.22 น.

มาม่า-อสังหา ห่วงเก็บแวตก้าวกระโดด 15% กระทบโครงสร้างราคาสินค้า บ้าน ชี้ลดภาษีเงินได้ไม่ตอบโจทย์

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยว่า หากรัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 7% เป็น 15% จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาสินค้าขยับขึ้นอย่างแน่นอน และสุดท้ายภาระตกไปยังผู้บริโภค เนื่องจากการผลิตสินค้าจะมีการคิดต้นทุนรวมภาษีแวตเข้าไปด้วยก่อนกำหนดเป็นราคาติดหน้าซองก่อนวางจำหน่าย ซึ่งรวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วย อย่างไรก็ตาม การที่จะปรับราคาขายมาม่าจาก 7 บาทต่อซองขึ้นในทันทีตามแวตที่ปรับขึ้นนั้น คงไม่ได้และไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม

“จริงๆ ภาษีแวตของไทย ปัจจุบันต้องเก็บ 10% แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ได้ปรับลดลงมาเหลือ 7% จากนั้นมีการต่ออายุมาแบบปีต่อปีจนถึงปัจจุบัน” นายพันธ์กล่าว

นายพันธ์กล่าวว่า ส่วนแนวคิดรัฐบาลจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือจาก 20% เหลือ 15% นั้น จะส่งผลดีต่อบริษัทที่มีผลประกอบการเป็นกำไร ทำให้ลดภาระด้านภาษี โดยเฉพาะรายใหญ่ๆ ส่วนจะเป็นการจูงใจดึงนักลงทุน เชื่อว่านักลงทุนคงดูหลายองค์ประกอบด้วย

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า มองว่านโยบายการเก็บภาษีแวตจาก 7% เป็น 15% คงยากที่รัฐบาลจะผลักดันให้เกิดขึ้นได้ ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัวและกำลังซื้อยังเปราะบางแบบนี้ ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบ แต่ถ้ารัฐจะเดินหน้าก็ต้องทยอยขึ้น รวมถึงมีกำหนดระยะเวลาที่จะปรับขึ้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัว ขณะเดียวกันต้องรอภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นและประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยในช่วงแรกอาจจะปรับจาก 7% เป็น 8% หรือเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้คนยังรู้สึกว่าปรับขึ้นไม่มากจนเกินไป จากนั้นอีก 2-3 ปีถัดไปก็ปรับขึ้นอีก 1% จาก 8% เป็น 9%

ทั้งนี้ การปรับขึ้นแวตเป็น 15% ส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการ รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยปรับขึ้นอย่างแน่นอน
นายอธิปกล่าวว่า ส่วนการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือจาก 20% เหลือ 15% ซึ่งเป็นเก็บจากบริษัทที่มีกำไรนั้น มองว่ายังไม่จำเป็น เพราะจากวิกฤตโควิดและเศรษฐกิจ ยังมีบริษัทที่ขาดทุนอยู่และไม่ได้เสียภาษี หากรัฐลดภาษีจะทำให้มีภาระเพิ่ม นอกจากนี้ ถึงมีการลดภาษีให้ ก็ไม่สามารถจะดึงดูดนักลงทุนได้มากขึ้น เพราะภาษีเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ยังมีปัจจัยอื่นๆ ต่อการตัดสินใจของนักลงทุน เช่น ค่าแรง ค่าไฟ ระบบสาธารณูปโภค แรงงานมีฝีมือ เป็นต้น และนักลงทุนส่วนใหญ่ได้มีการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งมีมาตรการด้านภาษีที่ส่งเสริมด้านการลงทุนอยู่แล้ว ขณะที่การเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะปรับลดจากเดิม 35% เริ่มเก็บที่ 15% นั้น จะทำให้คนที่มีรายได้น้อยและไม่ได้อยู่ในฐานระบบภาษีก่อนหน้านี้ ก็ต้องมาเสียภาษีส่วนนี้ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาม่า-อสังหา ห่วงเก็บแวตก้าวกระโดด 15% กระทบโครงสร้างราคาสินค้า-บ้าน ชี้ไม่ตอบโจทย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...