โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

4 หุ้นส่งออกเนื้อไก่มีเฮ! คาดปี 68 ส่งออกโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

Wealthy Thai

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 06.12 น.

หนึ่งในสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ที่มีความสำคัญต่อประชากรในแง่ของการบริโภค เห็นจะหนีไม่พ้นเนื้อไก่ ที่นอกจากจะเป็นอาหารที่กินได้ง่ายและราคาไม่สูงมากแล้ว ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายกว่าเนื้อสัตว์หลาย ๆ ชนิด แต่ด้วยราคาไก่ที่ถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ส่งผลให้ผู้ประกอบการมักได้รับผลกระทบในแง่ของต้นทุนที่ไม่สอดคล้องกับราคาขาย เนื่องจากต้นทุนด้านอาหารไก่มักมีราคาสูง ในขณะที่หลายๆ ครั้ง นอกจากราคาขายของเนื้อไก่จะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ รอบด้าน ที่เป็นตัวกดดันให้ราคาปรับลดลงอีกด้วย
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเนื้อไก่อาจยิ้มได้ในเร็วๆ นี้ เมื่อ สนค. คาดการณ์การค้าเนื้อไก่ในปี 2568 ว่าปริมาณการส่งออกเนื้อไก่โลกจะเพิ่มสูงที่สุดในประวัติการณ์ โดยจะเติบโต 2% อยู่ที่ 13.8 ล้านตัน สำหรับไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของโลกการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้ยังต้องติดตามการขยายการส่งออกของบราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับที่ 1 ของโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
ขณะที่ในด้านของบริษัทจดทะเบียนก็มีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากประเด็นนี้เช่นกัน โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุ ในเชิง sentiment มองเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออกไก่ แนะนำ CPF, BTG, TFG, GFPT
Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำสำหรับหุ้นทั้ง 4 มาไว้ในบทความนี้แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 29.00 บาท/หุ้น โดยคาดว่ายอดขายของ CPF จะเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2568 เนื่องจากราคาหมูในประเทศไทยแข็งแกร่ง และอุปสงค์การบริโภคในเวียดนามแข็งแกร่ง ทั้งนี้ คิดว่าโรค ASF ที่ระบาดในเวียดนามอยู่ในช่วงนี้น่าจะยังส่งผลให้อุปทานหมูในเวียดนามจำกัด และทำให้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาหมูในเวียดนามปี 2567F ขึ้นอีก 2% และ ปี 2568 ขึ้นอีก 9% เป็น VND 60,000/กก. สำหรับทั้งสองปี นอกจากนี้ คาดว่าต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลงจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุน GPM และบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยคาดว่า GPM ของ CPF ในปีนี้จะอยู่ที่ 14.4% และปีหน้าจะอยู่ที่ 14.0% (เพิ่มขึ้นจากสมมติฐานเดิม ที่ 12.8%) ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของ CPF จะยังแข็งแกร่งอยู่ที่ 3.56 หมื่นล้านบาท แม้ว่าจะลดลงเล็กน้อยจาก 3.65 หมื่นล้านบาท ที่คาดเอาไว้ในปี 2567
ทั้งนี้ บล.เคจีไอ ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ลงเล็กน้อย 2% เป็น 2.05 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคาดว่าส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจะหักล้างไปกับกำไรจากสินทรัพย์ชีวภาพที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง (Figure 1) ในขณะเดียวกัน ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 2568 ขึ้นอีก 25% เป็น 1.85 หมื่นล้านบาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 22.80 บาท/หุ้น โดยคาดว่ายอดขายของ BTG จะเพิ่มขึ้น 9% เป็น 1.239 แสนล้านบาทในปี 2568 จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของราคาหมูในประเทศไทย โดยโรงงานอาหารสัตว์แห่งใหม่ของ BTG ซึ่งมีกำลังการผลิต 4.08 แสนตัน/ปี (10% ของกำลังการผลิตรวม) เริ่มเปิดดำเนินการในไตรมาส 3/67 ในขณะเดียวกัน คาดว่ากำลังการผลิตหมูและไก่จะเพิ่มขึ้น 13% และ 14% ในปี 2567 ตามลำดับ ซึ่งน่าจะช่วยหนุนปริมาณยอดขายในปี 2568 ทั้งนี้ คาดว่าราคาหมูที่ฟื้นตัวขึ้น และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง (Figure 2) น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าราคาไก่ที่ลดลง โดยคาดว่า GPM น่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 13.2% ในปี 2568
ทั้งนี้ บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ขึ้นอีก 27% เป็น 2.36 พันล้านบาท พร้อมปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ลงเพียง 1% มาอยู่ที่ 2.95 พันล้านบาท (+25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 5.05 บาท/หุ้น โดยยังคงมองบวกกับโมเมนตัมกำไรปี 2568 ของ TFG จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกิจการในเวียดนาม และร้านค้าปลีก โดยบริษัทจะเดินหน้าขยายกิจการในสองส่วนนี้ต่อไปในปี 2568 ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้ยอดขาย และ GPM เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การระบาดของโรค ASF ในเวียดนามในช่วงนี้จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ราคาหมูในเวียดนามอยู่ในระดับแข็งแกร่งใกล้ๆ VND 60,000/กก. ในขณะเดียวกัน สัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางจัดขจำหน่ายของบริษัทเองที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุน GPM ในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่า TFG จะรับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำได้ โดยได้แรงส่งจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
อย่างไรก็ดี บล.เคจีไอ ปรับประมาณการกำไรปกติเล็กน้อยเป็น 3.26 พันล้านบาท ในปี 2567 และ 3.63 พันล้านบาท ในปี 2568 (+11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ถือ” บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 11.20 บาท/หุ้น โดยการส่งออกไก่ไทยอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งในปี 2567 และมีแนวโน้มจะแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2568 จากอุปสงค์ในตลาดหลัก อย่างเช่น ยุโรป และ ญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน ราคาส่งออกน่าจะยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับในปี 2567 ดังนั้น จึงปรับเพิ่มสมมติฐานยอดขายปี 2567 ขึ้นอีกเล็กน้อย 1% เป็น 1.94 หมื่นล้านบาท (+2% จากปี 2567) โดยคาดว่ายอดขายในธุรกิจอาหารจะเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายทางอ้อมและยอดขาย byproduct ในประเทศ เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงเชือดแห่งใหม่เพิ่มเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 (+100%) อย่างไรก็ตาม ยอดขายในธุรกิจฟาร์มน่าจะลดลง 3% เพราะต้นทุนอาหารสัตว์ลดลง เนื่องจากราคาขายไก่เป็นให้กับ JVs (GFN) เป็นแบบ cost plus
ทั้งนี้ บล.เคจีไอ คาดว่าในปี 2568 กำไรสุทธิจะลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 1.79 พันล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...