โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โมเดอร์นา’ มองแนวโน้ม ‘เข็ม 4’ มาแน่ ชี้ เข็มบูสเตอร์ประสิทธิภาพลดไปเรื่อย ๆ

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ม.ค. 2565 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 05.18 น. • The Bangkok Insight

ซีอีโอโมเดอร์นา ชี้ อาจต้องฉีดวัคซีนต้านโควิดเข็ม 4 ปลายปีนี้ เพื่อเพิ่มการปกป้อง เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มบูสเตอร์ จะลดลงไปเรื่อย ๆ

นายสเตฟาน บันเซล หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) โมเดอร์นา อิงค์ บริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มกระตุ้นมีแนวโน้มลดลง เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ประชาชนอาจต้องฉีดเข็มที่ 4 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ เพื่อเสริมการป้องกัน

โมเดอร์นา

นายบันเซลกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มีแนวโน้มที่จะได้รับการป้องกันเพียงพอตลอดช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในขณะที่ผู้คนมาอยู่รวมกันภายในอาคาร เพื่อหนีจากอากาศที่หนาวเย็น

อย่างไรก็ตาม นายบันเซลกล่าวว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มบูสเตอร์นั้น อาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน เช่นเดียวกับวัคซีน 2 โดสแรก

"ผมคงจะแปลกใจถ้าข้อมูลที่จะออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์บ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มบูสเตอร์ยังคงดีอยู่แม้เวลาผ่านไป ผมว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น เราพูดเสมอว่าไวรัสจะไม่หายไป เราจึงต้องอยู่ร่วมกับมัน"

ซีอีโอรายนี้ เปิดเผยว่า  รัฐบาลหลายประเทศ รวมถึงอังกฤษ และเกาหลีใต้ ได้สั่งซื้อวัคซีนเข็มบูสเตอร์เตรียมไว้แล้ว โดยเขาแสดงความเชื่อมั่นว่า จะต้องมีการฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และปีต่อ ๆ ไป โดยผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะโรคประจำตัว อาจต้องฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี

โมเดอร์นา

ฉีดเข็มบูสเตอร์โมเดอร์นา ป้องกันสูง

เมื่อเดือนที่แล้ว ยักษ์เวชภัณฑ์สหรัฐรายนี้ ได้เผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้น ที่แสดงให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนโควิดเข็มบูสเตอร์ขนาด 50 ไมโครกรัม จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ที่มีความสามารถในการต้านการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน เพิ่มขึ้นถึง 37 เท่า  ส่วนการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ขนาด 100 ไมโครกรัมจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโอมิครอนเป็น 83 เท่า

นายบันเซล กล่าวด้วยว่า การระบาดของโอไมครอน อาจช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่าน จากภาวะวิกฤติ ที่เกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่น ที่ผู้คนมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ จนทำให้ไวรัสโควิด ไม่ได้กลายมาเป็นปัจจัยที่สร้างความวุ่นวายให้กับการดำเนินชีวิตประจำวันอีกต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...