โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ฮันคิว-ฮันชิน” บิ๊กคมนาคมญี่ปุ่น ลุยลงทุนร่วมเสนาฯ จับตา แจ้งเกิด “บ้าน-คอนโดฯ” Low Carbon ในไทย

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.ย 2567 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2567 เวลา 04.17 น.
ภาพไฮไลต์

ข้อมูลวิเคราะห์ของ Property DNA ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ธุรกิจอสังหาฯ นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงความไม่แน่นอนที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทย

เนื่องจากการซื้อบ้านหรือคอนโดฯ สัก 1 ยูนิต ต้องขอสินเชื่อธนาคาร และเป็นการสร้างภาระหนี้สินในระยะยาว ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี หรือผู้ซื้อไม่มีความมั่นใจในการเงิน อนาคตของหน้าที่การงาน ก็ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ ยิ่งในยุคนี้ เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เต็มที่ หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ธนาคารยิ่งเข้มงวด

ต่างชาติ ร่วมทุนอสังหาฯไทย 10 ปี ทะลัก 2 แสนล้าน ญี่ปุ่นมากสุด

อย่างไรก็ตาม ในสายตานักลงทุนต่างชาติ “อสังหาฯ ไทย” ยังถูกมองว่ามีโอกาสและโดดเด่นในการเข้ามาลงทุน เมื่อเทียบกับประเทศหลักอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่มักเข้ามาจับมือร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยรายใหญ่ ๆ

ซึ่งข้อมูล 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีทั้งกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลี ฯลฯ เข้ามาร่วมพัฒนาโครงการต่าง ๆ นับมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านบาท ทั้งการถือหุ้นหรือลงเงินลงทุนในสัดส่วน 49% ของมูลค่าโครงการ

โดย 1 ในบริษัทอสังหาฯ ที่มีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการญี่ปุ่นมายาวนาน และมีจำนวนโครงการรวมไปถึงเงินลงทุนร่วมกันจำนวนมากที่สุด คือ บมจ. เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ร่วมทุนกับทาง “ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป” กลุ่มบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นในเมืองโอซาก้า ซึ่งมีบริษัทแม่ดำเนินธุรกิจขนส่งมวลชนทั้งในเมืองและนอกเมืองของญี่ปุ่น

ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2016 ที่ฮันคิวฯ เริ่มเข้ามาลงทุนกับเสนาฯ เป็นเวลากว่า 8 ปี มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม ในทำเลกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ของไทย รวมแล้ว 66 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 83,000 ล้าน หรือเท่ากับมูลค่าโครงการที่เกิดขึ้นมากกว่า 10,000 ล้านบาท ต่อปีเลยทีเดียว

เสนา - ฮันคิว ฮันชิน พันธมิตรเหนียวแน่น ประกาศจัดตั้งบริษัทใหม่ “เสนา เอชเอชพี”

ล่าสุด “เสนา - ฮันคิว ฮันชิน” ประกาศเสริมแกร่งธุรกิจไปอีกขั้น ผ่านการเปิดตัวบริษัทร่วมทุน “เสนา เอชเอชพี” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปลี่ยนผ่านการร่วมทุนเป็นรายโครงการอย่างในอดีต ซึ่งนอกจากเป็นการตอกย้ำพันธมิตรทางธุรกิจที่เหนียวแน่น อีกนัยยังสะท้อนได้ว่าญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นในระยะยาวต่อตลาดอสังหาฯ ไทยอีกด้วย

“มาซะฮิโกะ โทดะ” กรรมการบริหาร บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2016 ที่บริษัทฯ เริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ และได้ตัดสินใจเข้าร่วมทุนกับเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จากความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเสนาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย รวมถึงการมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกัน

ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจร่วมกันในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ขณะ บมจ. เสนาฯ นับว่าเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง กลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนำมาซึ่งความสำเร็จของจำนวนโครงการข้างต้น

ซึ่งการยกระดับความร่วมมือกันครั้งนี้ โครงการต่าง ๆ จะถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ผ่านการลงทุนเฉลี่ย 4-7 โครงการต่อปี ในทุกระดับราคาที่อยู่อาศัยที่เป็นโอกาส (1-12 ล้าน) เฉลี่ยเงินลงทุนราว 2,500 ล้านเยนต่อปี

ทุนญี่ปุ่น เชื่อมั่น อสังหาฯไทย ชูศักยภาพเมืองโดดเด่น จากรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นแหล่งลงทุนนอกญี่ปุ่นของบริษัทที่สูงที่สุดอันดับ 1 ราว 50% รองลงมากระจายในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เนื่องจากบริษัทมองเห็นศักยภาพและโอกาสของอสังหาฯ ไทย โดดเด่นกว่าเมืองอื่น ๆ โดยเฉพาะความก้าวหน้าของการพัฒนาเมือง และการขยายเส้นทางคมนาคมใหม่ ๆ อย่างโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ดินทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าเป็นโอกาส

แม้ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ณ ขณะนี้ จะถูกมองว่าเปราะบาง อัตราเด็กแรกเกิดลดน้อยลง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตตามวัฏจักร และดีมานด์ที่อยู่อาศัยยังจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) SENA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญของการเติบโตร่วมกัน แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายจากปัจจัยลบ เพิ่มความมั่นคงในด้านเงินทุน ความเชื่อมั่นในสถานภาพทางการเงิน การบริหารจัดการต้นทุนที่จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงโอกาสทางการเงิน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอีกด้วย

สำหรับเป้าหมายการขยายธุรกิจและสร้างโอกาสในการเติบโต ภายใต้บริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้น เพื่อการพักอาศัยเป็นหลัก ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง และพร้อมพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมครบทุกเซกเมนต์ และกระจายอยู่ในทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รองรับทั้งตลาดผู้ซื้อคนไทยและคนต่างชาติ

ตลาดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ และคอนโด โลว์คาร์บอน คือ โอกาส

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ ตลาดต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวดี ทั้งการเพิ่มขึ้นของผู้ซื้อชาวพม่า การกลับมาของชาวจีน อินเดีย ไต้หวัน แต่ “เสนา เอชเอชพี” จะเน้นตอบโจทย์ผู้ซื้อคนไทยเป็นหลักก่อน โดยเฉพาะโอกาสในตลาดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ และคอนโด โลว์คาร์บอน ที่จะเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดให้ตอบโจทย์คนไทยมากที่สุด พร้อมผสมผสานเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ จากญี่ปุ่นเพื่อร่วมสร้าง Decarbonized Lifestyle ให้กับลูกบ้าน และสร้างสังคมการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้บริหารเสนาฯ ยังกล่าวให้ความเห็นถึงภาวะตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม หลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า โรงงานปิด และหนี้ครัวเรือนสูง โดยยอมรับว่ามีผลกระทบบ้างกับตลาดที่อยู่อาศัยบางเซกเมนต์ และบางทำเลที่อาศัยผู้ซื้อกลุ่มพนักงาน เพราะชั่วโมงทำงานน้อยลง เงิน OT ลดลง ทำให้ตลาดโซนนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบมากสุด

ทำให้บริษัทต้องปรับแผนและเป้าหมายรายปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพจริงของตลาด รวมไปถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การตลาด และแนวทางช่วยเหลือลูกค้าใหม่ ๆ ด้วย โดยเฉพาะการลงทุนอย่างปลอดภัย เพื่อให้เหมาะสมกับดีมานด์

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฮันคิว-ฮันชิน” บิ๊กคมนาคมญี่ปุ่น ลุยลงทุนร่วมเสนาฯ จับตา แจ้งเกิด “บ้าน-คอนโดฯ” Low Carbon ในไทย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...