โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เทรนด์ธุรกิจอาหารแห่งอนาคต

The Structure

อัพเดต 11 ก.ย 2567 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 03.00 น. • The Structure

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยถึง 7 เทรนด์ธุรกิจอาหารแห่งอนาคต โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • โภชนาการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล : อนาคตของสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล

ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคสามารถรับข้อมูลและการดูแลสุขภาพที่เจาะจงมากขึ้นผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น สมาร์ทวอทช์ และแอปพลิเคชันสุขภาพ การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมการนอนหลับ และข้อมูลทางพันธุกรรม ช่วยให้การแนะนำโภชนาการตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคลมากขึ้น

การพิมพ์อาหารแบบ 3D ยังเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง เพราะคือการใช้วัตถุดิบที่กินได้ เช่น เพสต์หรือวัตถุดิบบดละเอียด มาพิมพ์เป็นชั้นๆ ผ่านหัวฉีด เพื่อสร้างอาหารในรูปทรงที่ต้องการ เนื่องจากสามารถปรับแต่งส่วนผสมของอาหารได้ตามข้อจำกัดด้านโภชนาการของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ

การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ไม่เพียงช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ แต่ยังเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจอาหารในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโภชนาการเฉพาะบุคคลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

  • เกษตรกรรมไฮเทค : อนาคตของการเกษตรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

ในยุคที่ทุกอุตสาหกรรมถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การเกษตรก็เช่นกัน ฟาร์มแนวตั้งและไฮโดรโพนิกส์กำลังเปลี่ยนโฉมการผลิตอาหารในเมืองใหญ่ ช่วยให้เราสามารถผลิตผักสดและพืชต่างๆ ภายในพื้นที่จำกัดได้ ลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนและยาวนาน ลดการใช้น้ำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่งอาหารในระยะไกล

นอกจากนี้ ฟาร์มที่ใช้หุ่นยนต์ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดความผิดพลาดจากการใช้แรงงานคน และช่วยให้การเกษตรกลายเป็นระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังเพิ่มความยั่งยืนในกระบวนการผลิตอาหาร

  • นวัตกรรมอาหารเปลี่ยนโลก : เทคโนโลยีใหม่สร้างอนาคตที่ยั่งยืน

การเติบโตของอาหารจากพืชและเนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงในห้องทดลอง (Plant-Based and Lab-Grown Foods) กำลังสร้างกระแสใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร นวัตกรรมเหล่านี้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ และยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์

นอกจากนั้น การเกษตรแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังได้รับความนิยม การเกษตรฟื้นฟูไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของดิน แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว

โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร และยังรวมถึงการใช้จุลินทรีย์และเทคโนโลยีชีวภาพในเชิงอุตสาหกรรม ที่เรียกว่า เศรษฐกิจชีวภาพและการใช้จุลินทรีย์ (Microbial Bioeconomy) เริ่มมีบทบาทสำคัญในการผลิตอาหารมากขึ้น บริษัทที่สามารถผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับการพัฒนารสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหาร โดยไม่ต้องพึ่งพาสารสังเคราะห์ จะกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดนี้

  • การผสานรสชาติท้องถิ่นและสากล : สร้างประสบการณ์ใหม่

ในยุคที่ผู้บริโภคมีความหลากหลาย การผสมผสานรสชาติผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น อาหารฟิวชั่น กลายเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยม อาหารที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับวิธีการปรุงอาหารสากลไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่ ช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ได้ และยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้วยการใช้วัตถุดิบในพื้นที่และสนับสนุนการเติบโตของเกษตรกรในท้องถิ่นอีกด้วย

  • อาหารฟังก์ชัน : การเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์สุขภาพกายและจิตใจ

ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณสมบัติในการเสริมสุขภาพจิตกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาอาหารที่ช่วยปรับสมดุลอารมณ์และลดความเครียด ส่วนผสมเช่น อะแดปโตเจนส์ (Adaptogens) กำลังเป็นที่นิยมในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจที่สามารถพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพนี้จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในยุคปัจจุบัน

  • เพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยี : ยุคใหม่ของการตรวจสอบอาหาร

ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตอาหาร เทคโนโลยีอย่างบล็อกเชน (Blockchain) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ โดยช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลการผลิตได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหาร แต่ยังช่วยยืนยันว่าธุรกิจดำเนินไปอย่างมีจริยธรรมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

  • ดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ : พลิกโฉมอนาคตการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตอาหารจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมหาศาล การคาดการณ์ปริมาณวัตถุดิบ การจัดการการขนส่ง และการลดของเสียเป็นไปได้อย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ สายการผลิตที่ไร้คนขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์และ AI ช่วยให้การผลิตอาหารรวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...