โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปักหมุดไทย Music Destination Hub เอเชีย รับยุทธศาสตร์ Soft Power

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 10.09 น.

อุตสาหกรรมดนตรีไทยมีแววโกอินเตอร์ ภาครัฐเร่งสปีดปลุกปั้น “Music Exchange : Thai Music Wave to the World ขับเคลื่อนศิลปินไทยสู่เส้นทางสายอินเตอร์” วางเป้าระยะสั้นปี 2568 ต้องมีเทศกาลดนตรีระดับโลกจัดในไทย ปูทางผลักดันไทยเป็นหนึ่งใน Music Destination Hub ของเอเชีย

อุตสาหกรรมเพลงและเทศกาลเพลงในไทย ยังคงติดในแรงค์อุตสาหกรรมที่น่าจับตามองด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจในปี 2567 ซึ่ง Statista ประเมินว่าเฉพาะ ‘Music Events’ หรือเทศกาลเพลงในไทยมูลค่าจะแตะ 75.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2,477.31 ล้านบาท

และในอนาคตอันใกล้ระยะปี 2567-2571 มีแนวโน้มการเติบโตในอัตราเฉลี่ยปีละ 2.72% ส่งผลให้มูลค่าตลาดทะยานแตะ 83.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2,758.33 ล้านบาทภายในปี 2571

ในส่วนของประเทศไทยในปีนี้มีการผลักดันกระแส Thai Music Wave สู่ตลาดโลก ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ Soft Power ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์ “Soft Power” ให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศและทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและทำให้คนไทยสามารถก้าวพ้นจากความยากจนได้

แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันยังเป็นช่วงเวลาของการวางฐานราก โดยภาครัฐทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุน ส่วนภาคเอกชนทำหน้าที่ขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ก้าวแรกได้คิ๊กออฟ “Music Exchange” ซึ่งรัฐบาลตั้งใจทำให้เห็นการขับเคลื่อนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ “สร้างคน” โดยนำผู้ที่มีพรสวรรค์มาส่งเสริมให้พรสวรรค์นั้นเกิดศักยภาพที่ชัดเจน

ส่วน กลางน้ำ คือทำให้อุตสาหกรรมดนตรีไทยมีโอกาสเปล่งประกายได้มากขึ้น โดยแก้ปัญหาหรืออุปสรรคทั้งกฎหมายหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมไปถึงกองทุนสนับสนุนคนรุ่นใหม่ๆเพื่อสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมให้อำนวยความสะดวกให้กับคนที่มีพรสวรรค์อยู่แล้วได้เป็นประกายมากขึ้น

และ ปลายน้ำ คือทำให้ความสามารถเหล่านี้ได้ออกไปสู่ตลาดโลกและนำพาให้ประเทศไทยไปอยู่ในจุดสนใจของเวทีโลก

ปีหน้าไทยต้องมี Music Festival ระดับโลก เป็นของตัวเอง

“สุรพงษ์” กล่าวต่อถึงหมุดหมายสำคัญในระยะถัดไปว่า Music Exchange เป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้ความสามารถของคนไทยไปสู่เทศกาลดนตรีระดับโลก

“แต่สิ่งที่เราคิด มันมากกว่านั้น ยิ่งใหญ่กว่านั้นสิ่งที่เราอยากเห็นไม่ใช่แค่การผลักดันให้คนไทยที่มีความสามารถไปสู่เทศกาลดนตรีระดับโลกเท่านั้น แต่เราอยากเห็น “เทศกาลดนตรีระดับโลก” เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเราเชื่อว่าคงได้เห็นใน “ปีหน้า” แน่นอน และจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมดนตรี”

นอกเหนือจากนี้ ยังต้องผลักดันให้ประเทศไทยมีงานประกวดดนตรีระดับชาติ เพื่อทำให้ความสามารถนั้น ๆ ได้รับการเชิดชู “เราควรมี Music Award เป็นการประกาศรางวัลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติให้ได้”

และสุดท้ายสิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมดนตรีมีความยั่งยืน จำเป็นต้องมี“สภาดนตรี” มี Music Council เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการดนตรีและเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถและพรสวรรค์ได้เปล่งประกายในเวทีโลก

ขณะที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หมุดหมายหลักในการขับเคลื่ออุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เป็นหนึ่งใน Soft Power คือการผลักดัน “Thai music to the world ,Thai musicion to the world และThailand to the world” ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมดนตรีมีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2566 มีมูลค่าตลาดโดยรวมประมาณ 108 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 3,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีก่อนหน้า รวมถึงมีศิลปินนักดนตรีชาวไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปแสดงบนเวทีเทศกาลดนตรีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรีของไทยในตลาดโลกอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ CEA ได้ขับเคลื่อนแผนอุตสาหกรรมด้านดนตรี เพื่อสนับสนุนการขยายฐานการส่งออกดนตรีของประเทศไทย โดยเพิ่มช่องทางการออกสู่ตลาดต่างประเทศ ไปพร้อมกับการพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมเพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นหนึ่งใน “Music destination Hub” ของเอเชีย

“เป้าหมายของเราคือการยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมของประเทศ ควบคู่กับการสร้างการยอมรับและขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง Power ไทยในเวทีโลก ผ่านการสนับสนุนการออกสู่ตลาดต่างประเทศของศิลปินไทย การเชื่อมโยงและขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ต่างๆ การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมดนตรี

ไปพร้อมกับผลักดันมาตรการสนับสนุนต่างๆเช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี การคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์ดนตรี โดยผลักดันโครงการแฟลกชิพอย่าง “Music Exchange: Thai Music Wave to the World” เพื่อผลักดันศิลปินไทยสู่เวทีระดับนานาชาติและสนับสนุนการสร้างกระแส Thai Music Wave ให้เกิดแรงกระเพื่อมเข้าสู่ตลาดกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ภายใต้ “Music Exchange” ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการส่งศิลปินไทยไปร่วมแสดงผลงานในเทศกาลดนตรีที่ต่างประเทศกว่า 48 ศิลปิน/วง ใน 46 เทศกาล พร้อมกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจที่ดึงดูดผู้จัดงานเทศกาลดนตรีนานาชาติและผู้คัดเลือกศิลปินจากต่างประเทศกว่า 75 รายเข้ามาเยี่ยมชมเทศกาลดนตรีในไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2567 นี้ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการผลักดันกระแส Thai Music Wave สู่ตลาดโลกและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไปพร้อมๆกัน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...