โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ข่าวใหญ่ของรักบี้โลก : ทีมสิงโตภูเขา เอาชนะทีมออลแบล๊กที่นิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 06.00 น.

รักบี้ฟุตบอล เป็นกีฬาชนิดหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากโรงเรียนชื่อรักบี้ซึ่งเป็นโรงเรียนพับลิคสกูลแบบอังกฤษ (พับลิคสกูลแบบอังกฤษ ความจริงแล้วเป็นโรงเรียนราษฎร์ หรือโรงเรียนเอกชนที่มีค่าเล่าเรียนสูงมาก เพราะเป็นโรงเรียนประจำ นักเรียนกินนอนและเรียน ตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนของนักเรียนพับลิคสกูลแบบอังกฤษ ต้องมีผู้ปกครองเป็นคนรวยจึงจะสามารถส่งลูกหลานมาเรียนที่พับลิคสกูลเหล่านี้ได้ ส่วนโรงเรียนของรัฐบาลเรียกว่า สเตรท สกูล นั้นนักเรียนอังกฤษส่วนใหญ่เข้ารับการศึกษาเพราะเรียนฟรี) ได้มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลภายในของโรงเรียนรักบี้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองรักบี้ ประเทศอังกฤษใน พ.ศ.2369 (ตรงกับสมัยต้นรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) มีผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม เวบบ์ เอลลิส เห็นว่ากีฬาฟุตบอลที่มีกติกาบังคับห้ามใช้มือสัมผัสลูกบอลโดยเด็ดขาดเป็นเรื่องพิลึก ทั้งๆ ที่เมื่อมีมือแต่ไม่ให้ใช้มือ เขาจึงได้วิ่งอุ้มลูกบอลไปจนถึงเส้นประตูฝ่ายตรงข้ามเสียเลย ซึ่งการเล่นที่นอกลู่นอกทางของเขาได้เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้เล่นและผู้ดูจนแพร่กระจายไปตามโรงเรียนต่างๆ ในอังกฤษ โดยนักเรียนส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าเป็นการพิลึกที่คนมีมือแต่ห้ามใช้มือในการเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนของโรงเรียนเคมบริดจ์
จึงได้มีการนำเอาวิธีการเล่นของนายเอลลิสไปจัดการแข่งขัน โดยเรียกชื่อเกมชนิดใหม่นี้ว่า รักบี้เกมส์ ภายหลังจากนั้นก็เป็นที่นิยมเล่นกันมากขึ้น ทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเล่นเรื่อยมาในประเทศอังกฤษจนเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งรักบี้ฟุตบอลยังเป็นต้นกำเนิดของกีฬาอเมริกันฟุตบอลอันลือลั่นในสหรัฐอเมริกาทุกวันนี้

รักบี้เป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันในอังกฤษอย่างกว้างขวางจนทุกวันนี้ เนื่องจากรักบี้เป็นกีฬาที่ใช้คนเล่นมาก คือ แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายละ 15 คน และรักบี้เป็นกีฬาที่มีการปะทะด้วยกำลัง และความรวดเร็วคล่องแคล่วว่องไว เป็นกีฬาที่หนักในเกมมีการเข้าสกรัม การแท็กเกิล การเข้าแถวเพื่อกระโดดแย่งลูกรักบี้ และรักบี้เป็นกีฬาที่ต้องใช้การวางแผนยุทธศาสตร์ และต้องใช้ยุทธวิธีหลากหลายของทั้งทีม และของเฉพาะตัวผู้เล่นแต่ละบุคคลด้วย รวมทั้งต้องมีการประสานงานให้เหมาะเจาะ จึงจะนำไปสู่ชัยชนะได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การเล่นรักบี้นั้นเล่นสกปรกได้ง่ายที่สุด เนื่องจากมีนักกีฬาอยู่ในสนามถึง 30 คน และมีการเล่นชุลมุนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะตอนเข้าสกรัม (การใช้นักรักบี้กองหน้าข้างละ 8 คนดันกันเพื่อแย่งลูกรักบี้) โดยมีกรรมการอยู่คนเดียวกับผู้ช่วยที่กำกับเส้นอีก 2 คนเท่านั้น จึงสามารถเล่นสกปรกได้อย่างสะดวก ด้วยการชกหมัดสั้น เตะหน้าแข้ง ใช้นิ้วทิ่มลูกตา หรือกระทืบผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เสียหลักล้มลงไป ฯลฯ ซึ่งกรรมการก็มักจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่ผู้เล่นรักบี้ในสนามจะรู้ซึ้งถึงนิสัยของผู้เล่นรักบี้ด้วยกันเลยว่า “ใครเป็นสุภาพบุรุษ ใครเป็นกุ๊ย” จากเกมการเล่นรักบี้ 80 นาทีได้อย่างชัดแจ้ง

ดังนั้น ความที่นักกีฬาโดยทั่วไปไม่อยากเป็นกุ๊ยทำให้การแข่งขันรักบี้ทุกครั้งผู้เล่นส่วนใหญ่จึงเน้นการเล่นหนักในเกมส์ แต่พยายามรักษากติกากันอย่างเคร่งครัด

เมื่อครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 กีฬารักบี้ฟุตบอลถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมที่แพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากจักรวรรดิบริติชยังคงเป็นดินแดนที่ดวงอาทิตย์ไม่ตกดิน อังกฤษคือมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกและแผ่อำนาจไปทั่วมหาสมุทรทั้ง 5 แม้ในปัจจุบันกีฬารักบี้ฟุตบอลจะไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายดังแต่ก่อนในซีกโลกทางภาคเหนือก็ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในซีกโลกทางภาคใต้อยู่นั่นเอง

ในที่สุดจึงมีการจึงมีการจัดการแข่งขันรักบี้เวิลด์คัพ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างรักบี้ทีมชาติของทุกทวีปมาแข่งขันเพื่อหารักบี้แชมเปี้ยนโลกทุก 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2530 ทำนองเดียวกันกับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือฟีฟ่าเวิลด์คัพ (FIFA World Cup) นั่นเอง

การแข่งขันรักบี้เวิลด์คัพจัดมาแล้ว 9 ครั้ง ประเทศจากซีกโลกภาคใต้ชนะได้เป็นแชมเปี้ยนโลกรักบี้มาแทบทุกครั้ง โดยทีมชาตินิวซีแลนด์ที่มีฉายาว่า “ออลแบล๊ก หรือดำล้วน” ซึ่งถือเป็นทีมที่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นทีมแชมเปี้ยนตลอดกาล ได้ถ้วยเวิลด์คัพไปครอง 3 ครั้ง สำหรับทีมชาติของประเทศสหภาพแอฟริกาใต้ก็ได้ถ้วยเวิลด์คัพไปครอง 3 ครั้งเช่นกัน ส่วนทีมชาติออสเตรเลียได้เป็นแชมเปี้ยนโลกรักบี้ 2 ครั้ง ส่วนประเทศทางซีกโลกภาคเหนือที่เคยได้ถ้วยเวิลด์คัพเพียงครั้งเดียวคือประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ให้กำเนิดกีฬารักบี้นั่นเอง

รักบี้เวิลด์คัพจะแข่งขันกันอีกในปีหน้าที่ประเทศฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 8 กันยายน-28 ตุลาคม พ.ศ.2566 ซึ่งแน่นอนตัวเต็งก็ยังคงเป็นทีมชาตินิวซีแลนด์ ออลแบล๊กตามเดิม แต่ในวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ เกิดการพลิกล็อกครั้งมโหฬารที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนคือ ทีมชาติประเทศอาร์เจนตินาที่มีฉายาว่า “สิงโตภูเขา-พูมา” ได้เอาชนะทีมชาตินิวซีแลนด์ไป 25-18 จุดที่ประเทศนิวซีแลนด์ในการแข่งขันเดอะ รักบี้ แชมเปี้ยนชิป (The Rugby Championship) ซึ่งเป็นการแข่งขันรักบี้ประจำปีของ 4 ทีมรักบี้ระดับท็อปของซีกโลกภาคใต้ ได้แก่ นิวซีแลนด์ สหภาพแอฟริกาใต้ ออสเตรเลียและอาร์เจนตินา

การแข่งขันเดอะ รักบี้ แชมเปี้ยนชิป (The Rugby Championship) นี้เองที่ยืนยันว่าทีมออลแบล๊กเป็นทีมรักบี้อันดับ 1 ของโลกเพราะว่าจากการแข่งขันทั้งหมด 26 ครั้ง โดยแข่งกันทุกปีตั้งแต่ พ.ศ.2539 เป็นต้นมาทีมออลแบล๊กของนิวซีแลนด์ได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยนถึง 18 ปี ส่วนสหภาพแอฟริกาใต้และออสเตรเลียต่างได้เป็นแชมเปี้ยนกันทีมละ 4 ปี สำหรับปีนี้ พ.ศ.2565 การแข่งขันเดอะ รักบี้ แชมเปี้ยนชิพแข่งขันกันระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม-24 กันยายน พ.ศ.2565 ได้เกิดการพลิกล็อกครั้งมโหฬารที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนคือทีมชาติประเทศอาร์เจนตินาเอาชนะทีมชาตินิวซีแลนด์ไป 25-18 จุดที่ประเทศนิวซีแลนด์เอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทีมพูมาเอาชนะทีมออลแบล๊กในประเทศนิวซีแลนด์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

ครับ! ข่าวนี้ถือว่าเป็นข่าวสะท้านโลกเลยทีเดียวสำหรับแฟนรักบี้ฟุตบอลทั่วโลกเลยทีเดียว

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...