ทำ “ประกันไฟไหม้บ้าน”...ได้ความคุ้มครองที่มากกว่าไฟไหม้ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 07 ก.พ. เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2565 เวลา 14.22 น. • วราญาณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยาWealth EZ: ประกันบ้าน ประกันไฟไหม้บ้าน หรือชื่อทางภาษาประกันคือ“การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าประกันอัคคีภัย แต่ความคุ้มครองที่ได้มีมากกว่าชื่อ ซึ่งมีถึง 6 ภัยหลักด้วยกัน และภัยต่างๆ 6 ภัยนี้จะได้รับทุนประกันเท่ากับจำนวนเงินที่ทำเอาไว้ เช่น หากทำทุนเอาไว้ 5 ล้านบาท ทุนประกันของภัยทั้ง 6 ชนิดนี้ก็จะมีวงเงินความคุ้มครองอย่างละ 5 ล้านบาท 6 ภัยหลักที่ว่านี้คือ
ภัยจากไฟไหม้
ภัยจากฟ้าผ่า (รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจรจากฟ้าผ่า)
ภัยจากระเบิด
ภัยจากการเฉี่ยว หรือการชน จากยวดยานพาหนะของบุคคลภายนอก
ภัยจากอากาศยาน
ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) ภัยจากน้ำที่เกิดขึ้นจากการรั่วไหลของน้ำ จากท่อน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่สาดเข้ามาภายในบ้าน แต่จะยกเว้นไม่คุ้มครองกรณีภัยจากน้ำท่วม การแตกหรือรั่วไหลของน้ำจากระบบท่อประปา ใต้ดิน ระบบดับเพลิง
“หากเปรียบประกันบ้านเหมือนไอติม ไอติมที่สามารถเติมท้อปปิ้งได้ ตัวไอติมเหมือนกับ 6 ภัยหลักที่ให้ความคุ้มครองเป็นพื้นฐาน ถ้าอยากกินไอดิมที่อร่อยขึ้นก็ใส่ท้อปปิ้งเข้าไป ประกันบ้านก็เช่นกัน ถ้าต้องการความคุ้มครองที่หลากหลาย ก็ใส่ท้อปปิ้งเข้าไปในตัวพื้นฐาน เรียกว่าซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม”
“ซึ่งมีทั้งแบบที่ตัวผู้ซื้อสามารถเลือกชนิดและกำหนดความคุ้มครองเองได้ หรือส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่จัดมาเป็นแพคเกจจากบริษัทประกันเลย ซึ่งอาจต้องเปรียบเทียบกันให้ดีว่าอะไรเหมาะสมกับเรามากว่า”
“ความคุ้มครองเพิ่มเติม” นี้ ที่พบเห็นขายกันอยู่ มีกว่า 20 ชนิด แล้วแต่แต่ละบริษัทจะเปิดรับประกัน เพื่อให้เห็นภาพอย่างง่ายจะจัดกลุ่มดังนี้
ความคุ้มครองเพิ่มเติม กลุ่มภัยธรรมธรรมชาติ เช่น ภัยลมพายุ ภัยลูกเห็บ ภัยน้ำท่วม ภัยเนื่องจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือคลื่นใต้น้ำ/สึนามิ ฯลฯ
ความคุ้มครองเพิ่มเติม กลุ่มภัยอื่นๆ จากภายนอก เช่น ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยระอุ ภัยจากควัน ภัยทางอากาศ ภัยน้ำท่วม ภัยจลาจลและนัดหยุดงาน ภัยเนื่องจากการกระทำป่าเถื่อนและเจตนาร้าย ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า ประกันกระจก ประกันโจรกรรม ฯลฯ
ความคุ้มครองเพิ่มเติม กลุ่มภัยที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายหลังเกิดไฟไหม้ เช่น ให้ความคุ้มครองถึงค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว ค่าขนย้ายซากทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายในการดับเพลิง ค่าวิชาชีพของวิศวกร สถาปนิก ฯลฯ
“แต่ละภัยที่เพิ่มเติมพิเศษขึ้นมา เราสามารถดูได้ว่าลักษณะบ้านของเราเหมาะกับภัยเพิ่มเติมใดบ้าง ‘ประกันภัยกระจก’ เหมาะกับบ้านที่มีกระจกเยอะ ‘ประกันพวกโจรกรรม ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์’ เหมาะกับบ้าน/หมู่บ้านที่ไม่มีรปภ.รักษาความปลอดภัย ‘ประกันภัยต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า’ เหมาะกับบ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่อง หรืออยากอุ่นใจมีตัวช่วยเหลือหลังจากเกิดไฟไหม้ ก็เลือกทำประกันเพิ่มในกลุ่มตัวช่วยหลังเกิดไฟไหม้ ลดความยุ่งยากให้เราได้หลังเกิดภัย เพิ่มไปอุ่นใจกว่า”
ขอให้แยกกันให้ดีว่า “ประกันอัคคีภัยเพื่อการอยู่อาศัย” กับ “ประกันอัคคีภัยเพื่อธุรกิจ” นั้น ต่างกันในความคุ้มครอง ที่สำคัญเบี้ยไม่เท่ากันอยู่แล้ว เพราะความเสี่ยงของเพื่อธุรกิจนั้นจะสูงกว่า หลายคนอาจจะใช้บ้านทำธุรกิจบางอย่าง เช่น เป็นสำนักงาน เป็นร้านกาแฟข้างล่าง เป็นร้านขายของชำ โดยไม่ได้แจ้งให้กับบริษัทประกันวินาศภัย หากไม่เกิดเหตุก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจพื้นที่แล้วพบว่ามีการใช้ผิดประเภทจากที่ระบุในกรมธรรม์ จะเป็นปัญหาการจ่ายสินไหมทดแทน และอาจนำไปสู่การฟ้องร้อง ทำให้ผิดใจกันได้
“ดังนั้น ควรแจ้งให้ถูกต้องว่าเราใช้เพื่ออยู่อาศัยจริงๆ เท่านั้นหรือเราใช้เพื่อธุรกิจด้วย แม้จะเป็นการใช้พื้นที่เล็กๆ ไม่เห็นจะเป็นอะไรในความคิดของเรา”
ข้อสรุปสำคัญ คือหากเรามีกำลังมากพอ เราควรทำความคุ้มครองเพิ่มในส่วนที่จำเป็น เช่น ภัยกระจก ภัยเครื่องใช้ไฟฟ้า การโจรกรรม ภัยจลาจล หากเราอยู่ริมถนนก็อาจทำภัยยวดยานเอาไว้ด้วยก็ดี เพราะเบี้ยประกันที่เพิ่มนั้นไม่ได้มากเลย
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th