โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เตรียมเปิดม่านรอบ 2 ปี โขนศิลปาชีพฯ ตอน 'สะกดทัพ' เฟ้นนักแสดง ด.ช.10ขวบ เป็นมัจฉานุ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ต.ค. 2565 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2565 เวลา 06.47 น.

เตรียมเปิดม่านรอบ 2 ปี โขนศิลปาชีพฯ ตอน ‘สะกดทัพ’ เฟ้นนักแสดง ด.ช.10ขวบ เป็นมัจฉานุ

กลับมาทำการแสดงอีกครั้งให้หายคิดถึงกับ‘โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ หลังห่างหายไปเพราะสถานการณ์โรคระบาดถึง 2 ปี ปีนี้จึงจัดยิ่งใหญ่อลังการ เนื้อเรื่องเข้มข้น ในชื่อตอน“สะกดทัพ”

เพื่อเฉลิมฉลอง 2 โอกาสมหามงคล ได้แก่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา 28 กรกฎาคม 2565 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

ก่อนเปิดหลังม่านการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในพิธีคำนับครูนาฏศิลป์ ณ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวให้โอวาทแก่นักแสดงว่า ปีนี้เป็นอีกครั้งที่เราต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อชื่อเสียงของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของประชาชนมาตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ในการแสดงโขนที่วิจิตรงดงามและเป็นมรดกของชาติให้คงอยู่สืบไป

ขณะที่ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า หนึ่งในความพิเศษของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ปีนี้ คือ กระบวนท่ารำ ที่มีการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ เช่น กระบวนท่ารำของนางพิรากวน ซึ่งครูรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-ละคร) พ.ศ. 2554 ได้รับการสืบทอดมาจากครูตั้งแต่ในยุคกรมศิลป์ รวมถึงกระบวนท่าหนุมานรบมัจฉานุ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสืบทอดกระบวนท่าดั้งเดิมแล้ว ยังมีกระบวนท่าใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา ต่างจากการแสดงชุดศึกมัยราพณ์ เมื่อ 10 ปีก่อน ที่ใช้บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ซึ่งกรมศิลปากรปรับปรุงขึ้นมาใหม่ แต่ในครั้งนี้ใช้บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 จึงมีการตีบทที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ยังมีกระบวนท่าหนุมานรบยุง ซึ่งมีการสร้างสรรค์กระบวนท่าขึ้นมาใหม่ เพื่อความสนุกสนานบนรากฐานขององค์ความรู้ดั้งเดิม รวมถึงเพลงหน้าพาทย์ของตัวโขนยักษ์ เช่น หน้าพาทย์ดำเนิน พราหมณ์ของไมยราพ ซึ่งเป็นเพลงหน้าพาทย์ที่สำคัญของโขนยักษ์ที่ใช้ในพิธีการบวช ถือเป็นหน้าพาทย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้กับนักบวช หรือพรามณ์ ซึ่งเป็นท่ารำที่ได้รับการคิดขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการแสดงโขนครั้งนี้โดยเฉพาะ

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอนสะกดทัพ ได้คัดเลือกผู้ที่จะมาแสดง ประกอบด้วยกลุ่มศิลปิน อาจารย์นาฏศิลป์ฝีมือดี นักแสดงของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร รวมถึงนักแสดงโขนมูลนิธิฯ ที่เคยผ่านการออดิชั่นจากปีก่อนๆ ตลอดจนนักแสดงเยาวชน ที่ผ่านการทดสอบความสามารถโดยคัดเลือกจากวิทยาลัยนาฏศิลปในจังหวัดต่างๆ รวมกว่า 370 คน ต่างทุ่มเทฝึกซ้อม เพื่อให้มีความพร้อมเต็มที่กับการแสดงที่ทุกคนรอคอย

บัญชา สุริเจย์ รับบทไมยราพ พญายักษ์เจ้าเมืองบาดาล ตัวละครเด่นของตอน เคยออดิชั่นโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี 2554 ชื่อตอน จองถนน ฉายแววในตัวละครไมยราพ ปัจจุบันฝีไม้ลายมือระดับอาจารย์จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กลับมาร่วมแสดงอีกครั้งในบทบาทเดิม เล่าว่า ไมยราพในตอนสะกดทัพมีความพิเศษกว่าตอนอื่นๆ เพราะครั้งนี้แต่งองค์ทรงเครื่องตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 ซึ่งเป็นไมยราพบวชเป็นฤๅษี จึงแต่งกายด้วยเครื่องทรงสีแดงสดงดงาม อีกทั้งมีฉากอลังกาลต่างๆ เช่น หนุมานแผงฤทธิ์ ก็อยากเชิญชวนมาชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นศิลปะหาดูยากในปัจจุบัน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอนุรักษ์และส่งเสริมเป็นศิลปาชีพ

ส่วน กิตติ จาตุประยูร รับบทหนุมาน ยอดวานรทหารเอกของพระราม เป็นอีกตัวละครเด่นของตอน ฝีไม้ลายมือระดับอาจารย์จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร มาร่วมแสดงเช่นกัน เล่าว่า ส่วนตัวถือว่าตอนสะกดทัพสนุกกว่าทุกตอน เพราะเป็นการต่อสู้และผจญภัยฝ่าด่านของหนุมานไปยังเมืองบาดาล เพื่อช่วยพระรามที่ถูกไมยราพจับไป ซึ่งหนุมานจะต้องฝ่าหลายด่านเพื่อเข้าไปช่วยพระรามออกมา เช่น รบกับยุง ซึ่งเป็นยุงตัวเท่าแม่ไก่มารุมตามบทพระราชนิพนธ์ ภูเขาชนกัน เจอช้างตกมัน รบกับมัจฉานุซึ่งต่างไม่รู้ว่าแท้จริงคือพ่อลูกกัน เพราะไมยราพได้ชุบเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ก่อนไปเจอนางพิรากวนพี่สาวของไมยราพ ที่กำลังร้องไห้เสียใจระหว่างตักน้ำเตรียมต้มไวยวิก ลูกของตัวเองพร้อมพระราม ตามคำสั่งไมยราพที่กังวลว่าลูกคิดก่อกบฏ หนุมานอาสาช่วยและนำไปสู่จุดพลิกผันสำคัญของไมยราพ

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอนุรักษ์โขนไว้ ทำให้กลับมาแสดงได้อย่างยิ่งใหญ่อลังกาล ซึ่งผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มาร่วมแสดง และดีใจที่เห็นคนรุ่นใหม่มีความสนใจด้านนาฏศิลป์มากขึ้น ทั้งมาเรียนโดยตรง และเรียนพิเศษ เพื่ออยากแสดง หลายคนมีหนุมานเป็นไอดอล แทรกซึมผ่านการแสดงต่างๆ บทบาททหารเอกยอดความสามารถ ก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาชม โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอนสะกดทัพให้ได้ ปีนี้มีฉากพิเศษมากมาย อย่างฉากหนุมานสูง 8 เมตร ส่วนจะมาทำอะไรนั้น ต้องมาติดตาม” กิตติกล่าว

ด้าน ด.ช.วรวิชญ์ โรหิตาจล วัย 10 ขวบ รับบท มัจฉานุ เล่าว่า มีความชอบเรื่องโขนอยู่แล้ว ซึมซับจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นนักแสดงโขนทั้งคู่ ปัจจุบันผมก็แสดงโขนอยู่ศาลาเฉลิมกรุงในบทหนุมาน แต่ในบทมัจฉานุครั้งนี้พิเศษมาก เพราะเป็นการแสดงเวทีใหญ่ที่สุด เป็นเวทีที่ความใฝ่ฝันมาตลอด ผมตั้งใจฝึกซ้อมอยู่ 4 เดือน จนมั่นใจอย่างสุดๆ กับการแสดงครั้งนี้ ก็อยากเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองพาเด็กๆ มาดูโขนได้ จะได้เห็นฉากอลังกาล ความสนุกเข้มข้นของเรื่องราว เขาจะซึมซับและชอบศิลปะชั้นสูงโดยไม่รู้ตัวเหมือนผม

สำหรับไฮไลต์เด่น 5 เรื่อง จากตัวละครหลักในตอนนี้มีอะไรบ้าง ที่ผู้ชมต้องไม่พลาดชม

+“ไมยราพ” ปี 2565กับเพลงหน้าพาทย์และถนิมพิมพาภรณ์ที่จะปรากฎแก่สายตาผู้ชมเป็นครั้งแรก +

ไฮไลต์ที่ 1: ครั้งแรกที่มีการฟื้นฟูเพลงหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่ใช้กับตัวโขนไมยราพซึ่งมีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยอาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ที่ปรึกษาอาวุโส กล่าวถึงความพิเศษของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นโขนที่ใช้องค์ความรู้จากครูผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา ทั้งโขน ละคร ดนตรี คีตศิลป์ ร่วมกันทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทุกขั้นตอนทำด้วยความประณีต มีกระบวนท่ารำที่ไม่ค่อยปรากฎที่ไหน เช่น เพลงหน้าพาทย์ที่ใช้บรรเลงประกอบตัวโขนไมยราพ เป็นหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่เก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งแทบจะสูญไปแล้ว แต่ครูอร่าม อินทรนัฎ สืบทอดกระบวนการรำนี้ไว้สู่ศิลปินรุ่นหลัง สำหรับการแสดงโขน ตอน”สะกดทัพ”

ไฮไลต์ที่ 2: ไมยราพแต่งองค์ทรงเครื่องตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1ซึ่งไมยราพบวชเป็นฤๅษี จึงแต่งกายด้วยเครื่องทรงสีแดงสดงดงามเพื่อเข้าโรงพิธี นอกจากนี้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ยังสร้างเครื่องแต่งกายของไมยราพและตัวโขนอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ อีกกว่า 100 ชุด

“หนุมาน” ผจญภัยด่านต่างๆ ในสำนวนบทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 1

ไฮไลต์ที่ 3: สนุกสนานเร้าใจกับการผจญภัยในหลากหลายด่านที่ยอดทหารวานรต้องฝ่าฟันและต้องใช้นักแสดงที่รับบทหนุมานถึง 7 คนในการแสดงแต่ละรอบ โดยดร.สุรัตน์ จงดาผู้กำกับการแสดงและเขียนบท เล่าว่า “รามเกียรติ์มีหลายสำนวน โดยครั้งนี้นำบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1ที่ใช้ในการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมาจัดทำบทการแสดง ซึ่งมีวิธีการเล่าเรื่องและการดำเนินเรื่องที่แตกต่างออกไป จึงเป็นตอนที่มีฉากผจญภัยมากมาย ที่มา พร้อมความสนุกสนานจากเรื่องราวการต่อสู้ของหนุมาน ยอดวานรทหารเอกของพระรามต้องฝ่าด่านต่างๆ เช่น ด่านช้างตกมัน ด่านเขากระทบกัน ด่านยุงตัวเท่าแม่ไก่ ด่านหนุมานรบมัจฉานุ ฯลฯ เพื่อช่วยพระรามกลับมา ซึ่งผู้ชมจะได้ลุ้นระทึกไปกับการผจญภัยของหนุมานที่เป็นขวัญใจของผู้ชมทุกเพศทุกวัยอย่างเต็มอิ่ม”

ไฮไลต์ที่ 4 : ตื่นตาฉากไฮไลท์ใหม่ ๆ เพิ่มเทคนิคกลไกสุดอลังการ ครั้งนี้ท้ายเรื่องมีฉากไฮไลต์ที่เพิ่มเติมจากตอน ‘ศึกมัยราพณ์’ที่เคยแสดงเมื่อ 10ปีก่อน ได้แก่ ฉากหนุมานต้องแผลงฤทธิ์ แปลงร่างใหญ่ยักษ์ 4พักตร์ 8กร สูงเทียมฟ้า เคลื่อนไหวด้วยกลไกทันสมัย รวมทั้งฉากที่เคยสร้างความประทับใจอื่นๆ ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มเติมเทคนิคให้มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น เช่น ฉากที่หนุมานต้องหักก้านบัว แล้วกระโดดลงบ่อ และฉากหนุมานอมพลับพลา ที่จะโชว์ความประณีตอลังการของการสร้างสรรค์ฉากที่ชวนตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น” ดร.สุรัตน์ กล่าวเสริมถึงฉากเด่นที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษที่ไม่ควรพลาดติดตาม

ความเก่งกาจของนักแสดงรุ่นจิ๋วในบท “มัจฉานุ”

ไฮไลต์ที่ 5: ชมความสามารถของนักแสดงโขนรุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้เด็กประถมศึกษาอายุตั้งแต่ 9 ปี ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นจำนวน 7 คน เพื่อรับบท มัจฉานุ ลูกชายของหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา โดยในฉากรบมัจฉานุยังมีกระบวนท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ท่าขึ้นลอยมัจฉานุ ซึ่งเป็นกระบวนท่ารบที่ต้องแสดงพลังของนักแสดงโขนเป็นอย่างมาก

การแสดงโขน ตอน “สะกดทัพ” เป็นตอนที่มีฉากผจญภัยมากมาย ที่มาพร้อมความสนุกสนานจากเรื่องราวการต่อสู้ของ หนุมาน ยอดวานรทหารเอกของพระราม และ ไมยราพ พญายักษ์เจ้าเมืองบาดาล ผู้มีกล้องยาวิเศษพร้อมมนต์สะกด ได้รับบัญชาจากทศกัณฐ์ให้มาช่วยรบกับพระราม จึงลอบเข้าไปสะกดทัพพระราม แล้วจึงแบกพระรามพาแทรกแผ่นดินไปยังเมืองบาดาล เป็นเหตุให้หนุมานต้องตามไปช่วยพระราม ในระหว่างทางไปเมืองบาดาล หนุมานจะสามารถฝ่าฟันด่าน ๆ เพื่อไปช่วยพระรามกลับมาได้สำเร็จหรือไม่

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2565 ตอน “สะกดทัพ” จัดแสดงระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 5 ธันวาคม 2565 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 1,820 / 1,520 / 1,020 / 820 / 620 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 200 บาท (หยุดพักการแสดงทุกวันจันทร์และอังคาร) ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...