โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ลำนำบุปผาพิษ [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 ก.พ. 2567 เวลา 13.20 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2567 เวลา 13.20 น. • Ink Stone
เมื่อความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตา ฟ้าประทานชีวิตใหม่ให้ทั้งที เธอจะใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด!!

ข้อมูลเบื้องต้น

ลำนำบุปผาพิษ

เธอคือนักฆ่าสาวผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมืด แต่ดันตายเพราะโดนคนที่เชื่อใจตลบหลัง!

ไม่รู้ว่านรกชังหรือสวรรค์เป็นใจ เธอถึงตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างเด็กสาวอัปลักษณ์ที่ถูกลวงให้เอาชีวิตมาทิ้ง

ผู้คนในโลกนี้ยึดถือในเรื่องของพลังวิญญาณ

ทว่าร่างนี้ไม่มีพลังวิญญาณอยู่เลยสักนิด เป็นสวะไร้ค่าชิ้นใหญ่ที่พบเจอได้ยากยิ่ง!!

แต่ไม่มีพลังวิญญาณก็ไม่เห็นเป็นไร ร่างนี้มีเธอมารับช่วงต่อแล้ว

เธอจะทวงคืนทุกอย่างแทนเจ้าของร่างเดิม ทวงเอาทุกสิ่งที่ควรมีกลับมา!

เมื่อความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตา ฟ้าประทานชีวิตใหม่ให้ทั้งที เธอจะใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด!!

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท Ink Stone Entertainment ***

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : China Literature

เรื่อง : ลำนำบุปผาพิษ

ผู้เขียน : มู่ตานเฟิง

ผู้แปล : Bewitch.k

ภาพปก : HIRUNA

---

[毒妃在上] / [穆丹枫]

©2019 Ink Stone Entertainment Co., Ltd. All rights reserved.

Thai translation rights arranged with China Literature by Ink Stone Entertainment Co., Ltd.

บทที่ 1 ถูกคนหามเดินไปข้างหน้า

บทที่ 1 ถูกคนหามเดินไปข้างหน้า

เมื่อกู้ซีจิ่วฟื้นขึ้นมาก็พบกับปัญหาร้ายแรงข้อหนึ่ง สภาพแวดล้อมรอบๆ เปลี่ยนไปเป็นแบบที่เธอไม่คุ้ยเคยอย่างสิ้นเชิง! ผ้าม่านโปร่งบางปลิวไสวไปตามแรงลม ชายคาทรงปลายงอนมีคานรองแบบโบราณ ระเบียงทางเดินที่คดเคี้ยววกวน…

เมื่อมองผ่านระเบียงออกไปยังด้านนอก มีพระจันทร์เสี้ยวดวงหนึ่งลอยอยู่กลางฟ้า ดวงดาวสุกสกาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าและตัวเธอที่นอนอยู่ในแนวราบกำลังถูกคนหามเดินไปข้างหน้า

เธองุนงงเล็กน้อยจึงลองขยับตัวดูอย่างอดไม่ได้ หลังจากนั้นก็พบปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม…ร่างกายเธอเปลือยเปล่า! ร่างของเธอถูกห่อไว้ด้วยผ้าห่มไหมบางๆ ผืนหนึ่ง ผ้าห่มไหมผืนนั้นห่อหุ้มเธอเอาไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างหนาแน่น เหลือเพียงดวงตาคู่เดียวที่โผล่ออกมาด้านนอก สายตาเย็นชาของเธอมองไปยังชายร่างใหญ่สองคนที่กำลังหามเธออยู่

พวกเขาดูแข็งแกร่งกำยำ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แต่งกายด้วยชุดนักรบโบราณ แม้จะหามคนเดินอยู่แต่ก็ไร้สุ้มเสียง ดูแล้วน่าจะผู้ฝึกยุทธ์ที่มีวรยุทธ์ไม่เลว

กู้ซีจิ่วกำมือแน่นอยู่ในผ้าห่ม เธอคือสุดยอดนักฆ่าในยุคปัจจุบัน โหดเหี้ยมเย็นชา ไม่มีใครเทียบได้ในใต้หล้านี้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกคนที่ไว้ใจที่สุดลอบทำร้ายได้ คนๆ นั้นชื่อหลงซี เป็นอดีตครูฝึกของเธอและเป็นหมอด้วย เธอไม่เชื่อใจใคร เชื่อใจเพียงแต่เขา ถึงขั้นชอบเขาและอยากแต่งงานกับเขา

ไม่คิดเลยว่าเขาจะลอบทำร้ายเธอได้ เขาวางยาสลบเธอ จากนั้นก็ทำการผ่าตัดเพื่อจะนำหัวใจเธอไปเปลี่ยนถ่ายให้กับคู่หมั้นของเขาที่ป่วยหนัก

แต่นึกไม่ถึงว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาระหว่างการเปลี่ยนถ่ายหัวใจ… บนเตียงผ่าตัด เธอสังหารเขาที่ลงมือผ่าตัดด้วยตัวเอง จากนั้นก็แทงทะลุหัวใจตน…

เดิมทีเธอได้ตายไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะไม่ได้ไปดื่มชากับท่านยมบาล แต่กลับมาโผล่ที่นี่อย่างลึกลับ เวลานี้เธอไม่ได้คิดว่าที่นี่จะเป็นสถานที่ถ่ายทำอะไรทั้งนั้น

เธอทะลุมิติ!

เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ถูกคนห่อเอาไว้เหมือนบ๊ะจ่างแล้วหามไปยังคฤหาสน์ที่โอ่อ่าหรูหรามากหลังหนึ่ง ฝีเท้าของทั้งสองคนรวดเร็วมาก เพียงชั่วพริบตาก็มาถึงหน้าประตูคฤหาสน์แล้ว ประตูคฤหาสน์ทั้งสองด้านเปิดอ้าออกอย่างเงียบเชียบ…

“อา…อา…ช่วยด้วย…ช่วยด้วย…อา อา อย่า…” มีเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานของหญิงสาวดังออกมาในทันใด ปลุกให้กู้ซีจิ่วที่ความคิดล่องลอยกลับมามีสติอีกครั้ง เธอกวาดมองไปอย่างรวดเร็วด้วยแววตาแข็งกร้าว!

ภายในคฤหาสน์ตกแต่งไว้อย่างวิจิตรงดงาม ไม่ว่าจะเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้จันทน์แดง ฉากกั้นลมลายหมู่วิหคมวลบุปผาและเต่ากระ ทั้งหมดนี้บรรยายออกมาได้เพียงสองคำ…เลิศหรู!

แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือเตียงใหญ่หลังหนึ่งซึ่งหรูหรางดงามเกินบรรยาย บนเตียงนั้นมีผ้าม่านห้อยย้อยลงมาครึ่งหนึ่ง และมีร่างกายขาวผ่องสองร่างกำลังพัวพันกันอยู่…

ชายผู้ที่อยู่ด้านบนมีใบหน้าหล่อเหลา อายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี เรือนผมยาวสลวยที่ถูกกลัดไว้ด้วยปิ่นหยกเขียวยุ่งเหยิงแผ่สยายไปทั่วลาดไหล่ กล้ามเนื้อหนั่นแน่น ท่วงท่าการเคลื่อนกายขึ้นลงของเขาดูแข็งแรงและทรงพลัง เขาเม้มริมฝีปากนิดๆ เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมาบางๆ ช่างเป็นชายหนุ่มร่างกำยำแสนหล่อเหลาและเย็นชา

ส่วนด้านล่างนั้นเป็นเด็กสาวที่ดูบอบบางนางหนึ่ง ดูๆ ไปแล้วยังเด็กนัก ใบหน้างดงามพริ้มเพรา ทว่าสีหน้าขาวซีดของเด็กสาวตัวน้อยช่างแตกต่างกับชายหนุ่มที่มีสีหน้าสุขสม ริมฝีปากเล็กอ้าออกน้อยๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลชุ่มโชกเส้นผมของนาง เห็นได้ชัดว่าได้รับความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด

สีหน้าของกู้ซีจิ่วเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

‘ไอ้ชาติชั่วเอ๊ย นี้มันพรากผู้เยาว์ชัดๆ! มันเป็นใครกันแน่?’

ชายร่างใหญ่สองคนนั้นหามกู้ซีจิ่วเข้าไป แต่ก็ไม่เป็นการรบกวนความสุนทรีของชายผู้นั้น การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น! ในที่สุดเด็กสาวตัวน้อยก็ทนรับไม่ไหว นางกรีดร้องเสียงแหบแห้งออกมาสองสามครั้ง นัยน์ตาเหลือกขึ้น ศีรษะพับเอียงลง ร่างกายแน่นิ่ง

“น่าชังนัก!” ชายคนนั้นสบถเสียงต่ำออกมาคราหนึ่ง เขาพลิกกายผละออกจากร่างกายของเด็กสาว แล้วอาศัยจังหวะนั้นใช้เท้าถีบเด็กสาวลงมาจากเตียงราวกับขยะชิ้นหนึ่ง เด็กสาวคนนั้นแน่นิ่ง ดวงหน้าเล็กๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด มุมปากมีโลหิตไหลซึมออกมา ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย

“นังนี่ใช้การไม่ได้แล้ว เอาศพมันไปทิ้งที่สุสานร้างให้สุนัขกินเสีย!” น้ำเสียงของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์

-------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 2 สาวน้อย เจ้าไม่กลัวข้าหรือ ?

บทที่ 2 สาวน้อย เจ้าไม่กลัวข้าหรือ ?

“ข้าน้อยรับบัญชา” ชายร่างใหญ่ทั้งสองขานรับ

“ท่านโหว[1]โปรดระงับโทสะ ตรงนี้ยังมีอยู่อีกหนึ่งคน ขอเชิญท่านโหวสุขสำราญ” กล่าวพลางวางกู้ซีจิ่วที่โดนห่อม้วนไว้ด้วยผ้าห่มผืนบางลงบนเตียงใหญ่ สายตาคมปลาบของชายคนนั้นหลุบมองใบหน้าของกู้ซีจิ่ว สองคิ้วพลันขมวดมุ่น แสดงสีหน้ารังเกียจออกมา

“อัปลักษณ์ยิ่งนัก! ไปเอาขยะเช่นนี้มาจากไหนกัน?”

กู้ซีจิ่วย่อมไม่เคยเห็นใบหน้าของตนในร่างนี้มาก่อน รู้เพียงแต่ว่าในร่างกายนี้ไม่มีกำลังภายในใดๆ เลย หากว่าเธอสู้แบบแข็งชนแข็ง[2] มีความเป็นไปได้เก้าในสิบส่วนที่จะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ดังนั้นเธอจึงไม่เคลื่อนไหวชั่วคราว เพื่อหาโอกาสที่เหมาะสม…

ชายร่างใหญ่ทั้งสองคนก้มศีรษะลงด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ท่านโหว เด็กสาวผู้นี้แท้จริงแล้วรูปร่างไม่เลว ข้าน้อยหาเด็กสาวคนอื่นที่เหมาะสมได้ไม่ทัน แต่ท่านโหวโปรดวางใจ นางยังบริสุทธิ์อยู่แน่นอน อีกทั้งยังผ่านการชำระร่างกายด้วยน้ำปรุงแล้ว…”

ชายหนุ่มโบกมือไปมา ชายร่างใหญ่ทั้งสองเข้าใจได้ทันที จึงโน้มตัวลงหามร่างเด็กสาวที่หมดสติอยู่ออกไป ในห้องจึงเหลือเพียงแต่ท่านโหวผู้นั้นและกู้ซีจิ่วที่ถูกมัดไว้ในผ้าห่ม

สายตาของท่านโหวมองสำรวจใบหน้าของกู้ซีจิ่วอีกครั้ง และได้สบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้นของกู้ซีจิ่วที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไร้ความหวาดกลัวและการขอความเมตตา มีเพียงความมืดมิดเท่านั้น ความประหลาดใจวาบผ่านในดวงตาของเขา

“สาวน้อย เจ้าไม่กลัวข้าหรือ?”

“ไม่กลัว” กู้ซีจิ่วตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง บนโลกนี้สิ่งที่ทำให้เธอกลัวได้มีอยู่ไม่น้อย แต่เธอไม่กลัวคนที่กำลังจะตายอย่างแน่นอน

“คาดไม่ถึงเลย สาวน้อยอัปลักษณ์เช่นเจ้าจะกล้าหาญยิ่งนัก!” สายตาของท่านโหวกวาดมองใบหน้าของกู้ซีจิ่วอีกครา จึงพบว่าองคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าของสาวน้อยผู้นี้ช่างงามเฉิดฉายยิ่งนัก โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น เป็นดวงตาที่กระจ่างใสแวววาว คล้ายมีดวงดารามากมายพร่างพรายอยู่ภายในดวงตา

แม้ร่างกายจะผอมแห้งไปหน่อย แต่ว่าผิวพรรณกลับไม่เลวทีเดียว ขาวเนียนนุ่มดั่งไข่ปอก หากไม่ใส่ใจปานแดงขนาดใหญ่ที่อยู่บนหน้าผากของนางแล้ว สาวน้อยผู้นี้ก็นับว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง น่าเสียดายยิ่งนัก…

แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้ปลดปล่อยอย่างแท้จริง ทั้งยังไม่มีตัวเลือกอื่น ทำได้เพียงมองข้ามปานแดงขนาดใหญ่ของนางชั่วคราว แล้วก็ร่วมอภิรมย์กับนางเสีย…

แววตาที่เหมือนหมาป่าของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของกู้ซีจิ่ว จากนั้นก็ยื่นมือไปกดหน้าท้องของนางผ่านผ้าห่มแล้วชักมือกลับไปทันที ริมฝีปากเหยียดโค้งขึ้น

“ที่แท้นอกจากเจ้าจะเป็นหญิงอัปลักษณ์แล้ว ยังเป็นสวะที่ไร้พลังวิญญาณด้วย” ในที่สุดเขาก็วางใจได้แล้ว

หญิงสาวทั้งหมดที่ถูกเขาลักพาตัวมาไม่มีใครที่เห็นเขาแล้วไม่หวาดกลัว เมื่ออยู่บนเตียงของเขา เกือบทุกคนล้วนเนื้อตัวสั่นเทา ร้องไห้คร่ำครวญ วอนขอความเมตตา พยายามดิ้นรนต่อสู้… แต่สุดท้ายก็สิ้นใจตายใต้ร่างเขาอย่างไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะพบกับผู้ที่ไม่หวาดกลัวเขา ทั้งยังสามารถเจรจาตอบโต้เขาอย่างเยือกเย็น เขายังคิดอยู่ว่าสาวน้อยผู้นี้อาจมีวรยุทธ์ที่ร้ายกาจ ดังนั้นจึงลองทดสอบดู

คิดไม่ถึงว่าเด็กสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขา ภายในจุดตันเถียน[3]ของนางไม่มีพลังใดๆ เลย เทียบกับคนธรรมดายังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นับว่าเป็นสวะไร้ค่าชิ้นใหญ่ที่ยากจะได้พบ! เขาคล้ายจะนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ นัยน์ตาที่มองกู้ซีจิ่ววูบไหว

“ข้ารู้แล้ว เจ้าคือบุตรสาวไร้ค่าผู้น่าขบขันที่ถือกำเนิดจากภรรยาเอกจวนแม่ทัพกู้ คู่หมั้นขององค์ชายสิบสอง!”

ประโยคนี้ของเขาคล้ายเป็นกุญแจไขความทรงจำของกู้ซีจิ่ว ความรู้สึกนึกคิดนับไม่ถ้วนที่ไม่ใช่ของเธอกำลังหลั่งไหลเข้าสู่สมองเธอ…

ความทรงจำนี้น่าเป็นความทรงจำจากเจ้าของเดิมของร่างนี้ ภาพเหล่านั้นยุ่งเหยิงซับซ้อน แต่ไม่กี่ประโยคกู้ซีจิ่วก็สามารถประมวลผลออกมาได้แล้ว

-------------------------------------------------------------------------------------

[1] โหว ในสมัยจีนโบราณบรรดาศักดิ์ 5 ขั้นรองจากอ๋อง คือ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน ตามลำดับ แต่ละสมัยจะมีคำเรียกและลำดับแยกย่อยแตกต่างกัน โดย ‘กง’ ถือเป็นยศสูงสุดของขุนนาง

[2] แข็งชนแข็ง ความหมายคือ การใช้ไม้แข็งเข้าปะทะกับอีกฝ่าย

[3] จุดตันเถียน เชื่อว่าเป็นจุดที่ใช้กักเก็บสะสมพลังปราณในร่างกาย จะอยู่ใต้สะดือ ประมาณ 3 นิ้ว

บทที่ 3 ชีวิตเจ้าของร่างเดิมช่างได้รับความไม่เป็นธรรมยิ่งนัก!

บทที่ 3 ชีวิตเจ้าของร่างเดิมช่างได้รับความไม่เป็นธรรมยิ่งนัก!

นางคือบุตรสาวที่กำเนิดจากภรรยาเอกจวนแม่ทัพกู้ มารดาผู้ให้กำเนิดนางหายตัวไป อายุสามขวบถูกตรวจพบว่าร่างกายไร้สมรรถภาพ อายุสามขวบครึ่งบนใบหน้าปรากฏปานแดง ทั้งไร้ค่าและอัปลักษณ์ ถือเป็นความอัปยศของจวนแม่ทัพ จึงตกเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งของเหล่าพี่น้อง ชีวิตบุตรสาวที่กำเนิดจากภรรยาเอกคนหนึ่งยังเทียบกับข้ารับใช้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มีนิสัยขี้ขลาดหวาดกลัวทุกสิ่ง มีองค์ชายองค์หนึ่งเป็นคู่หมั้น…

เหตุผลที่เจ้าของร่างเดิมมาที่นี่ก็เป็นเพราะได้รับจดหมายลับจากองค์ชายผู้เป็นคู่หมั้น ทำการนัดหมายให้นางมาพบกันที่นี่ เมื่อนางตกอยู่ในเงื้อมมือปีศาจแล้วจึงได้รู้ว่านี่คือกับดักหลุมใหญ่

สำหรับบุคคลที่อยู่เบื้องหน้านี้ เป็นเจ้าวิปริตที่มีชื่อเสียงในหมู่เชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรเฟยซิง เขาคือบุตรชายของหลูอ๋องผู้เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดกับองค์จักรพรรดิในรัชกาลปัจจุบัน ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเล่อฮวาโหว มีพลังวิญญาณขั้นสี่ หากกล่าวกันตามความสามารถ เขาก็นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง แต่กลับมีข้อเสียที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง คือชื่นชอบการข่มเหงชำเราเด็กสาวอายุน้อย

เล่าลือกันว่าในหนึ่งคืนเขาใช้สตรีถึงหกคน เด็กสาวที่ถูกเขาข่มเหงนั้นส่วนใหญ่จะสิ้นชีพอยู่ใต้ร่างเขา หากว่ารอดชีวิตมาได้ก็กลายเป็นคนเสียสติ…

เมื่อกล่าวถึงเขา เหล่าสตรีในเมืองหลวงล้วนหวาดกลัวยิ่ง กู้ซีจิ่วคนเดิมเมื่อได้ยินว่าต้องไปปรนนิบัติท่านโหววิปริตผู้นี้ ก็หวาดกลัวจนหน้าเปลี่ยนสีกว่าเดิม นางฉวยโอกาสยามที่สาวรับใช้ไม่ทันระวัง พุ่งศีรษะเข้าชนกำแพงทันที!

เจ้าของร่างเดิมคงจะเสียชีวิตลงจากการพุ่งชนครั้งนี้ จากนั้นกู้ซีจิ่วนักฆ่าสาวจากยุคปัจจุบันก็จับผลัดจับผลูวิญญาณมาเข้าร่างนี้แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมา…

การฟื้นฟูความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมสำหรับกู้ซีจิ่วแล้วใช้เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น นัยน์ตาของเธอฉายแววเย็นชาออกมา!

‘ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมช่างได้รับความไม่เป็นธรรมยิ่งนัก!’

‘ตอนนี้ในเมื่อเธอมารับช่วงใช้ร่างนี้ต่อแล้ว เช่นนั้นเธอจะทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เจ้าของร่างเดิม เธอจะใช้ชีวิตนี้อย่างยอดเยี่ยม!’

‘สวะไร้ค่างั้นรึ? หึๆ ในพจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่าสวะไร้ค่านี้อยู่!’

ริมฝีปากสีแดงอมชมพูระเรื่อของเธอโค้งขึ้น มุมปากกยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าเป็นการเยาะเย้ยหรือเหยียดหยาม…

เล่อฮวาโหวจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ของนางอยู่ตลอด ยามที่มุมปากของนางโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม หัวใจที่เหี้ยมโหดด้านชาของเขาก็คล้ายว่าจะเต้นแรงขึ้นหลายจังหวะ! สาวน้อยอัปลักษณ์ผู้นี้ที่แท้ยามแย้มยิ้มงดงามยิ่งนัก ถึงกับทำให้คนเห็นภาพลวงตาว่ามีประกายแสงเจิดจ้าออกมา…

เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ในดวงตาคู่นั้นฉายแววหื่นกระหายออกมา!

เขายื่นมือไปคลายเชือกมัดมังกรที่อยู่บนผ้าห่มไหมออก เชือกมัดมังกรนี้เป็นอาวุธวิเศษชนิดหนึ่ง ไม่ว่าใครก็ตามหากถูกเชือกนี้มัดไว้ ก็อย่าหวังว่าจะหลุดรอดไปได้!

เชือกมัดมังกรนี้เดิมทีถูกใช้เป็นอาวุธในสมรภูมิรบ แต่เมื่อตกอยู่ในมือเขาก็กลายเป็นของวิเศษที่เอาไว้ใช้จัดการกับเด็กสาวผู้บริสุทธิ์

เขาแกะเชือกมัดมังกรออกไปแล้วโยนทิ้งลวกๆ จากนั้นจึงยื่นมือไปคว้าผ้าห่มไว้คิดจะกระชากผ้าห่มออกไปให้พ้นทางเสีย เพื่อจะนำตัวกู้ซีจิ่วออกมา…

ครั้นผ้าห่มถูกเขาปัดออก แต่ทว่าเขายังไม่ทันได้เห็นเรือนร่างอรชรที่อยู่ในผ้าห่มให้ชัดเจน เบื้องหน้าก็พลันมืดมิด ผ้าห่มผืนหนึ่งปกคลุมทั้งศีรษะของเขาเอาไว้!

แถมยังไม่รอให้เขาได้ทันโต้ตอบอะไร ส่วนสำคัญที่สุดสำหรับบุรุษเพศของเขาก็เจ็บปวดขึ้นมาเฉียบพลัน ความเจ็บปวดนั้นเจ็บไปจนถึงขั้วหัวใจ ราวกับกระดูกจะแหลกสลาย!

เมื่อเจอการจู่โจมอย่างเฉียบพลัน เดิมทีเขาเตรียมจะลงมือตอบโต้ แต่ความเจ็บปวดนี้ทำให้เขาต้องร้องเสียงอู้อี้ออกมาด้วยความทรมาน ร่างกายขดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ระหว่างที่ร่างกายกำลังขดเข้าขดออกอยู่นั้น หัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาพลัน คล้ายกับมีบางสิ่งที่แหลมคมเหมือนตะปูตอกเข้าที่หัวใจของเขา!

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งนัก เร็วเสียจนทำให้ท่านโหวผู้ซึ่งถือดีในวรยุทธ์ของตนมาตลอดตอบโต้กลับไม่ทัน!

จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขา ก็ไม่เห็นว่ากู้ซีจิ่วลงมืออย่างไร เขาไม่ได้เห็นแม้กระทั่งว่า อาวุธที่ใช้แทงทะลุชีพจรหัวใจเขาได้อย่างแม่นยำนั้นท้ายที่สุดแล้วคือสิ่งใด

เล่อฮวาโหวชักกระตุกอยู่สองครา และไม่เคลื่อนไหวอีกในที่สุด…

ตั้งแต่ต้นจนจบเขาเพียงส่งเสียงสั้นๆ ออกมาสองครั้ง ก็คือยามที่ได้รับความเจ็บปวดอยู่ในผ้าห่ม เสียงนั้นไม่ดังนักย่อมไม่เล็ดรอดออกไปนอกตำหนัก

-------------------------------------------------------------------------------------

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...