ว่าด้วยเรื่อง “คนญี่ปุ่นกับไอศกรีม” เหตุใดยอดการบริโภคขนมหวานเย็นชนิดนี้ถึงเพิ่มสูงขึ้นทุกปี?
เมื่อพูดถึงไอศกรีม หลายคนมักนึกถึงของหวานประจำฤดูร้อน แต่ในญี่ปุ่น ไอศกรีมได้รับความนิยมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงอากาศร้อนหรือฤดูหนาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บทบาทของไอศกรีมได้เปลี่ยนจากของหวานตามฤดูกาลมาเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเลือกซื้อเพื่อสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน ข้อมูลการใช้จ่ายของครัวเรือนญี่ปุ่นในปี 2024 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไอศกรีมยังคงเป็นหนึ่งในของหวานที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ
การใช้จ่ายด้านไอศกรีมของชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจรายจ่ายครัวเรือนในปี 2024 ของสำนักสถิติ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ระบุว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีของครัวเรือนในการซื้อไอศกรีมอยู่ที่ 12,295 เยน นับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่ยอดใช้จ่ายเกิน 10,000 เยน และเพิ่มขึ้นประมาณ 106% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เมื่อพิจารณาแนวโน้มในระยะยาวตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2024 จะพบว่าค่าใช้จ่ายด้านไอศกรีมเพิ่มขึ้นจากประมาณ 8,700 เยน เป็นประมาณ 12,300 เยนต่อปี แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หากใช้ปี 2015 เป็นปีฐานที่ระดับ 100 การใช้จ่ายในปี 2024 จะอยู่ที่ประมาณ 141 หรือเพิ่มขึ้นราว 1.4 เท่า
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการปรับราคาสินค้าหรือภาวะเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตของค่าใช้จ่ายด้านอาหารโดยรวม การใช้จ่ายด้านไอศกรีมขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าไอศกรีมไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงของหวานฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่หลายครัวเรือนเลือกซื้อเป็นประจำเพื่อเติมเต็มความสุขในชีวิตประจำวัน
จากของหวานฤดูร้อนสู่ของหวานที่รับประทานได้ตลอดทั้งปี
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดไอศกรีมในญี่ปุ่นคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและพฤติกรรมผู้บริโภค ในปี 2024 ญี่ปุ่นเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ความร้อนที่ยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงส่งผลให้ช่วงเวลาการบริโภคไอศกรีมยาวนานขึ้นกว่าที่เคย
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ในอดีต ไอศกรีมมักถูกมองว่าเป็นของหวานสำหรับคลายร้อน แต่ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากเลือกรับประทานไอศกรีมแม้ในช่วงฤดูหนาว เพราะให้ความสำคัญกับรสชาติและความพึงพอใจมากกว่าสภาพอากาศ
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ไอศกรีมค่อยๆ ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านฤดูกาล กลายเป็นของหวานที่สามารถเลือกรับประทานได้ตลอดทั้งปี ผู้บริโภคไม่ได้เลือกไอศกรีมเพียงเพราะอากาศร้อนอีกต่อไป แต่เลือกจากคุณภาพ รสชาติ และประสบการณ์ที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
คุณภาพและความหลากหลายคือจุดแข็งของตลาดไอศกรีมญี่ปุ่น
ข้อมูลการบริโภคยังแสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายด้านไอศกรีมในปี 2024 เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำกว่า 29 ปี และกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป ขณะที่ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนอายุประมาณ 40 ปี มีการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมประมาณ 1.3 เท่า
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือแต่ละช่วงวัยมีเหตุผลในการเลือกซื้อไอศกรีมที่ไม่เหมือนกัน คนรุ่นใหม่มักให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใหม่ๆ และกระแสความนิยม ส่วนผู้บริโภควัยสูงอายุให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ คุณภาพของวัตถุดิบ และความมั่นใจในผลิตภัณฑ์
ในระดับโลก ญี่ปุ่นอาจไม่ได้เป็นประเทศที่บริโภคไอศกรีมต่อหัวสูงที่สุด โดยมีปริมาณการบริโภคเฉลี่ยประมาณ 6.7 ลิตรต่อคนต่อปี แต่ในด้านคุณภาพกลับได้รับการยอมรับอย่างมาก เห็นได้จากมูลค่าการส่งออกไอศกรีมที่เพิ่มขึ้นกว่า 113% ในปี 2024 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตัวอย่างที่สะท้อนภาพลักษณ์ด้านคุณภาพได้อย่างชัดเจนคือไอศกรีมจากฮอกไกโด ซึ่งได้รับความนิยมจากการใช้วัตถุดิบนมคุณภาพสูง สภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการผลิต และกระบวนการผลิตที่มุ่งดึงจุดเด่นของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด ความนิยมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้เลือกไอศกรีมจากปริมาณหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความพึงพอใจที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ด้วย
ข้อมูลการใช้จ่ายของครัวเรือนญี่ปุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าไอศกรีมยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฤดูร้อน และความสำคัญที่ผู้คนมอบให้กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความหลากหลายของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย รวมถึงชื่อเสียงด้านคุณภาพของไอศกรีมญี่ปุ่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดไอศกรีมของญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างมั่นคงและได้รับความสนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สรุปเนื้อหาจาก : taberare.com/article/blog