โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CLICX เขย่าแบงก์ไทย ดีเดย์ 19 มิ.ย.นี้ ดึงกรุงไทย-AIS-OR ปั้นฟินเทคยุคใหม่

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 04.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการธนาคารไทย ผ่านฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถกำหนดเลขบัญชีของตนเองได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขเสริมดวงด้านการเงิน การงาน ความรัก เลขตอง เลขมังกร หรือเลขที่สอดคล้องกับเบอร์โทรศัพท์ โดยสามารถเลือกให้ตรงกับเลข 7 หลักท้าย หรือ 4 หลักท้ายของหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยวันที่ 19 มิ.ย.2569 สามารถทำธุรกรรมทางการเงินด้านต่างๆได้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ CLICX ต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มการเงินที่เข้าใจวิถีชีวิตจริงของคนไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอนาคตด้านการเงินดิจิทัลและฟินเทคของประเทศ โดยมุ่งทำให้บริการทางการเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และเท่าเทียมสำหรับทุกคน พร้อมเชื่อว่าการทำให้การเงินของคนไทยมีความคล่องตัว ปลอดภัย และยั่งยืนมากขึ้น จะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิต สร้างโอกาส และเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

นางสาวสุพร กล่าวว่า เป้าหมายของ CLICX ไม่ใช่เพียงการสร้างธนาคารใหม่ แต่คือการพัฒนาบริการทางการเงินที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โดยธนาคารถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าดิจิทัลแบงก์กิ้งทั่วไป แต่ต้องเป็นบริการที่ใช้งานง่าย และสามารถผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมมองว่าคนไทยในปัจจุบันไม่ได้ต้องการเพียงแอปธนาคารเพิ่มขึ้น แต่ต้องการบริการที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกและมีคุณภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารมองเห็นปัญหาการเข้าถึงบริการทางการเงินของคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น แม่ค้าออนไลน์ หรือไรเดอร์ ซึ่งยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม โดยข้อมูลระบุว่าคนไทยกว่า 63% ยังอยู่ในกลุ่ม Unserved หรือ Underserved ขณะที่กว่า 80% ของคนไทยจะสามารถดำรงชีวิตได้ไม่เกิน 6 เดือน หากขาดรายได้กะทันหัน สะท้อนถึงความเปราะบางทางการเงินในระดับสูง ทำให้ CLICX ต้องการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของลูกค้ากลุ่มดังกล่าวโดยตรง

สำหรับจุดแข็งสำคัญของ CLICX คือการผนึกกำลังของ 3 องค์กรหลัก ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการเงินและดิจิทัลขนาดใหญ่ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ที่มีความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล และ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ที่มีเครือข่ายครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศให้ตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารยังยึดแนวคิดว่า “ศักยภาพทางการเงินควรวัดจากพฤติกรรมจริง ไม่ใช่เพียงเอกสาร” โดยเชื่อว่าโอกาสทางการเงินไม่ควรถูกจำกัดจากรายได้หรือหลักฐานทางการเงินแบบเดิม แต่ควรสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตและธุรกรรมจริงของลูกค้า พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนคนไทยที่อยู่นอกระบบการเงิน และผลักดันให้ทุกคนมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในระยะยาว

ด้านความปลอดภัยของข้อมูล ย้ำว่า การใช้ข้อมูลลูกค้าจะดำเนินการภายใต้การยินยอมอย่างชัดเจน และมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น โดยธนาคารปฏิบัติตามหลัก PDPA อย่างเข้มงวด ควบคู่กับมาตรฐาน Cyber Security ระดับสากล และมีการดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
ขณะที่ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ CLICX เตรียมพัฒนาเงินฝากรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันเฉพาะอัตราดอกเบี้ย แต่เชื่อมโยงกับสิทธิประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

เช่น ออมเงินแล้วได้รับอินเทอร์เน็ตฟรี กาแฟฟรี หรือส่วนลดค่าน้ำมัน โดยแนวคิดสำคัญคือ “ระบบต้องปรับเข้าหาลูกค้า ไม่ใช่ให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาธนาคาร” พร้อมย้ำว่าฟีเจอร์เลือกเลขบัญชีเอง 7 หลัก ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญที่สะท้อนการออกแบบบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง และสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้ากลุ่มแรกของธนาคารในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...