โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าท่าประจวบฯ ลงพื้นที่หาดบ้านกรูด ตรวจพบเป็นเพียงแพลงก์ตอนบลูม ไม่พบคราบน้ำมัน

JS100

อัพเดต 28 ม.ค. 2565 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 03.48 น. • JS100:จส.100
เจ้าท่าประจวบฯ ลงพื้นที่หาดบ้านกรูด ตรวจพบเป็นเพียงแพลงก์ตอนบลูม ไม่พบคราบน้ำมัน

          สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพที่ชาวบ้านกังวลว่าจะเป็นคราบน้ำมันในพื้นที่ ต.บ้านกรูด อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากเหตุการณ์เรือ ป.อันดามัน 2 ของบริษัทไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด  บรรทุกน้ำมันดีเซล (น้ำมันเขียว) จำนวน 5 แสนลิตร จอดทอดสมอ และอับปางลงบริเวณอ่าวไทย ห่างจากปากน้ำชุมพร ประมาณ 24 ไมล์ทะเล พบว่าว่าไม่ใช่คราบน้ำมันที่รั่วไหลจากเหตุการณ์เรืออับปางที่จ.ชุมพร พบเป็นเพียงการเกิดแพลงก์ตอนบลูม ทำให้น้ำทะเลมีสีเขียวมีกลิ่นคาวคล้ายพืชทะเลเน่าเหม็น จากการตรวจสอบพื้นที่ชายหาดหลายๆพื้นที่ โดยรอบ พบการเกิดแพลงก์ตอนบลูมในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน

 

         แพลงก์ตอนบลูม เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี โดยในระยะ 3 - 5 ปี ที่ผ่านสามารถพบเห็นได้ประจำ ปีละประมาณ 2 - 3 ครั้ง ในปี 2562 ที่ผ่านมาบริเวณชายหาดบางแสน ก็เคยประสบเหตุการณ์แพลงก์ตอนบลูม ส่งผลให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม กรกฏาคม และสิงหาคม สาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยน้ำเสียจากชุมชนลงสู่ทะเลจนทำให้แพลงก์ตอนได้รับสารอาหารและเกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเมื่อออกซิเจนในน้ำทะเลหมดลง แพลงก์ตอนก็จะตายจนทำให้น้ำทะเลกลายสีเขียว หรืออาจเป็นช่วงที่เปลี่ยนฤดูจึงเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น น้ำทะเลที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือแพลงก์ตอนบลูมไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่ลงเล่นน้ำทะเล เพียงแต่อาจทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ เนื่องจาก บางจุดจะมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง และหวั่นว่าจะเกิดผลกระทบต่อผิวหนัง หากบางคนผิวแพ้ง่ายอาจทำให้มีผื่นคันได้ อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ดังกล่าวคาดว่าหากมีลมทะเลพัดแรงเพียง 4-7 วัน ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

         ด้านนายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า บริเวณชายฝั่งทะเลพื้นที่ อ.บางสะพาน ยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 25 ไมล์ทะเล และอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลพื้นที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กว่า 100 ไมล์ทะเล ด้วยระยะทางไกลประกอบกับเกิดเหตุหลายวันแล้ว แสงแดดกระทบผิวน้ำมันส่งผลให้เกิดการระเหยเพราะเป็นน้ำมันดีเซล ต่างจากกรณีน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลที่จ.ระยอง ซึ่งเป็นน้ำมันดิบ ประกอบกับพื้นที่ทางทะเลของจังหวัดชุมพร มีเกาะและอ่าวโค้งเว้า หากเกิดคราบน้ำมันจะช่วยป้องกันไม่ให้ไหลออกนอกพื้นที่ สถานการณ์ขณะนี้จึงถือว่าไม่น่าเป็นกังวลที่จะเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

         นายธวัช เจนการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง เปิดเผยว่า อุทยานเฝ้าระวังเรื่องคราบน้ำมัน  มีการจัดชุดลาดตระเวนบริเวณชายหาดแม่รำพึงจนถึงเมื่อคืนนี้ประมาณ 22.00 น. และเช้านี้ก็ตรวจสอบอีกไม่พบคราบน้ำมัน นอกจากนี้ เมื่อเช้านี้ใช้เรือยางตรวจสอบในทะเล ก็ยังไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน ส่วนอ่าวพร้าว ก็มีการตรวจสอบไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน พร้อมทั้งส่งนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ดำสำรวจดูปลาและปะการังด้วย

#เจ้าท่าประจวบฯ

#แพลงก์ตอนบลูม

CR:กรมเจ้าท่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...