โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จากวิศวกรสู่ผู้นำงานสิ่งแวดล้อมไทย ขับเคลื่อนจัดการฝุ่น-น้ำเสีย-ขยะเชิงรุก มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดภัยให้ ปชช. ทุกพื้นที่

THE STATES TIMES

อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • THE STATES TIMES TEAM

เชื่อว่าหลายคนอาจ “คุ้นชื่อ” กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ผ่านข่าวฝุ่น PM2.5 น้ำเสีย หรือขยะอันตราย แต่ก็ยังนึกไม่ออกชัด ๆ ว่า กรมฯ นี้ทำหน้าที่อะไรในระบบสิ่งแวดล้อมของประเทศ

แท้จริงแล้วกรมควบคุมมลพิษคือ “ด่านหน้า” ที่ทำให้น้ำต้องสะอาด อากาศต้องบริสุทธิ์ และหยุดปัญหามลพิษในทุกมิติ เพื่อให้คนไทยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามวิสัยทัศน์ขององค์กร “น้ำต้องสะอาด อากาศต้องบริสุทธิ์ หยุดปัญหามลพิษ เพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน”

กรมควบคุมมลพิษทำหน้าที่เสมือน “สถาปนิกด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม” ของประเทศ วางกฎหมายและมาตรฐานควบคุมมลพิษทางน้ำ อากาศ เสียง กากของเสียและสารอันตราย ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม แจ้งเตือนสถานการณ์มลพิษ รวมทั้งเป็นหน่วยงานหลักด้านการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านมลพิษ เช่น เหตุสารเคมีรั่วไหล น้ำเน่าเสีย หรือมลพิษอากาศรุนแรงในเขตเมืองและนิคมอุตสาหกรรม อีกทั้งยังทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการจัดการขยะ น้ำเสีย และมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบทั้งประเทศ

เบื้องหลังบทบาทสำคัญของกรมควบคุมมลพิษ คือผู้นำที่ต้อง “อ่านเกมสิ่งแวดล้อม” ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เข้าใจทั้งงานวิชาการเชิงลึกและการทำงานร่วมกับภาคีจำนวนมากทั่วประเทศ “ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง” อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ คนปัจจุบัน จึงเป็นตัวอย่างของข้าราชการมืออาชีพที่เติบโตมาจากสายวิศวกรรมทรัพยากรน้ำและน้ำบาดาล ผ่านประสบการณ์ทำงานจริงในพื้นที่ ซ้อนด้วยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์จากการทำงานในระดับนโยบาย จนก้าวมารับผิดชอบภารกิจ “ควบคุมมลพิษทั้งประเทศ” ในปัจจุบัน

>>ประวัติการศึกษา
-ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2540)
-ปริญญาโท Master of Engineering Science (Groundwater Studies) มหาวิทยาลัย New South Wales ประเทศออสเตรเลีย (พ.ศ. 2545)
-ปริญญาเอก Doctor of Philosophy (Civil Engineering - Water Resources Management) มหาวิทยาลัย Bristol สหราชอาณาจักร (พ.ศ. 2553)

>>เส้นทางการทำงานด้านทรัพยากรน้ำและน้ำบาดาล
เริ่มรับราชการเป็นวิศวกรรังวัด กองรังวัด กรมทรัพยากรธรณี (9 ก.ย. 2541) หลังจากนั้นย้ายมาปฏิบัติงานด้านน้ำบาดาลในกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ตั้งแต่ระดับวิศวกรปฏิบัติการ กองแผนงาน จนเติบโตเป็นวิศวกรชำนาญการ และวิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักพัฒนาน้ำบาดาล

ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มวิศวกรรมน้ำบาดาล และผู้อำนวยการระดับสูง สำนักพัฒนาน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ตามคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับ 9 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ได้ทำงานในบทบาทบริหารระดับสูงด้านการจัดการน้ำบาดาลของประเทศ

ผลงานและบทบาทสำคัญในสายงานน้ำบาดาลและทรัพยากรน้ำ

-ศึกษาและพัฒนาแนวคิด “การบริหารจัดการน้ำบาดาลเชิงพื้นที่” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยจัดทำรายงานวิชาการสำหรับหลักสูตรนักบริหารระดับสูง สำนักงาน ก.พ. เสนอแนวคิด “DGR New Look” และการสร้างทีมบริหารจัดการน้ำบาดาล (T-Team) ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง

-มีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนโรงเรียนและชุมชนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพัฒนาแนวทางปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลให้ได้มาตรฐานน้ำดื่มที่ปลอดภัย

-ได้รับคัดเลือกเป็น “เพชรจรัสแสง” บุคคลต้นแบบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2557) และรางวัลความเป็นเลิศ “ด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม” จากสำนักงาน ก.พ.ร. (พ.ศ. 2558) สะท้อนบทบาทการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีอย่างกว้างขวาง

-มีบทบาทสำคัญในการออกแบบแนวทางบริหารจัดการโครงการน้ำบาดาลขนาดใหญ่ในพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างยั่งยืน

ภายหลังจากทำงานในกรมทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างต่อเนื่อง ดร.สุรินทร์ ได้รับมอบหมายให้มาดูแลงานด้านมลพิษโดยตรงในกรมควบคุมมลพิษ ผ่านตำแหน่งรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ มีบทบาทในการหารือกำหนดมาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน และการจัดการมลพิษทางน้ำร่วมกับหน่วยงานภาคอุตสาหกรรม

ปี 2567 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และบูรณาการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวมของกระทรวง

ต่อมาเมื่อปี 2568 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง และดำรงตำแหน่ง “อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

เมื่อก้าวสู่บทบาทอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ดร.สุรินทร์นำประสบการณ์ด้านทรัพยากรน้ำและน้ำบาดาล มาผสานกับภารกิจควบคุมมลพิษในมิติที่กว้างขึ้น ทั้งอากาศ น้ำ ขยะ และสารอันตราย แนวทางการทำงานเน้น “ข้อมูลเชิงประจักษ์-ทำงานเชิงรุก-สื่อสารอย่างโปร่งใส” เห็นได้จากการประสานงานกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม. อาทิ แคมเปญส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าตรวจเช็กเครื่องยนต์และระบบไอเสีย พร้อมความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกในการเข้มงวดรถควันดำ เพื่อลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดโดยตรง

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเกิดความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน กรมควบคุมมลพิษภายใต้การนำของดร.สุรินทร์ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำในจุดเสี่ยง พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และเดินหน้าตรวจติดตามเพิ่มเติม รวมถึงประสานงานหาแหล่งน้ำสำรองในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำมีความมั่นใจว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้ละเลยต่อข้อกังวลด้านสุขภาพของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...