โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บ้านผีสิงญี่ปุ่นแห่งแรกถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ? และผู้สร้างคือแพทย์?

conomi

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

“บ้านผีสิง” แค่พูดชื่อขึ้นมาก็เชื่อได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ก็คงต่างพากันกลัว ร้องกรี๊ดเสียงหลงทันทีเมื่อได้เดินเข้าไปด้านในกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเชื่อได้เลยว่าทุกคนก็คงยังอยากที่จะไปท้าพิสูจน์ความกล้ากันที่บ้านผีสิงอยู่ ที่ญี่ปุ่นบ้านผีสิงถือว่ามีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ตั้งแต่แบบย้อนยุคให้ความรู้สึกเหมือนกับย้อนกลับไปในสมัยโชวะที่บ้านผีสิงจะถูกสร้างออกมาให้ความรู้สึกแบบคลาสสิก หรือแบบใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่ ๆ แต่ทราบกันไหมว่าบ้านผีสิงแท้จริงแล้วได้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ในสมัยเอโดะ! และผู้สร้างบ้านผีสิงเป็นนายแพทย์ด้วยค่ะ!

g1

บ้านผีสิงสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ (1) แบบเดิน (Walk-Through) คือ แบบที่ผู้เข้าชมหรือผู้เล่นต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนดภายในอาคารเอง ซึ่งบ้านผีสิงแบบนี้ผู้เล่นมักจะถูกตัวละครผีทำให้ตกใจได้อย่างระยะประชั้นชิด ซึ่งถือว่าบ้านผีสิงแบบนี้ทำให้บ้านผีสิงกลายเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัว ยากที่จะลืมสำหรับใครต่อหลายคนเลยทีเดียวค่ะ (2) แบบนั่งรถ (Ride Type) คือ แบบที่ผู้เข้าชมหรือผู้เล่นต้องนั่งบนยานพาหนะและเคลื่อนที่ไปตามราง และเนื่องจากระยะห่างจากผีไม่ได้ใกล้มาก ความน่ากลัวจึงอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น (3) แบบเสียง 3D (3D Sound Type) คือ แบบที่ผู้ชมเข้าชมหรือผู้เล่นต้องสวมหูฟังภายในห้อง และฟังเสียงผ่านหูฟังไปเรื่อย ๆ จนจบ และ (4) แบบโรงภาพยนตร์ (Theater Type) คือ แบบที่ผู้เข้าชมหรือผู้เล่นต้องเข้าไปนั่งในห้องที่มีขนาดกว้าง มีการฉายภาพและเสียงให้ได้รับชม ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาเราเข้าไปชมหรือดูภาพยนตร์อยู่

ความจริงแล้วบ้านผีสิงมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยเอโดะนะ!

บ้านผีสิงญี่ปุ่น

บ้านผีสิงแห่งแรกในญี่ปุ่นปรากฏขึ้นมาตั้งแต่ปีเท็นโป (ปี ค.ศ. 1831) หรือเกิดขึ้นในช่วงสมัยของโชกุน โทกูงาวะ อิเอนะริ (Tokugawa Ienari = 徳川家斉) จนถึงช่วงของโชกุน โทกูงาวะ อิเอโยชิ (Tokugawa Ieyoshi = 徳川家慶) ซึ่งเป็นโชกุนลำดับที่ 11 – 12 จากตระกูลโทกูงาวะ โดยในช่วงเวลานี้ญี่ปุ่นเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ หลายเหตุการณ์ เช่น เกิดเหตุภัยพิบัติความหายนะจากฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นจัด เกิดเหตุการณ์ความอดอยากครั้งใหญ่ในยุคเท็มโป รวมถึงเกิดเหตุจลาจลเท็มโปหรือเหตุการณ์กบฏของโอชิโอะ เฮฮะจิโร เป็นต้น ซึ่งในช่วงเวลาที่สังคมเต็มไปด้วยความไม่สงบและความวุ่นวาย บ้านผีสิงแห่งแรกของญี่ปุ่นก็ได้ถูกสร้างขึ้นในย่านโอโมริ เมืองเอโดะ (ปัจจุบัน คือ เขตโอตะ ย่านโอโมริ) โดยผู้สร้าง คือ แพทย์ประจำชุมชนนามว่า “เฮียวเซ็น” (Hyosen = 瓢仙) นั่นเองค่ะ

doctor

โดยนายแพทย์เฮียวเซ็นได้สร้างอาคารไม้หลังเล็ก ๆ ขึ้นในสวนภายในบ้านของตัวเอง โดยภายในอาคารไม้หลังนี้ได้ประดับตกแต่งไปด้วยภาพวาดเรื่องเล่าสยองขวัญพร้อมทั้งหุ่นผีหรือหุ่นปีศาจต่าง ๆ เช่น ผีเด็กตาเดียว และตามผนังและเพดานของอาคารยังถูกวาดด้วยภาพของ “ขบวนปีศาจร้อยตน”(Hyakki Yagyo = 百鬼夜行) ด้วยสีสันสดใสสุดตื่นตา จึงทำให้อาคารดังกล่าวกลายเป็นที่ฮือฮา ถูกเล่ากันไปทั่วในหมู่ชาวเอโดะอย่างรวดเร็ว โดยพากันเรียกอาคารแห่งนี้ว่า “บ้านผีสิงแห่งโอโมริ”

g3

*เกร็ดความรู้*

เหตุการณ์กบฏของโอชิโอะ เฮฮะจิโร (Ooshio Heihachirou No Ran = 大塩平八郎の乱)

โอชิโอะ เฮฮะจิโร (ค.ศ. 1793 – ค.ศ. 1837)

เหตุการณ์กบฏของโอชิโอะ เฮฮะจิโร (Ooshio Heihachirou No Ran = 大塩平八郎の乱) คือ เหตุการณ์การลุกฮือของข้าราชการและชาวบ้านในสมัยเอโดะเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1837 ที่โอซาก้า โดย โอชิโอะ เฮฮะจิโร เคยเป็นอดีตข้าราชการของโชกุน ในช่วงนั้นญี่ปุ่นประสบกับภัยพิบัติและความอดอยากครั้งใหญ่ เนื่องจากภัยธรรมชาติและราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลโชกุนและขุนนางท้องถิ่นได้ละเลยความเดือดร้อนของประชาชน และกักตุนข้าวเอาไว้เพื่อขายต่อในราคาที่แพง ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจที่รัฐบาลไม่ช่วยเหลือประชาชน จึงตัดสินใจลุกฮือเพื่อต่อต้านความอยุติธรรม เขาเรียกร้องให้คืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และนำแนวคิดคุณธรรมแบบขงจื๊อมาใช้ โดยเขาและพรรคพวกพากันจุดไฟเผาเมืองโอซาก้าบางส่วนและพยายามยึดคลังข้าวและทองเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม การกบฏถูกปราบอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวัน ทำให้เขาต้องหลบหนีไป และสุดท้าย 40 วันให้หลังจากการหลบหนี เขาฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้ถูกจับ แต่ต่อมาเขาได้รับการยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษแห่งความยุติธรรม” ซึ่งผลจากเหตุการณ์ก่อกบฏในครั้งนี้ เผยให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาลโชกุนในการดูแลประชาชน เป็นหนึ่งในสัญญาณของการเสื่อมอำนาจของรัฐบาลโชกุนก่อนเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิในเวลาต่อมา

บ้านผีสิงญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือเกี่ยวกับบ้านผีสิงแห่งนี้ได้ถูกรู้ไปถึงหูของขุนนางผู้ปกครองท้องถิ่น เขาได้กล่าวว่า “เป็นแพทย์แล้วยังมาสร้างสิ่งแบบนี้อีก ไม่เอาจริงเอาจังเสียเลย! น่ารังเกียจ!” จึงมีคำสั่งให้รื้อถอนบ้านผีสิงแห่งนี้ทิ้งทันที แต่อีกไม่กี่ปีต่อมาที่วัดเอโคอิน (Ekoin = 回向院) ย่านเรียวโงกุ ในเอโดะ ในช่วงการเปิดแสดงเทพเจ้าเบนไซเท็นแห่งอิโนกาชิระ ได้มีการจัดงานแสดงหลายอย่างขึ้น โดยหนึ่งในนั้นคือ “การประกวดหุ่นศพแปลกประหลาด” (Henshi Ningyo Kurabe = 変死人形競) ซึ่งเป็นเหมือนโรงโชว์ของแปลกขึ้น

g5

นอกจากนี้ในปีเท็มโปที่ 7 (ปี ค.ศ. 1836) ที่เรียวโงกุก็ยังมีการแสดง “ร้านสัตว์ประหลาดเทระชิมะ (Terashima Jikomi Bakemono Donya = 寺島仕込怪物問屋) โดยเป็นร้านแสดงงานประดิษฐ์ที่นำเอาฉากหรือละครเรื่องราวเกี่ยวกับปีศาจต่าง ๆ มาสร้างเป็นหุ่นจำลอง ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ผู้คนเป็นอย่างมาก ในส่วนของหุ่นศพแปลกประหลาด อิซุมิ เมคิจิ (Izumi Mekichi = 泉目吉) ช่างหุ่นชื่อดังจากอาซากุสะนั้นเป็นที่เลื่องลือว่ามีฝีมือสุดยอดมาก โดยเขาสามารถสร้างหุ่นศพต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสมจริง เช่น หัวของผู้หญิงที่ถูกตัด หัวของนักโทษที่ถูกประหารและถูกนำไปแขวนประจาน ซากศพลอยน้ำ รวมไปถึงหัวของศพที่โผล่ออกมาจากโลงศพ เป็นต้น

g6

ในสมัยก่อนแสงไฟไม่ได้สว่างเหมือนในปัจจุบัน พอพระอาทิตย์ตกความมืดมิดก็เข้ามาแทนที่ความสว่าง หุ่นที่ประดิษฐ์อย่างประณีตและสมจริงเหล่านี้ได้ทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยยุคเมจิและยุคไทโช บ้านผีสิงก็เริ่มมีปรากฏให้พบเห็นได้ตามภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น

g7

และเมื่อเข้าสู่สมัยช่วงยุคโชวะ บ้านผีสิงก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่ที่สวนสนุกเท่านั้น เริ่มมีการสร้างบ้านผีสิงขึ้นตามดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าและสถานที่เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ รวมไปถึงยังไปปรากฏในงานเทศกาลโรงเรียนต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ความรู้จักและความนิยมของบ้านผีสิงมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคปัจจุบันบ้านผีสิงได้ถูกพัฒนาเป็นงานที่ถือว่ามีการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วย ทำให้เกิดความสมจริงและดูน่ากลัว กลายเป็นสถานที่สร้างความบันเทิงให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ว่าแล้วผู้อ่านทุกท่านละคะชอบเล่นบ้านผีสิงไหม? สำหรับตัวผู้เขียนชอบเล่นมากค่ะ แต่เล่นทีไรภาพก็จะติดตา ทำให้ตอนกลางคืนนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยค่ะ…ยิ้มแห้งๆ

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...