โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยคุกคามข้ามชาติ!! แฉเครือข่ายทหารรับจ้างต่างชาติ “CPU” ปักฐานในกัมพูชา ศูนย์ฝึกกำลังคนป้อนอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างขุมกำลังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

THE STATES TIMES

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 07.30 น. • THE STATES TIMES TEAM

ข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงและการสืบสวนข้ามชาติ ระบุถึงบทบาทของบริษัททหารรับจ้างเอกชนระดับนานาชาติชื่อ Close Protection Unit หรือ CPU ซึ่งถูกจับตาว่าปฏิบัติงานในกัมพูชาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยมีข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนสีเทาและอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค
CPU ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Krisztian Korom อดีตนักสืบเอกชนชาวฮังการี เดิมดำเนินงานในลักษณะบริษัทคุ้มครองบุคคลและรักษาความปลอดภัยระดับสูง ก่อนจะขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่ภารกิจด้านความมั่นคงเชิงยุทธวิธีในหลายประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ต่อมาบริษัทเริ่มถูกกล่าวถึงมากขึ้นในบริบทของกัมพูชาตั้งแต่ราวปี 2020 เป็นต้นมา ไม่ใช่เพียงในฐานะพื้นที่รับงานทั่วไป แต่ในฐานะฐานปฏิบัติการที่มีนัยสำคัญเชิงโครงสร้าง
แหล่งข่าวหลายฝ่ายให้ข้อมูลตรงกันว่า กัมพูชาถูกใช้เป็นทั้งฐานปฏิบัติการและศูนย์ฝึกอบรมของ CPU สำหรับการจัดหา คัดเลือก และเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านการทหารและความมั่นคง ก่อนจะส่งต่อไปยังพื้นที่ความขัดแย้งหรือพื้นที่ผลประโยชน์ในประเทศอื่น รูปแบบดังกล่าวทำให้กัมพูชากลายเป็นจุดพักกำลังและศูนย์กลางการหมุนเวียนบุคลากรของบริษัททหารรับจ้างเอกชน โดยดำเนินงานในสภาพแวดล้อมที่การกำกับดูแลของรัฐถูกตั้งคำถามจากนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด คือข้อกล่าวอ้างเรื่องความเชื่อมโยงระหว่าง CPU กับกลุ่มทุนสีเทาในกัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มที่มีบทบาทในธุรกิจคาสิโน คอมพาวด์ปิด และกิจกรรมที่เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แหล่งข่าวบางรายระบุว่า บุคลากรด้านความมั่นคงที่ได้รับการฝึกจาก CPU ถูกใช้ในการคุ้มครองผลประโยชน์ของเครือข่ายเหล่านี้ รวมถึงการควบคุมพื้นที่และบุคลากรภายในคอมพาวด์ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และอาชญากรรมไซเบอร์
นอกจากนี้ CPU ยังถูกเชื่อมโยงกับบริษัททหารรับจ้างสัญชาติจีนชื่อ Shadow Defense ซึ่งเคยจดทะเบียนดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ก่อนเลิกกิจการไปในเวลาต่อมา ความเชื่อมโยงดังกล่าวสะท้อนภาพของเครือข่ายความมั่นคงเอกชนข้ามชาติที่ทำงานทับซ้อนกันระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความมั่นคง และการเมือง โดยมีการเคลื่อนย้ายกำลังคนและทรัพยากรข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ
กรณีของ CPU ไม่ใช่เพียงเรื่องของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้กัมพูชากลายเป็นพื้นที่รองรับบริษัททหารรับจ้างเอกชนและเครือข่ายกำลังติดอาวุธนอกระบบรัฐ การใช้ประเทศหนึ่งเป็นฐานฝึกและฐานปฏิบัติการเช่นนี้ เปิดช่องให้กลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกฎหมายระหว่างประเทศ สามารถสนับสนุนกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติและความขัดแย้งในภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ข้อมูลจำนวนมากยังอยู่ในขั้นการสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน แต่คำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบคือ ใครคือผู้ให้การคุ้มครองทางการเมืองแก่เครือข่ายเหล่านี้ และกำลังคนที่ได้รับการฝึกในกัมพูชาถูกส่งไปปฏิบัติการในพื้นที่ใดบ้าง ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนอกภูมิภาค ประเด็นนี้กำลังถูกจับตาในฐานะภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับภูมิภาค ที่ประชาคมระหว่างประเทศอาจไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...