"อนุทิน" สั่งรับมือฝนหนักระลอกใหม่ 4-10 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง
วันนี้ (3 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) ติดตามสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาพรวมของสถานการณ์ มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งระดมการระบายน้ำ สูบน้ำออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล หรือจังหวัดที่มีสถานการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางภาคตะวันตก
สิ่งที่ต้องเร่งเตรียมความพร้อม คือ การพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไว้จะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4-10 ต.ค. ยังดีที่การพยากรณ์บอกว่า ภาคอีสาน ภาคเหนือ ค่อนข้างเคลียร์ มีปริมาณฝนอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนในเขตภาคกลางจะหนักมาก ดูจากภาพถ่ายดาวเทียม มีก้อนใหญ่สีแดงจัดในบริเวณทะเลจีนใต้ ที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้ามาผ่านทางประเทศเวียดนาม จะมาถึงประเทศไทยช่วงวันที่ 4-10 ต.ค.นี้
นายกรัฐมนตรี หันไปถามว่า อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยามาด้วยหรือไม่ ตนไม่เคยเห็นเลย อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ทำให้นายณัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ตอบว่า ท่านอธิบดีได้เกษียณอายุราชการ ไปตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ตนทำหน้าที่รักษาการแทน
นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวว่า มันก็มีเรื่องบูลลี่นิดนึงเกี่ยวกับเรื่องการแจ้งเตือน เนื่องจากตอนนี้มีการแจ้งเตือนอะไรต่างๆ จากกรมอุตุนิยมวิทยา เราไม่ได้ว่ากัน เราทำงานร่วมกันถือว่าอยู่ในทีมเดียวกัน อยู่ในความรับผิดชอบเรื่องการกระจายข่าวจะถูกครอบคลุมโดยศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ทำให้ลดแรงกดดันต่างๆ ไปยังกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย ต้องอธิบายว่า นี่คือการพยากรณ์อากาศ เพราะฉะนั้นอาจจะแม่นเต็มที่หรือไม่กี่เปอร์เซนต์ ถ้าทำความเข้าใจกันก่อน จะทำให้การสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคใต้เป็นต้นไป ล่าสุดได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 และได้แจ้งให้เตรียมความพร้อม ประสานความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า) กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ทั้งป้องกันเยียวยา ดูแล และเตรียมอพยพผู้คน
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ช่วงนี้ยังมีสภาพปริมาณน้ำฝน อย่างที่กรุงเทพมหานครช่วงบ่าย จะเห็นฝนตกหนักอยู่ แต่ไม่มีผลต่อการระบายน้ำ สิ่งที่ต้องทำคือ เร่งระบายน้ำที่อยู่ในพื้นที่ออกไปให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ ส่วนเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การจัดสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ อาหาร ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องตลอดจนภาคเอกชน อาสาสมัคร จิตอาสาทั้งหลายได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปในวงกว้างแล้ว
ที่ศูนย์แห่งนี้จะประชุมทุกวัน อัปเดตสถานการณ์ตลอดเวลา นายอนุทินกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงประชาชนถึงเรื่องโครงการประกันภัยให้กับครัวเรือนที่ประสบอุบัติภัย ไม่ใช่เฉพาะน้ำท่วมเท่านั้น หลักๆ 3 อย่างคือ อุทกภัยภัยจากน้ำ วาตภัยจากลมฟ้าฝน และแผ่นดินไหว
"ขอให้มุ่งมั่นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไม่ต้องไปฟังหรือสนใจ เรื่องการบูลลี่ หรือกระทบกระทั่ง ตั้งคำถามในเชิงดูถูกดูแคลน สร้างความปั่นป่วน ขอให้เรามั่นใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าเรื่องการทำงานเต็มที่ของพวกเราสถานการณ์ต่างๆ เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะที่นี่มีแนวโน้มจะกลับมาเป็นความปกติได้มากขึ้น จากนี้ไปต้องเตรียมตัวป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากสภาวะฝนที่จะมีปริมาณมากขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้"
อ่านข่าว :
ปภ.เผยน้ำท่วม 26 จังหวัด รวม กทม. กระทบ ปชช.กว่า 1.17 ล้านครัวเรือน
ระดับน้ำเคหะร่มเกล้าลด 20-30 ซม. หลังติดตั้งท่อซิ่ง 4 เครื่อง บางจุดยังท่วมสูง
ปราจีนบุรีอ่วม! เช็กเส้นทางน้ำท่วม หลายจุดปิดการจราจร รถเล็กผ่านไม่ได้