โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PTT ผนึก 7 บริษัทลูก ขับเคลื่อนน้ำมันพืชใช้แล้วสู่ SAF-เชื้อเพลิงชีวภาพ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 ต.ค. เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. เวลา 06.47 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือPTT เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านความร่วมมือในการจัดหาและต่อยอดน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) เพื่อพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพ มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้และเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 กลุ่ม ปตท. ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดหาและต่อยอดน้ำมันพืชใช้แล้ว โดยมี นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย PTT และ นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เข้าร่วมพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทในกลุ่ม ปตท. รวม 8 บริษัท ประกอบด้วย PTT, PTTEP, TOP, PTTGC, IRPC, GPSC, OR และ GGC

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว มี โครงการบริหารการสร้างประโยชน์ร่วมธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น (PRISM) เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือและขับเคลื่อนโครงการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วของกลุ่ม ปตท. โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการจัดเก็บ UCO ในช่วงปี 2570–2571 เพื่อรองรับความต้องการวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วจะครอบคลุมแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลาย ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถานประกอบการ สถานพยาบาล สถานศึกษา และชุมชน เพื่อเพิ่มปริมาณการจัดเก็บและพัฒนาระบบบริหารจัดการวัตถุดิบให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการนำ UCO ไปใช้ประโยชน์ กลุ่ม ปตท. มีแผนต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพหลายประเภท ประกอบด้วย น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ไบโอดีเซล (Biodiesel) และ UCO Methyl Ester (UCOME) ซึ่งใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเรือเดินสมุทร รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กลุ่ม ปตท. จะบูรณาการศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทในเครือตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาและรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว การผลิตและแปรรูปวัตถุดิบ ไปจนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรและสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งมุ่งนำทรัพยากรที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ โดยการเปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตพลังงานและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพ ถือเป็นอีกแนวทางในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดในระยะยาว

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. มุ่งหวังให้ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดหาวัตถุดิบชีวภาพ รองรับความต้องการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกในภาคการขนส่งและอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...