หาต้นตอ "สารพิษ" พืชเกษตร แยก "มลพิษข้ามพรมแดน-เคมีเกษตร" ลุ่มน้ำ จ.เชียงราย
ทีมนักวิจัยจากคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรจากการปนเปื้อนของโลหะหนักในพื้นที่เกษตรกรรมลุ่มน้ำ จ.เชียงราย ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างพืช ดิน น้ำ ปุ๋ย ฮอร์โมน และยากำจัดศัตรูพืช ในพื้นที่ลุ่มน้ำกก-สาย-รวก เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังผลผลิตทางการเกษตรที่อาจปนเปื้อนโลหะหนัก
แผนการเก็บตัวอย่างในลุ่มน้ำกกแบ่งเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ แม่น้ำกกตอนต้น (ต.ท่าตอน ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่) แม่น้ำกกตอนกลาง (อ.เมือง และ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย) และแม่น้ำกกตอนล่าง (อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย)
นางแว่น ปันจันทร์ ชาวบ้านใหม่หมอกจ่าม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ปลูกพืชผักสวนครัวห่างจากแม่น้ำกกราว 200 เมตร ที่ดินดังกล่าวถูกน้ำท่วมใหญ่ในปี 2567 ซึ่งพัดพาตะกอนดินเข้ามาทับถมพื้นที่เพาะปลูก เธอทราบว่าแม่น้ำกกปนเปื้อนสารพิษจากข่าวสารต่าง ๆ และข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบันจึงใช้น้ำจากบ่อบาดาลที่ขุดภายในสวนเป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตร
ผักกาด กะหล่ำ ผักชี จะใช้สารเคมีตอนผักต้นเล็ก ๆ หลังจากนั้นไม่ได้ใช้ แต่ใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลเรื่องสารพิษ ชาวบ้านใหม่หมอกจ่าม กล่าวว่า การทำสวนส่วนใหญ่ปลูกไว้กินเองและขายในหมู่บ้าน โดยเน้นความปลอดภัย แต่ไม่ทราบว่าสารพิษที่มากับดินมีหรือไม่ ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแหล่งน้ำมาใช้บ่อบาดาลแทน
นางอาเพะ อาจอ ชาวบ้านใหม่หมอกจ่าม สูบน้ำบาดาลมารดแปลง เตรียมปลูกกระเทียมในพื้นที่กว่า 1 ไร่ ริมแม่น้ำกก เธอทราบดีว่าแม่น้ำกกปนเปื้อนสารพิษ จึงหันมาเจาะบ่อบาดาลเพื่อใช้น้ำทดแทนการใช้น้ำจากแม่น้ำกกโดยตรง โดยบ่อบาดาลมีความลึกประมาณ 10 เมตร และอยู่ห่างจากแม่น้ำกกไม่ถึง 20 เมตร
ปกติปลูกกระเทียมสลับกับปลูกข้าวโพด นับตั้งแต่น้ำท่วมปี 2567 แม้จะใส่ปุ๋ยบำรุงดินและใช้ยากำจัดศัตรูพืช แต่ตะกอนดินทรายที่มากับน้ำท่วมทำให้ผลผลิตตอนนี้ลดลงไปมากกว่าครึ่ง
นายปฐมพงษ์ ฤทธิแผลง ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเขื่อนเชียงราย ฝั่งขวาที่ 1 กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ขณะนี้ข้าวนาปีใกล้เก็บเกี่ยว แม้จะได้ผลผลิตข้าวดี แต่ก็มีความกังวลว่าข้าวจะมีการสะสมของสารพิษหรือไม่ ที่ผ่านมามีการตรวจพบสารปนเปื้อนบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่ทราบว่ามาจากแหล่งใด
รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ทีมวิจัยคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรจากการปนเปื้อนของโลหะหนักในพื้นที่เกษตรกรรมลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จ.เชียงราย กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบบจำลอง AI และแอปพลิเคชัน "พืชกินได้" โดยการเก็บข้อมูลครั้งนี้จะแตกต่างจากการเก็บตัวอย่างครั้งก่อน ๆ ของทีมวิจัย เนื่องจากจะช่วยแยกแยะได้ว่าสารพิษมาจากแหล่งใด
การเก็บตัวอย่างครั้งนี้เป็นการเก็บแบบละเอียด เช่น ตรวจสอบว่าปุ๋ยหรือสารเคมีทางการเกษตรมีการปนเปื้อนหรือไม่ ใช้ในปริมาณเท่าไร และทำให้เกิดการปนเปื้อนในดินมากน้อยเพียงใด รวมถึงตรวจสอบว่ามาจากเหมืองแร่หรือการใช้สารเคมีทางการเกษตรหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การสร้างแบบจำลองพืชกินได้ หลังเก็บตัวอย่างแล้ว ภาครัฐจะมีข้อมูลว่าควรเก็บตัวอย่างที่ใด และสามารถตอบคำถามประชาชนได้ รวมถึงนำไปกำหนดมาตรการต่าง ๆ
ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า งานวิจัยนี้อยู่ภายใต้แนวทางการตรวจสอบและเฝ้าระวังการปนเปื้อนของโลหะหนักในห่วงโซ่สินค้าเกษตรและอาหารที่ประชาชนในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขงบริโภคในชีวิตประจำวัน
ตั้งแต่เกิดปัญหาสารพิษ หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานวิจัยต่างเข้ามาตรวจสอบ ทั้งดิน น้ำที่ใช้ในการเกษตร และผลผลิตทางการเกษตร เพื่อค้นหาว่ามีโลหะหนักชนิดใดปนเปื้อนในพืชผักและผลไม้ที่ประชาชนบริโภค ที่ผ่านมาพบการปนเปื้อนของโลหะหนักทั้งในระดับที่เกินและไม่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย
ประเด็นหลักคือต้องการตอบคำถามว่า สารโลหะหนักปนเปื้อนในพืชผักผลไม้ได้อย่างไร และมาจากชั้นดินตามธรรมชาติ สารเคมีทางการเกษตร หรือตะกอนดินที่ทับถมจากน้ำปนเปื้อน โดยเฉพาะจากน้ำท่วมใหญ่ในปี 2567
ดร.สืบสกุลกล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่เกษตรริมแม่น้ำกกยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมถึงเป็นประจำ เมื่อน้ำลดลง เกษตรกรจะปลูกพืชริมแม่น้ำ หากทราบว่าดินปนเปื้อนสารพิษจากแหล่งใด จะสามารถจำแนกพื้นที่ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ได้ โดยกรณีแม่น้ำกกสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ได้แก่
โซนที่ 1 พื้นที่ริมแม่น้ำกกที่น้ำท่วมเป็นประจำในช่วงฤดูฝน เมื่อถึงฤดูหนาวน้ำจะลดลง และพื้นที่ตะกอนดินจะกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผักและพืชเศรษฐกิจ
โซนที่ 2 พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในปี 2567 แต่ในปีอื่น ๆ น้ำไม่ท่วมถึง ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ที่ได้รับตะกอนสารพิษจากน้ำท่วม
โซนที่ 3 พื้นที่ที่แม่น้ำกกไม่เคยท่วมถึงในรอบหลายปี
หากจำแนกความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและการใช้สารเคมีทางการเกษตร ก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการปนเปื้อนเกิดจากแหล่งใดบ้าง เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะนำไปสู่การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง โดยอาจแบ่งเป็นพื้นที่สีเขียว (ปลอดภัย) สีเหลือง (เฝ้าระวัง) และสีแดง (ไม่สามารถเพาะปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารได้)
ตอนนี้ต้องการแผนที่ที่ซ้อนทับกับแผนที่น้ำท่วม ข้อมูลวิจัยชุดนี้จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนตลอดลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำสาย และนำไปสู่การจัดทำแผนที่และระบบเฝ้าระวังที่มีความแม่นยำมากขึ้น ทุกหน่วยงานจะใช้แผนที่ชุดเดียวกัน โดยการตรวจสอบของหน่วยงานต่าง ๆ จะอ้างอิงแผนที่เดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลไม่แตกต่างกัน
ดร.สืบสกุลกล่าวอีกว่า ชุดข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกในแต่ละพื้นที่ กรณีพื้นที่สีแดงอาจต้องยุติการปลูกพืชอาหาร ส่วนพื้นที่สีเหลืองต้องเฝ้าระวัง และพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยจะมีมาตรการสนับสนุนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่เกษตรกรและผู้บริโภค
นอกจากนี้ ข้อมูลทั้งหมดยังสามารถนำไปใช้ประกอบการเจรจากับประเทศเมียนมา เพื่อเป็นหลักฐานว่าผลผลิตทางการเกษตรปนเปื้อนจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาหรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการเหมืองแร่ในประเทศต้นทาง และป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดนมายังประเทศไทย
คณะวิจัยดำเนินงานภายใต้คณะทำงานระดับจังหวัดเชียงราย ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด กลุ่มเกษตรกร และองค์กรผู้ใช้น้ำเข้าร่วม คณะทำงานระดับจังหวัดจะรวบรวมข้อมูลและจำแนกพื้นที่ แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องมีคณะทำงานระดับนโยบายจากรัฐบาลหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและนำไปสู่มาตรการหรือแนวทางสนับสนุน
กรณีที่ต้องยุติการปลูกพืชหรือเปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อการผลิต จำเป็นต้องมีการสนับสนุนงบประมาณหรือเทคโนโลยีสำหรับปรับเปลี่ยนชนิดพืชและฟื้นฟูดิน รวมถึงจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษจากการทำเหมืองแร่
สำหรับงานวิจัยครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถกำหนดพื้นที่ความเสี่ยงได้ภายใน 2 เดือน โดยจะมีการเก็บตัวอย่างและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงเรียน กลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มสภาเกษตรกร และเกษตรอำเภอ ซึ่งจะร่วมเป็นเครือข่าย "วิทยาศาสตร์พลเมือง"
นอกจากนี้ ทีมวิจัยจะเก็บตัวอย่างในพื้นที่แม่น้ำสายและแม่น้ำรวก เพื่อจัดทำแผนที่ความเสี่ยงและแผนที่เฝ้าระวังต่อไป
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
"วราวุธ" รับหนังสือ จี้เร่งแก้ไข-เยียวยาจากกรณี "น้ำสีรุ้ง" พร้อมตรวจสอบโรงงานนอมินี
กทม.-ปภ.ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมในกทม.ได้ถึง 30 พ.ย.นี้
อช. เตรียมตรวจยืนยันสายพันธุ์ รอยตีนคล้ายไดโนเสาร์ที่ภูพระบาท
"โรม" ตอบปม ไม่ไปแจ้งความคดี "สามีไอเดียร์" ถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องใหญ่กว่าแค่ตัวบุคคล