ระทึก! รถนายก อบต.วังยาวไถลหวิดตกเหว เร่งเปิดทางช่วยชาวบ้านบนดอยกว่า 300 ชีวิต
ระทึก! นายก อบต.วังยาว ขับรถสำรวจถนนขาดที่สุพรรณบุรี รถไถลเกือบตกเหวลึกกว่า 4 เมตร หลังน้ำป่ากัดเซาะเส้นทาง ชาวบ้านบนดอยกว่า 300 ชีวิตเดือดร้อน รถเข้าออกไม่ได้ ผลผลิตเกษตรเสี่ยงเสียหาย เร่งเปิดเส้นทางชั่วคราว
เกิดเหตุระทึกขณะนายก อบต.วังยาว ขับรถลงพื้นที่สำรวจเส้นทางขึ้นหมู่บ้านตะเพินคี่ หมู่ 5 ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อเตรียมช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก หลังฝนตกหนักต่อเนื่องระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ถนนถูกน้ำกัดเซาะจนขาด รถไถลล้อหลังเบียดแบริเออร์ เกือบตกลงไปในร่องเหวที่ถูกน้ำเซาะลึกกว่า 4 เมตร เคราะห์ดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างนายสุรศักดิ์ ชาวบ้านกร่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของเส้นทางขึ้นหมู่บ้านตะเพินคี่ ซึ่งตลอดเส้นทางพบถนนพังเสียหายหลายจุด มีดินสไลด์เป็นระยะ และบางช่วงถูกน้ำป่ากัดเซาะจนขาด โดยบริเวณจุดเกิดเหตุมีร่องดินลึกและด้านล่างเป็นเหวลึก ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเสี่ยง
ผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านบนดอยกว่า 300 ชีวิตได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางที่เสียหายได้ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งนำถุงยังชีพขึ้นไปช่วยเหลือแล้ว แต่การเดินทางและการขนส่งสิ่งของยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
นอกจากการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ชาวบ้านยังได้รับผลกระทบด้านอาชีพ โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร ทั้งอะโวคาโดและสับปะรดที่เก็บเกี่ยวไว้แล้ว ไม่สามารถขนลงมาจำหน่ายได้ทันเวลา เสี่ยงต่อการเน่าเสียและสูญเสียรายได้ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนต้องช่วยกันแบกหามผลผลิตข้ามจุดถนนขาด เพื่อนำไปขึ้นรถอีกฝั่งก่อนขนส่งออกไปขาย ส่วนร้านค้าบนดอยที่เคยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเดินทางที่ไม่สะดวก
นายสุรศักดิ์ ชาวบ้านกร่าง นายก อบต.วังยาว เปิดเผยว่า ขณะนี้จำเป็นต้องเร่งทำเส้นทางชั่วคราว เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้โดยเร็วที่สุด หลังสำรวจพบความเสียหายหลายจุดตลอดเส้นทาง เบื้องต้นได้นำรถไถเข้าปรับเกลี่ยและถมดิน เพื่อเปิดทางให้รถจักรยานยนต์สามารถสัญจรผ่านได้ก่อน ระหว่างรอการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ส่วนปัญหาผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่สามารถขนลงมาจำหน่ายได้ ตนได้ช่วยรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านแล้วกว่า 800 กิโลกรัม โดยนำมาจำหน่ายในราคาต้นทุน เพื่อช่วยระบายสินค้า ลดความเสี่ยงที่ผลผลิตจะเน่าเสีย และบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บนดอย
ด้านนายเชิดชู ช่วยโต ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสุพรรณบุรี กล่าวว่า จุดที่ได้รับความเสียหายยังอยู่นอกพื้นที่ความรับผิดชอบเดิมของทางหลวงชนบท อย่างไรก็ตาม แขวงทางหลวงชนบทสุพรรณบุรีได้สนับสนุนเครื่องจักรเข้าช่วยดำเนินการแก้ไข เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้โดยเร็วที่สุด โดยจะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม ใช้งบประมาณอย่างประหยัด และเร่งเปิดเส้นทางให้กลับมาใช้งานได้ก่อน