โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขนส่งทางบก ลุยตอกเสาเข็มศูนย์ขนส่งชายแดนนครพนม พร้อมรองรับขนส่งสินค้าทางถนน และทางคู่สายใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 พ.ค. 2566 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2566 เวลา 07.02 น.

ขนส่งทางบก ลุยตอกเสาเข็มศูนย์ขนส่งชายแดนนครพนม พร้อมรองรับขนส่งสินค้าทางถนน และทางคู่สายใหม่

วันนี้ (วันที่ 31 พฤษภาคม 2566) ณ พื้นที่ก่อสร้างโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานในงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การเริ่มก่อสร้างโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ให้กับประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินโครงการ โดยมีนายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดนครพนม บริษัท เอสเอซีแอล จำกัด (ผู้ร่วมลงทุน) ประชาชน สื่อมวลชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้จัดงานแถลงข่าวสร้างการรับรู้ การเริ่มก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ให้กับประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินโครงการ พร้อมถือฤกษ์ประกอบพิธียกเสาเอกอาคารสำนักงานกลาง (Main Office) เพื่อความเป็นสิริมงคล ภายหลังจากได้ว่าจ้างบริษัท เทิดไท แอนด์ โค จำกัด เริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ภาครัฐรับผิดชอบ ซึ่งประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางและอาคารที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ วงเงินงบประมาณกว่า 624 ล้านบาท ตามรูปแบบและเงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุน (PPP) มาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา พร้อมมีการว่าจ้าง กิจการร่วมค้า เอสเอส กรุ๊ป เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

ซึ่งปัจจุบันผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับระดับพื้นที่ก่อสร้างภายในโครงการแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างก่อสร้างระบบระบายน้ำ งานถนนและลานคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานฐานรากอาคารต่างๆ ภายในโครงการ โดยมีความก้าวหน้าของงานก่อสร้างกว่า 13% (เร็วกว่าแผนงานประมาณ 4%) งานก่อสร้างสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี และยังไม่พบปัญหาอุปสรรคใดๆ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกมีแผนที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับบริษัท เอสเอซีแอล จำกัด ในฐานะผู้ร่วมลงทุนโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ไปดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ภาคเอกชนรับผิดชอบในช่วงเดือนกันยายน 2566 นี้

โดยตามเงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุน (PPP) บริษัท เอสเอซีแอล จำกัด จะเป็นผู้รับผิดชอบลงทุนค่าก่อสร้างองค์ประกอบอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้ อาทิ อาคารรวบรวมและกระจายสินค้า อาคารคลังสินค้า และอาคารซ่อมบำรุง รวมถึงการติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ เช่น Gantry Crane และงานระบบต่างๆ โดยมีมูลค่าการลงทุนของภาคเอกชนรวมกว่า 317 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2567 พร้อมกันทั้งในส่วนที่ภาครัฐและภาคเอกชนรับผิดชอบ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางถนน รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศ บนเส้นทางสาย R12 ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญและมีศักยภาพสูง สามารถเชื่อมต่อการขนส่งจากจังหวัดนครพนมของประเทศไทย ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว ประเทศเวียดนาม และทางตอนใต้ของประเทศจีน แถบเมืองหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจและเป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญของประเทศไทย ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ภายในศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ได้ถูกออกแบบให้มีองค์ประกอบและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรองรับกิจกรรมทางด้านโลจิสติกส์ไว้อย่างครบครัน เป็นพื้นที่สำหรับรวบรวมและกระจายสินค้า และเป็นจุด One Stop Service ซึ่งสามารถรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานตรวจปล่อยสินค้า (Customs, Immigrations & Quarantines : CIQ) ทำให้สามารถตรวจปล่อยสินค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว และยังสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกัน หรือ Common Control Area (CCA) รองรับการปฏิบัติงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ไทย และ สปป.ลาว ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจปล่อยสินค้าให้กับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในอนาคต

นอกจากนี้ ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ยังถูกออกแบบให้รองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Modal Shift) ระหว่างทางถนนกับทางรางได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านแนวโครงการรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างกระบวนการเวนคืนที่ดิน ก่อนดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการขนส่งไทย และช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์อีกทางหนึ่ง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางบกมีแผนเปิดให้บริการโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ในช่วงปี 2568 โดยบริษัท เอสเอซีแอล จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์มาอย่างยาวนาน จะเข้ามาบริหารจัดการและบำรุงรักษาโครงการ (Operation and Maintenance : O&M) และจ่ายค่าสัมปทานให้แก่ภาครัฐ เป็นเงินรวมกว่า 298 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาโครงการ 30 ปี ตามเงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุน (PPP) โดยที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนครพนมที่ช่วยผลักดันให้โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนมประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งต่างๆ ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการ จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้จังหวัดนครพนมเป็น “ศูนย์กลางทางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน” ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดนครพนมและจังหวัดข้างเคียงได้อีกมากในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...