โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BAY มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 03 ส.ค. เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. เวลา 07.41 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ระบุว่า ธนาคารมีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.33-33.69 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ด้วยมติ 9 ต่อ 3 โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุยาวถูกเทขายอย่างหนัก

หลังประธานเฟดไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้เรื่องการตัดสินใจคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ซึ่งมีกรรมการ 3 รายลงมติคัดค้านเสียงส่วนใหญ่ ตลาดกังวลว่าหากเฟดมีบทบาทเชิงรุกน้อยลง ความเสี่ยงที่จะตอบสนองต่อเงินเฟ้อล่าช้ากว่าที่ควร (Behind the Curve) จะเพิ่มขึ้น ส่วนค่าเงินเยนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และตลาดคาดว่าน่าจะเกิดจากการแทรกแซงค่าเงินของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตามคาด โดยรายงานเศรษฐกิจแสดงความกังวลเรื่องค่าเงินและแรงกดดันเงินเฟ้อ ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 112 ล้านบาท และ 10,283 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนมากขึ้น เนื่องจากตลาดเริ่มไม่มั่นใจต่อรูปแบบการตอบสนองเชิงนโยบาย (Reaction Function) ของเฟดภายใต้การนำของประธาน Warsh และความน่าเชื่อถือของเฟดถูกตั้งคำถามในวงกว้าง นอกจากนี้ การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันของสหรัฐฯและญี่ปุ่นเพื่อประคองค่าเงินเยนสะท้อนว่าสหรัฐฯต้องการแก้ไขภาวะค่าเงินเยนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมาก และพร้อมที่จะเข้าร่วมการแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมหากจำเป็น

สำหรับปัจจัยในประเทศ ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยแคบลงสู่ 3.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าขณะที่ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นและการท่องที่ยวได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจได้แรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ธปท.ระบุว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าสหรัฐฯ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต ประสิทธิผลของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...