โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลงาน Ig Noble Prize 2023 งานวิจัยที่ชวนขำก่อน คิดทีหลัง

The MATTER

เผยแพร่ 17 ก.ย 2566 เวลา 09.26 น. • Brief

พอพูดถึงคำว่างานวิจัย คงช่วยไม่ได้ที่เราจะนึกถึงการศึกษาอย่างจริงจังขึงขังเพื่อความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติ แต่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไปไหม ในเมื่อหลายครั้งอารมณ์ขัน การแซว และการเสียดสีก็ชวนให้เราคิดต่อได้ไม่ต่างกัน

สำหรับ Ig Noble Prize งานมอบรางวัลเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งยึดปรัชญาอารมณ์ขันมา สติปัญญาเกิด งานวิจัยและความฉลาดไม่จำเป็นต้องขึงขังจริงจังเสมอไป เพราะบางครั้งการได้หลุดหัวเราะออกมาก่อน ก็ช่วยให้เราคิดอะไรได้ง่ายกว่ามาก

ล่าสุด Ig Noble Prize เพิ่งประกาศผู้ชนะทั้ง 10 สาขาไปเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา และเราได้รวบรวมมาให้ดูกันแล้วว่า งานวิจัยชิ้นไหนบ้างที่ทั้งขำและชวนคิด

รางวัลสาขาเคมีและธรณีวิทยา

สำหรับผู้ชนะในสาขานี้ได้แก่งานวิจัยที่พยายามหาคำตอบว่า ‘ทำไมนักวิยาศาสตร์ชอบเลียหิน’ ทีมนักวิจัยขี้สงสัยได้ค้นข้อมูลได้ช่วงศตวรรษที่ 18 แล้วได้พบว่า จุดเริ่มต้นของพฤติกรรมแปลกๆ นี้มาจากนักธรณีวิทยาชาวอิตาเลียน ซึ่งใช้ลิ้นช่วยแยกแยะชนิดของแร่ธาตุต่างๆ ในหิน และแม้ในปัจจุบัน นักธรณีวิทยายังเลียหินกันอยู่ แต่ไม่ใช้เพื่อแยกแร่ธาตุอีกแล้ว พวกเขาเลียหินเพราะต้องการให้ผิวหินเปียกชื้น เพื่อให้สามารถมองเห็นอนุภาคของหินได้ชัดเจนขึ้น

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://www.palass.org/publications/newsletter/eating-fossils

รางวัลสาขาวรรณกรรม

เวลาพูดถึงรางวัลสาขาวรรณกรรม หลายคนคงนึกถึงงานเขียนขึ้นที่ทั้งเต็มไปด้วยวรรณศิลป์ แต่ก็สะท้อนโลกภายในของมนุษย์และโลกภายนอกที่เกินควบคุม แต่สำหรับ Ig Noble สาขานี้มอบให้แก่งานวิจัยที่ศึกษา ‘ความรู้สึกของคนที่พูดคำเดิมซ้ำๆ ซ้ำๆ ซ้ำๆ และซ้ำอีกครั้ง’

ทีมนักวิจัยเชื่อว่าภาวะ ‘จาเมส์ วู’ ที่คนหนึ่งลืมสิ่งที่เคยทำเป็นประจำ เป็นปรากฎการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองส่วนความจำเหมือนเดจาวู ทีมนักวิจัยจึงให้ผู้ร่วมวิจัยทดลองพูดคำเดิมซ้ำๆ จนกว่าจะรู้สึกว่ามัน “แปลก” หรือมีเหตุผลที่จะหยุด ผลปรากฎว่าภายหลังผู้ร่วมวิจัยพูดคำเดิมซ้ำสัก 1 นาที หรือครบ 30 ครั้ง พวกเขาจะเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของคำนั้น

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติ่มได้ที่: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32079491/

รางวัลสาขาสาธารณสุข

สุขภาพเป็นเรื่องใหญ่ และแน่นอนรวมถึงสุขภาพของระบบขับถ่าย ในปีนี้รางวัลสาขาสาธารณสุขมอบให้แก่ ‘ส้วมอัจฉริยะ’ ที่นอกจากคงฟังค์ชั่นรองรับถ่ายหนัก- เบาไว้เหมือนเดิม ส้วมนี้ยังสามารถวิเคราห์สุขภาพของผู้นั่งได้ในทันที เพราะมีการติดตั้งแผ่นวิเคราะห์ปัสสาวะ รวมถึงระบบเซนเซอร์ที่ช่วยวิเคราะห์สุขภาพรูทวารว่าแข็งแรงดีไหม

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36724240/

รางวัลสาขาการสื่อสาร

การสื่อสารเป็นศาลตร์และศิลป์ที่ซับซ้อน การสื่อสารวิกฤตก็ศาสตร์หนึ่ง สื่อสารที่สาธารณะก็อีกศาสตร์หนึ่ง แล้วการสื่อสารกลับหลังล่ะ? ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผู้ชนะรางวัลสาขาการสื่อสารปีนี้คือทีมนักวิจัยที่ศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของคนที่สื่อสารกลับหลัง เช่น ถ้าได้รับประโยคว่า ‘long live tango’ ต้องสื่อสารออกมาเป็น ‘ognat evil gnol’ ซึ่งมีอยู่จริงในเมืองลา ลากัวนา ประเทศสเปน

ทีมนักวิจัยพบว่าสมองของคนที่สื่อสารกลับหลังจะมีสกิลการเรียงลำดับคำแบบพิเศษ และมีโครงสร้างสมองส่วนหลังและข้างไม่เหมือนคนทั่วไป โดยมักจะจะมีเครือข่ายการทำงานของสมองที่ใหญ่เป็นพิเศษ พวกเขายังสรุปว่าสมองของมนุษย์สามารถพัฒนาทักษะเฉพาะได้อีกหลากหลายมากเพื่อรองรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nature.com/articles/s41598-020-67551-z

รางวัลสาขาการแพทย์

แม้เราจะเขินทุกทีที่ขนจมูกโผล่ออกมา แต่มันมีก็มีความสำคัญในฐานะตัวกรองโรคที่จะเข้าผ่านทางระบบหายใจ และสำหรับสาขาการแพทย์ปีนี้มอบให้แก่ทีมนักวิจัยที่นำมาร่างของผู้เสียชีวิตมานับดูว่า “ขนจมูกในรูจมูกสองข้างของมนุษย์มีจำนวนเท่ากันหรือไม่”

หลังจากศึกษาทั้งชายและหญิง (ที่เสียชีวิต) จำนวน 20 คนพวกเขาก็พบว่า โดยเฉลี่ยคนทั่วไปมีขนจมูกข้างซ้าย 120 เส้น และข้างขวา 112 เส้น และพวกเขายับพบว่าเพศไม่ใช่ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับจำนวนขนจมูก แต่คนที่มีประวัติป่วยด้วยโรคมะเร็ง ไม่ว่าเต้านม ปอด หรือลำไส้ใหญ่ มักมีขนจมูกน้อยกว่าคนทั่วไป ชวนให้นักวิจัยศึกษาต่อไปว่า มันมีความสัมพันธ์อะไรหรือเปล่าระหว่างโรคมะเร็งและจำนวนขนจมูก

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://www.jaad.org/article/S0190-9622(20)32002-8/fulltext

รางวัลสาขาโภชนาการ

องค์กรอนามัยโลกแนะนำว่าเราควรกินเกลือไม่เกิน 5 กรัม/ วัน แต่กินข้าวทีไรก็อดเติมพริกน้ำปลาไม่ได้สักที ปัญหาเรื่องอาหารเค็มเกินไปจะหมดไป เพราะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมจิประดิษฐ์ ‘ตะเกียบไฟฟ้ารสเกลือ’ ที่อาศัยกลไกกระแสไฟฟ้า และระบบคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กบนสายรัดข้อมือผู้กิน กระตุ้นให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงรสเค็มบนอาหารเพิ่มขึ้น โดยทีมวิจัยยืนยันว่าถ้าใช้ตะเกียบชนิดนี้กินอาหารจะทำให้อาหารเค็มเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าเลยทีเดียว

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://dl.acm.org/doi/abs/10.1145/1959826.1959860#:~:text=An%20electric%20contact%20is%20connected,drinks%20because%20they%20contain%20electrolyte.

.

รางวัลสาขาวิศวะเครื่องกล

ทำไมเราต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นใหม่ ในเมื่อสามารถนำสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติกลับมาใช้ได้? นี่คือคำถามตั้งต้นของทีมนักวิจัยที่นำแมงมุมที่ตายแล้วมาดัดแปลงให้เป็นหุ่นยนต์หยิบจับสิ่งของที่สามารถยกของหนักกว่าตัวมันได้ 1.3 เท่า ทีมนักวิจัยบอกว่าที่เลือกใช้แมงมุม เพราะขาของพวกมันมีการทำงานที่ไม่ซับซ้อน มีเพียงแค่การหุบเข้าด้านในคล้ายกับอุปกรณ์จับทั่วไปเท่านั้น ทีมนักวิจัยยังบอกว่าแนวคิดนี้นอกจากช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังนำไปประยุกต์และพัฒนาต่อในสาขาเนโครโบติกส์ที่แปลตรงๆ ได้ว่า หุ่นยนต์ซากศพได้อีกด้วย

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1002/advs.202201174

รางวัลสาขาการศึกษา

“ราขอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีที่มีหัวเมืองขึ้นหลากหลาย หลังจากพม่า… ZzZZzZ” เป็นเรื่องปกติมากที่เราจะเบื่อบางวิชาที่อาจารย์เอาแต่ให้ท่องจำ ความน่าเบื่อของอาจารย์ส่งผลต่อความเบื่อของนักเรียนแค่ไหน เป็นโจทย์วิจัยที่คว้ารางวัล Ig Noble สาขาการศึกษาในปีนี้ไปครอง

ทีมนักวิจัยได้ข้อสรุปว่า อาจารย์ที่น่าเบื่อส่งผลให้นักเรียนไม่มีแรงจูงใจในการเรียน หรือแปลว่ายิ่งสอนเบื่อ นักเรียนยิ่งไม่อยากเรียนนั่นเอง

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31342514/

รางวัลสาขาจิตวิทยา

โจทย์ใหญ่ของการศึกษาสาขาจิตวิทยาสังคมคือ คนหนึ่งมีผลต่ออีกคนมากแค่ไหน เช่น ถ้าอยู่ดีๆ เรามองขึ้นบนฟ้ากลางสยามแสควร์ จะมีกี่คนที่ทำตามเรา และรางวัลสาขาจิตวิทยาปีนี้ของ Ig Noble มอบให้แก่งานวิจัยที่ทดลองว่า ถ้าเราแหงนหน้ามองอะไรสักอย่างกลางถนน จะมีกี่คนที่ทำตาม

จากการทดลองกับคนเดินเท้าจำนวน 1,425 คน ทีมนักวิจัยพบว่า การจะทำให้คนบนถนนหยุดและมองขึ้นไปบนฟ้าได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่หยุดมองก่อน ถ้ามีคนหยุดมองแค่คนเดียว จะมีคน 4% เท่านั้นที่จะหยุดแล้วมองตาม แต่ถ้าคนหยุดมองเพิ่มเป็น 15 คน จะมีมากถึง 40% ที่หยุดและให้ความสนใจ เป็นข้อสรุปวิจัยที่นักไต่ลวดข้ามตึก และนักแสดงอิสระข้างถนนน่าอ่านและนำไปใช้

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://www.academia.edu/9981572/Note_on_the_drawing_power_of_crowds_of_different_size

รางวัลสาขาฟิสิกส์

และรางวัลสุดท้ายของ Ig Noble ในสาขาฟิสิกส์มอบให้แก่งานวิจัยที่ศึกษา ผลกระทบของกิจกรรมทางเพศของปลาแอนโชวี่ต่อการหมุนเวียนของกระแสคลื่น และภายหลังการรอคอยนานกว่า 3 สัปดาห์ พวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่า การผสมพันธุ์ของปลาแอนโชวี่วุ่นวายมากเพียงพอทำให้เกิดน้ำวนขนาดเล็กที่ผสมน้ำในมหาสมุทรชั้นต่างๆ ขึ้นได้เลยทีเดียว หรือสรุปแบบมีสาระคือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กสามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรได้เช่นเดียวกับกระแสน้ำและลม

อ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nature.com/articles/s41561-022-00916-3

อ้างอิงจาก:

arstechnica

theverge

thematter

wionews

improbable

edition.cnn

bbc

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...