โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ม้วนเดียวจบ! ศาลฎีกาเบรกภาษีสหรัฐ แต่ “ทรัมป์” สวนด้วยไม้ตายใหม่-ไทยต้องรับมือยังไง?

เดลินิวส์

อัพเดต 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สรุปม้วนเดียวจบ! มหากาพย์ภาษีสหรัฐเมื่อศาลฎีกาเบรกหัวทิ่ม แต่

กลายเป็นประเด็นช็อกโลกส่งท้ายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อศาลฎีกาสหรัฐ มีมติเสียงข้างมากสั่งระงับมาตรการภาษีนำเข้า 19% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่า"ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" แต่งานนี้ใครที่คิดว่าสงครามการค้าจะจบลงคงต้องคิดใหม่ เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคำตัดสิน ทรัมป์ได้งัดท่าไม้ตายฉบับใหม่ขึ้นมาตอบโต้ทันที พร้อมทิ้งปมปัญหาเงินภาษี 4 ล้านล้านบาทไว้เบื้องหลัง
-ศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาด ทรัมป์ “ไม่มีอำนาจ” เรียกเก็บภาษีกับทั่วโลก

สรุปคำวินิจฉัยศาล "ภาษีเหวี่ยงแห" คือการใช้อำนาจเกินขอบเขต

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 คณะตุลาการศาลฎีกาสหรัฐ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่าการเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA (อำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉิน) ที่ทรัมป์ใช้เก็บภาษีทั่วโลกนั้น "เป็นโมฆะ" โดยให้เหตุผลหลักคือ
1.อำนาจภาษีเป็นของสภาคองเกรส ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุชัดว่าการเก็บภาษีเป็นสิทธิขาดของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
2.อ้างเหตุฉุกเฉินพร่ำเพรื่อ การเก็บภาษีแบบเหวี่ยงแหโดยไม่จำกัดระยะเวลาและจำนวนเงิน ถือเป็นการตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเองเกินไป
โดย ประธานศาลฎีกา"จอห์น โรเบิร์ตส์" กล่าวชัดเจนว่า "หากประธานาธิบดีจะเก็บภาษีฝ่ายเดียวแบบนี้ ต้องได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนเท่านั้น"

"ทรัมป์" ไม่ยอมแพ้พร้อมงัดมาตรการใหม่เข้าสู้

ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดว่าคำตัดสินนี้คือกระบวนการ"ต่อต้านอเมริกา" และได้ประกาศใช้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตราใหม่ 15% (ลดลงจาก 19% เดิมเล็กน้อย) เพื่อเลี่ยงบาลีคำสั่งศาล นอกจากนี้ยังมีไม้ตายอื่นๆ ที่เตรียมไว้ถล่มคู่ค้า ได้แก่..
-ภาษีสินค้าทั่วไป 15% (บังคับใช้เบื้องต้น 150 วัน)
-สินค้าความมั่นคง (เหล็ก/รถยนต์) 25%-50%
-สินค้าจากจีน/เฟอร์นิเจอร์ 30%-50%
-สินค้าเทคโนโลยีชั้นสูง (ชิป/ยา) พุ่งสูงถึง 100%

4 ล้านล้านบาทใครจะได้เงินคืน?

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ เงินภาษีกว่า 134,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.1-5.5 ล้านล้านบาท) ที่สหรัฐเก็บไปแล้วจากผู้นำเข้า 3 แสนราย ศาลไม่ได้สั่งให้คืนเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้นำเข้าต้องไปฟ้องร้องเรียกคืนกันเอง ซึ่งทรัมป์เตือนว่าถ้าต้องคืนเงินทั้งหมด สหรัฐอาจถึงขั้นล้มละลายหรือต้องกู้เงินมหาศาลจนหนี้สาธารณะพุ่ง

ผลกระทบต่อ "ไทย" คลื่นลูกที่สองที่หนักกว่าเดิม

ประเทศไทยในฐานะคู่ค้าที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ กว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า GDP ไทยปี 2569 อาจโตเพียง 1.5%–1.9% เท่านั้น โดยมี 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเสี่ยงตายดังนี้..
-อิเล็กทรอนิกส์ & ฮาร์ดดิสก์ มูลค่าส่งออก 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เสี่ยงโดนภาษีใหม่ 15%
-เครื่องจักรกล คำสั่งซื้อจากอเมริกาจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
-ยางรถยนต์ ต้นทุนจะพุ่งจนสู้คู่แข่งไม่ได้
-ยานยนต์ & ชิ้นส่วน โดนภาษีซ้ำซ้อนจากมาตรการความมั่นคง
-อัญมณี กำลังซื้อคนอเมริกันหดตัวเพราะของแพงขึ้น

ซึ่งในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ได้วิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นไว้ โดย ดร.อมรเทพ จาวะลา จาก CIMB Thai เตือนว่า "อย่าเพิ่งดีใจว่าสงครามการค้าจบลง เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนระลอกใหม่ที่ไทยต้องตั้งรับให้ดี"

ขณะที่ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ย้ำว่าไทยต้องเฝ้าระวังแบบ"วันต่อวัน" เพราะนอกจากภาษีแล้ว สินค้าจีนราคาถูกที่เข้าอเมริกาไม่ได้ จะทะลักเข้ามาถล่มตลาดไทยและอาเซียนแทน
-ส่งออกไทยเป็นอย่างไร? เมื่อศาลสหรัฐสั่งเบรกเก็บภาษี แต่ ‘ทรัมป์’ งัดมาตรการโต้ ฟังวิเคราะห์

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักธุรกิจ แต่ส่งผลถึงเราทุกคน เพราะเมื่อภาษีขึ้น ราคาสินค้าทั่วโลกจะผันผวน การลงทุนในไทยอาจชะลอตัวลง เป็นสิ่งที่ "ไทย" ต้องเร่งหาตลาดใหม่และปรับตัวให้เร็วที่สุด..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...