โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กรุงศรี” ชู 6 หุ้นกลาง-เล็กน่าเก็บ เน้นกำไรแกร่ง-ปันผลสูง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า หลังจากที่หุ้นขนาดใหญ่เริ่มมีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นไปแล้ว หุ้นขนาดกลางและเล็ก (Mid-Small Cap) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท จะกลายเป็นเป้าหมายการลงทุนในลักษณะ"Catch up play" ที่น่าสนใจ โดยได้รับแรงหนุนจากผลการเลือกตั้งที่นำไปสู่เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งถือเป็น Positive Surprise ภายใต้วงจรดอกเบี้ยขาลง กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามา และสภาพคล่องในระบบที่สูงขึ้น จะเป็นปัจจัยเร่งให้หุ้นกลุ่มนี้กลับมามีความโดดเด่นอีกครั้ง

โดยประเมินปัจจัยหนุนสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.วงจรดอกเบี้ยขาลงและกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับ 2.นโยบายเศรษฐกิจรอบใหม่ที่เน้นการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่ม AI Capex Cycle และ Data Center ซึ่งไทยเป็นประเทศเด่นในอาเซียน 3.สถิติเทียบเคียงผลเลือกตั้งแบบ Landslide ในปี 2554 พบว่าปริมาณการซื้อขายในตลาด mai จะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 200-500 ล้านบาทต่อวัน กลับสู่ระดับ 1 พันล้านบาทต่อวันภายใน 1 ปี และด้านผลตอบแทนใช้เวลาเพียง 6 เดือนที่ดัชนี mai จะชนะ SET และ 4.โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากสถิติย้อนหลังในช่วงตลาดขาขึ้น หุ้นกลางเล็กมักสร้างผลตอบแทนสูงกว่า SET ถึง 1-2 เท่า

ด้านมูลค่าพื้นฐาน (Valuation) ปัจจุบันหุ้นกลางและเล็กอยู่ในโซนลงทุนและมีส่วนลดราคา (Deep Discount) อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย P/E โดยตลาด mai และดัชนี sSET มีการซื้อขายที่ P/E ระดับ 22 เท่า (-1SD) และ 11 เท่า (-0.8SD) ตามลำดับ อีกทั้งเมื่อเทียบส่วนต่าง Valuation (Valuation Gap) กับ SET พบว่าอยู่ที่ระดับ -1SD ทั้งคู่ ขณะที่มีอัตราเงินปันผลสูงราว 5%

นอกจากนี้ ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังถือว่า Laggard โดย SET ปรับขึ้น +14% ในขณะที่ sSET +8% และ mai +0.8% และหากเทียบจากจุดสูงสุดในปี 2565 SET ปรับลง -16% แต่ mai ปรับลงถึง -70% และ sSET -47% ซึ่งภายใต้สภาพคล่องที่ฟื้นตัวจะเป็นตัวเร่งให้เกิด Valuation Re-rating ทำให้หุ้นกลุ่มนี้กลับมาน่าสนใจทั้งในเชิงการเก็งกำไร (Trading) และการลงทุนระยะยาว

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายวิเคราะห์ KSS ประเมินว่าวงจรดอกเบี้ยขาลงจะเปิดโอกาสต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง จากภาพเศรษฐกิจจริงที่เริ่มอ่อนตัวลงในลักษณะ Soft Landing ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะปรับลดอย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งการบริโภค การลงทุน และเสถียรภาพของค่าเงิน ช่วยหนุนให้ Earnings Cycle ทยอยฟื้นตัว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเน้นการลงทุนและลดข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตรอบใหม่

โดยเฉพาะการลงทุน Data Center ที่อยู่ในช่วง Super Cycle จากการขับเคลื่อนของ AI โดยกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลกมีการเพิ่มงบลงทุนปี 2569 ในกรอบ 35-67% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าสำหรับ Data Center ทั่วโลกพุ่งทะยานกว่า 100 GW ภายในปี 2573 ซึ่งเอเชียเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วกว่าโลกถึง 5 เท่า และไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของอาเซียน สะท้อนจากยอดขอ BOI สะสม 3-4 ปีที่ผ่านมาสูงกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลใหม่จะมีการใช้มาตรการ Fast-pass เพื่อเร่งเม็ดเงินลงสู่ระบบ

ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำ "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (Overweight) ในหุ้นกลุ่ม Mid-Small Cap โดยเน้นบริษัทที่ก้าวทันกระแสโลก สามารถขยายขนาดธุรกิจ (Scale) ได้สูง มีความสามารถในการแข่งขัน และมีผู้บริหารที่ดีบนพื้นฐานความยั่งยืน โดยโฟกัสใน 3 ธีมหลัก คือ 1. Infra Tech 2. Earnings Play และ 3. High Dividend Yield สำหรับหุ้นเด่น (Top Picks) ที่แนะนำ ได้แก่ INSET, GUNKUL, MAGURO, PLANB, PYLON และ SC ซึ่งเป็นหุ้นขนาดกลางเล็กที่เกี่ยวข้องกับรอบการลงทุนและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...