โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปากีสถานเปิดฉากสงครามกับรัฐบาลตาลีบัน ทิ้งบอมบ์ถล่มอัฟกานิสถาน

เดลินิวส์

อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ปากีสถานทิ้งระเบิดใส่เมืองสำคัญหลายแห่งในอัฟกานิสถาน รวมถึงกรุงคาบูล โดยรมว.กลาโหมของรัฐบาลอิสลามาบัด ประกาศว่า ทั้งสองประเทศ “ทำสงครามอย่างเปิดเผย” หลังจากปะทะกันนานหลายเดือน

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า นักข่าวในกรุงคาบูล และเมืองกันดาฮาร์ ได้ยินเสียงระเบิดและเครื่องบินรบเหนือศีรษะ ขณะที่ปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน และฐานที่มั่นทางตอนใต้ของรัฐบาลตาลีบัน

ปฏิบัติการครั้งล่าสุดของปากีสถาน เกิดขึ้นหลังกองกำลังอัฟกานิสถาน โจมตีทหารชายแดนปากีสถานเมื่อช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศก่อนหน้านี้ของรัฐบาลอิสลามาบัด

อนึ่ง รัฐบาลอิสลามาบัดกล่าวหาว่า อัฟกานิสถานไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อกลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุโจมตีในปากีสถาน ซึ่งรัฐบาลตาลีบันปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น อีกทั้งการเจรจาหลายรอบ หลังการหยุดยิงเบื้องต้นที่มีกาตาร์และตุรกีเป็นคนกลาง ก็ประสบความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืน

กองทัพของทั้งสองฝ่ายระบุว่า พวกเขาสังหารทหารหลายสิบนาย ในเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนรอบล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นหลังปากีสถานโจมตีอัฟกานิสถานหลายครั้ง และการปะทะตามแนวชายแดนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ด้านนายอาเตาเลาะห์ ทาราร์ รมว.ข่าวสารปากีสถาน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ระบุว่า เป้าหมายด้านการป้องกันประเทศของกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน ถูกโจมตีในกรุงคาบูล จังหวัดปักเตีย และเมืองกันดาฮาร์

ขณะที่ นายคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รมว.กลาโหมปากีสถาน ประกาศ “การเผชิญหน้าอย่างเต็มรูปแบบ” กับรัฐบาลตาลีบัน พร้อมกับเสริมว่า ความอดทนของปากีสถานถึงขีดจำกัดแล้ว และตอนนี้คือการทำสงครามอย่างเปิดเผยกับอัฟกานิสถาน

ทั้งนี้ รัฐบาลตาลีบันยืนยันการโจมตีทางอากาศของปากีสถาน โดยนายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกกลุ่มตาลีบัน กล่าวว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขาประกาศ “ปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่” ที่ชายแดน เพื่อตอบสนองต่อการละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของกองทัพปากีสถาน.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...