MI คาดตลาดโฆษณาเปลี่ยนทิศ ‘สื่อนอกบ้าน’ ผงาดธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงิน
MI เชื่อเทรนด์โฆษณาปี’69 เปลี่ยนทิศ เม็ดเงินไหลเข้าสื่อนอกบ้านบิลบอร์ด-จอโฆษณา-รถไฟฟ้า 17,918 ล้านบาท จากตลาดรวม 87,264 ล้านบาท หลัง AI สร้างวิกฤตศรัทธา ดันคนหันหาสื่อเดิมหวังความเชื่อมั่น ด้านแบรนด์ขยายแข่งขันราคามุ่งสร้างแบรนด์-ความเชื่อมั่นชิงความได้เปรียบระยะยาว หนุนการใช้สื่อผสมทั้งออนไลน์ออฟไลน์-สื่อใหม่สื่อเก่า คาดสื่อนอกบ้านโตต่อเนื่องมีลุ้นแซงทีวี
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI Group หนึ่งในมีเดียเอเยนซี่รายใหญ่ กล่าวว่า ปี 2569 นี้ อุตสาหกรรมโฆษณาและการสื่อสารการตลาดกำลังเข้าสู่ “รอบการปรับสมดุลครั้งสำคัญ” จากยุคที่เน้น Performance หรือยอดขายระยะสั้นเป็นหลัก สู่ยุคที่แบรนด์เริ่มกลับมาให้ความสำคัญในการสร้างรากฐานระยะยาวอย่าง ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ ฯลฯ ควบคู่กับยอดขายระยะสั้น ด้วยการสื่อสารครอบคลุม Customer Journey ทั้งระบบตั้งแต่สร้างการรับรู้-ความสนใจ-ความต้องการ-การหาข้อมูล-การตัดสินใจซื้อ และการกลับมาซื้อซ้ำ
“ในระยะสั้นการสร้างแบรนด์อาจทำให้แบรนด์มียอดขายน้อยลง แต่จะเพิ่มความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ได้เปรียบในเรื่องราคา”
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า สิ้นปี 2569 เม็ดเงินโฆษณารวมทั้งอุตสาหกรรมจะเติบโตได้เล็กน้อยที่ +1.7% มูลค่ารวมอยู่ที่ 87,264 ล้านบาท โดยเม็ดเงินจะไหลไปยัง 3 สื่อหลัก คือ สื่อออนไลน์รวม Influencers, Broadcast TV มูลค่าอยู่ที่ 29,149 ล้านบาท และ OOH Media มูลค่าอยู่ที่ 17,918 ล้านบาท โดยแนวโน้มจะมีการใช้สื่อแบบผสมผสาน หรือ Integrated Media มากขึ้น
สำหรับ 10 กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะคึกคักและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเม็ดเงินโฆษณาและสื่อสารการตลาดในปี 2569 ประกอบด้วย อันดับ 1 คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟัน, ผิวหน้าและกาย, เส้นผมและหนังศีรษะ ตามด้วยอันดับ 2 ค้าปลีก อันดับ 3 เครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ อันดับ 4 สื่อสารองค์กรและกิจกรรมของภาครัฐ หรือเกี่ยวกับภาครัฐ
อันดับ 5 กลุ่มยาและอาหารเสริม อันดับ 6 คอนเสิร์ตและอีเวนต์บันเทิง อันดับ 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์นมและนมทางเลือก อันดับ 8 ยานยนต์ อันดับ 9 ระบบสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงโทรศัพท์มือถือ และอันดับ 10 อาหาร เช่น บะหมี่สำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง
“แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาจะเติบโตและทีวียังติด Top 3 แต่สื่อทีวียังมีแนวโน้มหดตัวต่อเพียงแค่ชะลอลง เนื่องจากฐานที่ใหญ่มาก และปัจจุบันทีวีไม่ใช่อุปกรณ์พื้นฐานในครัวเรือนแล้ว เมื่อผู้บริโภครุ่นใหม่ชมคอนเทนต์ต่าง ๆ แบบย้อนหลัง ผ่านมือถือ แท็บเลตมากขึ้น”
สื่อนอกบ้านผงาดลุ้นแซงทีวี
อย่างไรก็ตาม การเติบโตในปีนี้มีลักษณะแตกต่างจากปีที่ผ่าน ๆ มา โดยสื่อ Online ยังคงเติบโต แต่เติบโตในอัตราที่ต่ำลง แต่สื่อดั้งเดิมอย่าง Broadcast TV และ Out of Home หรือ OOH Media จะกลับมามีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น
โดยเฉพาะ OOH Media อย่างป้ายบิลบอร์ด จอโฆษณา การแรปรถไฟฟ้า ฯลฯ ที่คาดว่าจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติการสร้างภาพจำจากการพบเห็นซ้ำทุกวัน ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือที่สูงกว่าสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะในยุค AI และการสามารถใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมต่อพฤติกรรมโลกจริงกับโลกดิจิทัล เช่น เห็นบิลบอร์ด และไปมีเอ็นเกจเมนท์ต์บนออนไลน์จากโฆษณาที่ถูกส่งมาให้โดยระบบอัตโนมัติ เป็นต้น
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนศักยภาพของสื่อนอกบ้านได้ดี คือ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองไม่ได้พึ่งพา Social Media เพียงช่องทางเดียว แต่เป็นระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นโครงสร้าง ตั้งแต่เวทีดีเบตและรายการข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของการหาเสียงเลือกตั้งทาง TV สร้างความน่าเชื่อถือ, สื่อนอกบ้าน สื่อช่วยตอกย้ำหมายเลขผู้สมัคร หมายเลขพรรค และนโยบายที่สอดคล้องและเป็นที่สนใจในแต่ละพื้นที่ ขณะที่กิจกรรม On-ground และเวทีหาเสียง เชื่อมการรับรู้สู่ประสบการณ์จริง และต่อยอด Contents ไปบน Social Media
“สื่อนอกบ้านที่จะได้รับความนิยมจะต้องมีนวัตกรรม เช่น จอ 3 มิติ, จอโค้ง มีกิมมิกที่ดึงดูดความสนใจผู้ที่พบเห็นได้ หรืออยู่ในทำเลที่สอดคล้องกับเป้าหมาย อาทิ ในสนามบิน-ห้างสรรพสินค้า ที่จะสะท้อนโพซิชั่นแบรนด์ หรือบนรถไฟฟ้าที่ผู้คนพบเห็นเยอะมาก เป็นต้น”
3 ข้อได้เปรียบเหนือออนไลน์
ทั้งนี้ มี 3 สิ่งที่สื่อนอกบ้านทำได้ แต่ออนไลน์ทำไม่ได้ คือ การทำให้แบรนด์ไม่ได้อยู่แค่ใน Feed แต่ยืนอยู่บนถนน ในเมือง ในเส้นทางชีวิตประจำวัน และสร้างประสบการณ์ในจังหวะ เวลา และสถานที่จริง รวมถึงในยุคที่ทุกคนสามารถยิงโฆษณาออนไลน์ได้ การที่แบรนด์ปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะ สามารถสะท้อนถึงความจริงจังและความมั่นคง เช่น แบรนด์ที่ปรากฏบนป้ายโฆษณาในสนามบิน หรือห้างหรู
นอกจากนี้ ปัจุบันสื่อออฟไลน์ยังสามารถวัดผลได้ ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างการมองเห็นป้ายกับ Search, Website Visit และ Conversion Path จึงไม่ต่างจากสื่อดิจิทัล-ออนไลน์แล้ว เช่นเดียวกับพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้บริโภคที่ไม่ได้จบบนออนไลน์เพียงอย่างเดียวแล้ว
ดังนั้น คาดว่าในปีนี้ ธุรกิจ-นักการตลาดจะแบ่งสัดส่วนการใช้งบฯ แต่ละแคมเปญเป็นประมาณสื่อออนไลน์ 40% ทีวี 33% สื่อนอกบ้าน 22% และสื่ออื่น ๆ จะมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ทั้งนี้ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแคมเปญนั้น ๆ
“อีกหนึ่งสาเหตุที่สื่อนอกบ้านทั้งป้ายนิ่งและจอโฆษณาได้รับความนิยม คือ ความแพร่หลายของภาพ-วิดีโอ-ข้อมูลจาก AI ทำให้ผู้บริโภคเกิดวิกฤตความเชื่อมั่น จึงหันกลับมาเสพสื่อดั่งเดิม ที่มีความน่าเชื่อถือเพราะรู้สึกว่ามีกระบวนการคัดกรอง ขณะเดียวกันเทรนด์ความนิยมสื่อนอกบ้าน และการหดตัวต่อเนื่องของสื่อทีวี ทำให้โอกาสที่มูลค่าเม็ดเงินในสื่อนอกบ้านจะเพิ่มขึ้นจนมาเท่ากับสื่อทีวีเกิดขึ้นเร็วยิ่งขึ้น และสุดท้ายอาจแซงทีวีได้”
‘ซัมซุง-แอลจี’ โหมตลาดจอโฆษณา
ประชันฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์
ซัมซุง-แอลจี ยกทัพจอโฆษณาสารพัดโมเดลลงสนาม ชิงเม็ดเงินสื่อนอกบ้าน 17,918 ล้านบาท หลัง MI Group หนึ่งในมีเดียร์เอเยนซี่รายใหญ่คาดปี’69 นี้ สื่อนอกบ้านทั้งป้ายบิลบอร์ด, จอโฆษณา, แรปรถไฟฟ้า กลายเป็น 1 ใน 3 สื่อยอดนิยมที่แบรนด์และนักการตลาดต้องการใช้งานเพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นรับมือการแข่งขันและสร้างความได้เปรียบระยะยาวไว้ต่อกรกับสินค้านำเข้า
นางสาวอภิรดา พัวพรพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพ กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ ซัมซุงยกระดับบทบาทเทคโนโลยีจอภาพจาก “จอแสดงผล” ไปสู่การสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่สำหรับภาคธุรกิจ
ด้วยการผสานนวัตกรรมฮาร์ดแวร์เข้ากับพลังของ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการแสดงผลให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ควบคู่ซอฟต์แวร์อัจฉริยะอย่าง VXT ที่เสริมด้วย AI Enhancement และระบบแชตบอต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคอนเทนต์และการสื่อสาร
ตอกย้ำผู้บุกเบิกเทคโนโลยีจอภาพที่ไปไกลกว่าการทำ Digital Transformation สู่การสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางการแข่งขันในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ Corporate, Retail, Hospitality, Entertainment ไปจนถึง Transportation
ไฮไลต์จอ 3 มิติ-E-Paper
ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์เสมือนจริงผ่าน Virtual 3D Content และเอฟเฟ็กต์ความลึกบนวิดีโอวอลล์ ช่วยยกระดับการเล่าเรื่องของแบรนด์ให้น่าจดจำและเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชม ควบคู่แนวคิดด้านความยั่งยืน ด้วยการใช้จอแสดงผลที่ประหยัดพลังงานแทนสื่อสิ่งพิมพ์ ช่วยลดการใช้วัสดุ ลดของเสีย และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยไลน์อัพใหม่มีทั้ง Spatial Signage เทคโนโลยีจอ 3 มิติแบบไม่ต้องสวมแว่น ที่เพิ่มมิติความลึกให้คอนเทนต์ 2 มิติอย่างสมจริง และได้รับการยอมรับจากเวที CES Innovation Awards รวมถึง E-Paper ป้ายดิจิทัลรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้หลากหลาย ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำผู้ผลิตป้ายดิจิทัลอันดับ 1 ของโลกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2009
พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์ นักออกแบบ และองค์กร สามารถถ่ายทอดแนวคิดและคุณค่าของผลงานได้อย่างมีพลัง ผ่านความสมจริง ความยืดหยุ่น และความยั่งยืน พร้อมโซลูชั่นเฉพาะทางสำหรับภาคธุรกิจในหลากหลาย Vertical อาทิ Education ด้วย Interactive Board, Healthcare ที่รองรับประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร และ Retail ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างตรงจุด
ชูระบบการจัดครบวงจร
ไปในทิศทางเดียวกับแอลจี ซึ่ง นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้กลุ่มโซลูชั่นจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ หรือ Information Displays (ID) ของแอลจี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ เช่น Digital Signage, LED Signage, Monitor Signage และทีวีเชิงพาณิชย์เพียงเท่านั้น
แต่ยังมุ่งต่อยอดธุรกิจด้วยการพัฒนาระบบการจัดการจอภาพแบบครบวงจร (Non-Hardware Solutions) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดการเนื้อหา การควบคุมการใช้งาน การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน
โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าภาคธุรกิจสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : MI คาดตลาดโฆษณาเปลี่ยนทิศ ‘สื่อนอกบ้าน’ ผงาดธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net