โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทองปั่นป่วน..หุ้นป้อแป้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ในที่สุดทั้ง “ตลาดหุ้น”และ “ตลาดทองคำ”ก็เกิดอาการป่วนหนักแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งผู้รู้หลายคนพูดเหมือนกันว่า เป็นการทำกำไรระยะสั้น หลังจากปรับตัวขึ้นมาเยอะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้รู้บางส่วนพูดไปถึงขั้นที่ว่า ฟองสบู่แตก! ซึ่งเป็นคำพูดที่อาจดูรุนแรงมากเกินไปหน่อย เพราะสภาพโดยรวมไม่ได้แย่จนถึงขั้นวิกฤต ผนวกกับคนบ้า ๆ บอ ๆ อย่าง “ทรัมป์”ยังไม่ได้ทำอะไรแบบสุดโต่ง ภาพรวมเลยไม่ได้แย่อย่างที่กังวลค่ะ

สาเหตุที่ “โมนิก้า” กล้าพูดเช่นนี้เป็นเพราะการร่วงของตลาดหุ้นไทยมันเกิดจากหุ้น DELTA ปรับตัวลงไปถึง 5 บาทซึ่งมีผลต่อดัชนีมากถึง 5 จุด และเมื่อหันมาดูการยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,321.42 จุด ลบไป 4.20 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย4.35 หมื่นล้านบาท ก็ฟันธงได้ทันทีว่า หุ้นตัวนี้มีผลกระทบกับตลาดหุ้นไทยมาก ๆ ขณะที่หุ้นใน SET50 ก็มีทั้งขึ้นลงคละกันไป แต่ไม่สามารถยับยั้งการทิ้งตัวของดัชนีได้ วันนี้เลยต้องลุ้นให้พี่เดลเด้งขึ้นนะจ๊ะ

ส่วนที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ กลายเป็นทองคำเพราะราคาหุ้นไหลลงแรงมาก และตอนที่ “โมนิก้า” กำลังเริ่มปั่นต้นฉบับ ก็เห็นราคาทองปรับตัวลง 3,600 บาท และมายืนอยู่ที่ระดับ 7 หมื่นบาท พร้อมกับมีคำอธิบายมากมายว่า ทองคำมีโอกาสปรับตัวลงอีกอันเป็นผลมาจากราคาทองที่ลงแรง ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองว่า “ทองถูกแล้ว”จึงหวนกลับเข้าไปซื้อกันอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการเปิดช่องให้กองทุนสาดทองออกมาอีกนะจะบอกให้

จุดที่น่าสนใจคือ คำพูดของกคุณพี่ “จิตติ”นายกสมาคมค้าทองคำที่เปรยให้ฟังว่า “ถ้าเป็นการซื้อขายทองคำจริง ๆราคาจะไม่เหวี่ยงแรงแบบนี้ สิ่งที่เห็นมันคือเกมของกองทุนที่อ่านจิตวิทยานักลงทุนได้เก่งมาก” จึงกลายเป็นเกมที่นักเล่นทองต้องจับทางให้ดี และต้องเข้าออกให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะยังไม่มีใครรู้ว่า ราคาทองจะไหลลงไปอยู่ตรงราคาไหน? และการเด้งกลับเที่ยวนี้จะขึ้นไปถึง 88,000 บาทได้อีกอะป่าว!

ส่วนรายที่ต้องยอมรับว่า แข็งจริง! อีฉันคงมองไปที่หุ้น AOT เพื่อชี้ให้เห็นฐานหุ้นที่ราคา 50 บาทเป็นจุดเด้งที่มั่นคงมาก ๆ หลังราคาหุ้นลงแตะระดับดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากนั้นเด้งขึ้นทันที ก่อนจะยืนปิดไปที่ระดับ 51 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.33 พันล้านบาท ขณะเดียวกันจะเห็นว่า ท่ามภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ทั่วโลก แต่บริษัทยังประคองกำไรได้แบบนี้..ของมันต้องมีเจ้าค่ะ

ตัวถัดมาต้องมองไปที่หุ้น TOP เพราะเป็นหุ้นที่จะกลับมาทำกำไรเบ่งบานในปีนี้ ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้นักลงทุนสถาบันกลับเข้ามาไล่ซื้อหุ้นตลอดเดือน ม.ค. จนราคาหุ้นวิ่งจาก 36 บาทขึ้นไปถึง 43 บาท “โมนิก้า” ถึงมองการอ่อนตัวลงมาปิดที่ระดับ 42.50 บาท ลบไป 0.25 บาท หรือลงไป 0.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 823 ล้านบาท ยังไม่มีอะไรต้องกังวลมาก เพราะเที่ยวนี้ขึ้นมาด้วยพื้นฐานล้วน ๆ จ้า

เช่นเดียวกับในรายของ KTB ยังคงยืนหยัดที่แนวรับบริเวณ 28 บาทเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งเป็นจุดที่ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันยังต้องการเก็บหุ้นตัวนี้ และถ้าดูสตอรี่เรื่องผลงานของแบงก์ล้อไปกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ “โมนิก้า” ถึงมีความเชื่อลึก ๆ ว่า การยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 28.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 783 ล้านบาท เหมาะต่อการซื้อลงทุนระยะกลางถึงยาวนะออเจ้า

ส่วนคนที่ชอบความท้าทาย“โมนิก้า” แนะนำให้มองไปที่ CPN หลังราคาหุ้นขยับตัวขึ้นช้า ๆซึ่งสังเกตได้จากเดือน มิ.ย. ปี 68 หุ้นลงไปทำโลว์ที่บริเวณ 41 บาท ต่อจากขึ้นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนไปทำไฮที่บริเวณ 58.50บาท ต่อจากนั้นร่วงลงมาที่บริเวณ 50 บาท ก่อนจะขึ้นยืนปักหลักที่บริเวณ 55 บาทพักใหญ่ อีฉันเลยมองว่า การยืนปิดที่ระดับ58 บาทเป็นจังหวะของการเก็บหุ้นเพื่อลุ้นให้หุ้นวิ่งกลับไปยืนแถว 65 บาทอีกรอบไงล่ะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...