SCB โบรกฯ คาดกำไร Q4/68 ที่ 1.09 หมื่นลบ. -ปันผลโดดเด่น
#SCB #ทันหุ้น-บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เตรียมจะประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 4/68 ในวันพรุ่งนี้(21 ม.ค.69) ซึ่งโบรกเกอร์คาดการณ์ว่าจะมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 10,660 ถึง 10,996 ล้านบาท โดยอ่อนตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการ NIM ปรับตัวลง เพราะดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และคาดการณ์ว่าแนวโน้มกำไรปี 2569 นี้จะอ่อนตัวลง แต่ SCB มีจุดเด่นที่มีการจ่ายเงินปันผลที่โดดเด่นในกลุ่มธนาคาร
บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) คาดว่า SCB จะมีกำไรไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 10,996 ล้านบาท ลดลง 6.1% YoY และลดลง 8.8% QoQ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงตามการหดตัวของสินเชื่อ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าสินเชื่อกลับมาฟื้นตัวได้ แต่ทั้งปียังหดตัว และอาจจะมี NPL กลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากลดลงในไตรมาสก่อน โดยประเมินกำไรทั้งปี 2568 อยู่ที่ 48,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.00% YoY
ส่วนแนวโน้มกำไรปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.94 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% โดยแนะนำทยอยซื้อ ให้ราคาพื้นฐานที่ 135 บาท
บล.ทรีนีตี้ แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัวในหุ้น SCB ให้ราคาเป้าหมายที่ 136 บาท โดยมองว่า Upside ราคาหุ้นปัจจุบันที่ค่อนข้างจำกัด แม้ปันผลยังค่อนข้างสูงที่ราว 8% ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 4/68 คาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 10,660 ล้านบาท อ่อนตัว 12% QoQ และ 9% YoY โดยคาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัว เนื่องจากสินเชื่อยังมีแนวโน้มอ่อนตัว บวกกับคาด NIM อาจปรับตัวลงราว 4 bps จากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย โดยคาดว่ากำไรทั้งปี 2568 เติบโตราว 9% จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลง และกำไรจากเงินลงทุนที่สูงขึ้นตามภาวะตลาด
ส่วนแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าจะเห็นกำไรอ่อนตัวลงเล็กน้อยราว 4% YoY โดยหลักเนื่องจากคาดกำไรจากเงินลงทุนจะลดลงจากฐานสูงในปี 2568 บวกกับมีแรงกดดันจาก NIM ที่อ่อนตัว ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายระหว่างปี 2568 และ อาจเห็นการปรับลดเพิ่มเติมในปี 2569
บล.กรุงศรี คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ของ SCB อยู่ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท ลดลง 7% YoY และลดลง 10% QoQ เพราะรายได้ดอกเบี้ยลดลง จาก NIM ที่ลดลง เพราะการลดลงของดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเดือน ส.ค. 2568 , รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยก็ลดลง จากการลดลงของเงินลงทุน(FVTPL)ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายทางการตลาด
ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569 คาดว่าจะลดลง 2% เพราะการลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง โดยคาดดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1.00% ในครึ่งแรกของปี 2569 จากปัจจุบันที่ 1.25% การขยายไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและการลดภาระดอกเบี้ยในโครงการ คุณสู้ เราช่วย
โดยแนะนำซื้อหุ้น SCB ให้ราคาเป้าหมายที่ 155 บาท เพราะธนาคารบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี มีปันผลเด่น dividend yield สูงอันดับต้นในกลุ่มธนาคารที่ 9% ต่อปีโดยครึ่งหลังปี 2568 คาดจ่ายเงินปันผลที่ 9.23 บาท/หุ้น คิดเป็น dividend yield 7%
บล.ดาโอ(ประเทศไทย) คาดว่า SCB จะมีกำไรไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% YoY และลดลง 11% QoQ เนื่องจากรับผลกระทบจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงที่ทำให้ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.36% จาก 3.86% ในไตรมาส 4/67 และจาก 3.41% ในไตรมาส 3/68 และมีกำไรจาก FVTPL และกำไรจากเงินลงทุนตามสภาพตลาด แต่คาดรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจาก Wealth management และ Bancassurance
โดยฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ SCB อยู่ที่ 4.65 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.6% ซึ่งเป็นการหดตัวน้อยที่สุดในกลุ่มธนาคารใหญ่ จากสำรองที่ลดลง
ฝ่ายวิจัยดาโอ คงคำแนะนำซื้อหุ้น SCB ให้ราคาเป้าหมายที่ 150 บาท คาดจะเป็นหุ้นที่ให้ Dividend yield ช่วงครึ่งหลังปี 2568 สูงที่สุดในกลุ่มที่ 7% ทั้งปี 2568 คิดเป็น Dividend yield ที่ 8% โดยยังคงเลือกหุ้น SCB เป็นหนึ่งใน Top pick ของกลุ่ม