โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม

กลายเป็นประเด็นใหญ่ในระดับโลกที่อยู่ในความสนใจของผู้คนมากมายทันที เมื่อ บรู๊คลิน เพลตซ์-เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของเซอร์ เดวิด และเลดี้ เบ็คแฮม โพสต์จดหมายเปิดใจจำนวน 5 แผ่นบน Instagram

เนื้อหาในจดหมายเปิดใจดังกล่าวสร้างความตกตะลึงไปทั่ว เพราะเป็นการออกมาพูดแบบหมดเปลือกของบรู๊คลิคเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างเขากับครอบครัว ที่แม้จะมีกระแสเรียกร้องจากภายนอกให้เขากลับมาคืนดีกับที่บ้านอีกครั้ง

แต่สิ่งที่บรู๊คลินยืนยันคือเขา “ไม่มีวันจะกลับไปคืนดี” กับที่บ้านอีกแล้ว

ก่อนจะร่ายยาวถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการทิ้งระเบิดใส่บ้านของครอบครัว ด้วยการเปิดเผยรายละเอียดหลายอย่างที่ได้ยินแล้วน่าตกใจ

โดยเฉพาะในคำพูดของบรู๊คลินที่บอกว่าสิ่งที่เดวิด และวิคตอเรีย ให้ความสำคัญมากกว่าความรักของครอบครัวคือภาพลักษณ์ของ ‘แบรนด์เบ็คแฮม’

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม 1

ข่าวคราวความสัมพันธ์ร้าวรานระหว่างครอบครัวเบ็คแฮม กับบรู๊คลิน ลูกชายคนโตของบ้านที่แต่งงานออกไปอยู่กับ นิโคลา เพลตซ์ ภรรยาสาวสุดสวยที่เป็นทั้งดารานักแสดงและทายาทของครอบครัวเพลตซ์ ผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คนมาสักระยะ

โดยที่กระแสนั้นต้องการเห็นบรู๊คลิน ในฐานะลูกชายกลับมาคืนดีกับพ่อแม่อย่าง เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม และ เลดี้ เบ็คแฮม (วิคตอเรีย) เพื่อที่ครอบครัวจะได้กลับมาเป็นทองแผ่นเดียวกันอีกครั้ง

แต่ในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด บรู๊คลินได้เขียนจดหมายลงบนโซเชียลมีเดียของเขาซึ่งมีจำนวนผู้ติดตามถึง 16 ล้านคน โดยประกาศเจตนาและอธิบายอย่างชัดเจนในหลายประเด็นข้อสงสัย ว่าทำไมการกลับมาคืนดีกันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เหตุลผลแรกที่สำคัญที่สุดคือเขาทนมานานแล้ว

บรู๊คลินเปิดเรื่องราวด้วยการบอกว่า “ผมพยายามเก็บตัวเงียบๆ มาหลายปีและพยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว”

แต่ปัญหาคือครอบครัวของเขาที่ “ยังคงให้ข่าวกับสื่อเสมอ และทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาพูดเพื่อตัวเองและบอกความจริงให้รู้เกี่ยวกับคำโกหกบางเรื่องที่มีการตีพิมพ์ออกไป”

ก่อนที่บรู๊คลินจะยืนยัน

“ผมไม่ต้องการกลับไปคืนดีกับครอบครัว ผมไม่ต้องการที่จะถูกบงการ ผมขอยืนหยัดเพื่อตัวเองเป็นครั้งแรกของชีวิต”

หนึ่งในประเด็นหลักของบรู๊คลินคือเรื่องนี้

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม 2

การถูกบงการและครอบงำจากครอบครัวเป็นสิ่งที่เขาต้องเผชิญตลอดชีวิต จนถึงวันนี้ในวัย 26 ปี บรู๊คลินรู้สึกว่าเขาไม่อยากทนอีกต่อไป

“พ่อแม่เป็นคนควบคุมมาโดยตลอด เรื่องเล่าต่างๆ ของครอบครัวเราที่ออกสู่สื่อ โพสต์โซเชียลมีเดียสร้างภาพ งานครอบครัว และความสัมพันธ์ที่ไม่จริงใจ เป็นสิ่งที่ผมต้องเติบโตมาพร้อมกับมัน”

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะตลอดมาครอบครัวเบ็คแฮมถูกมองว่าเป็นครอบครัวในอุดมคติ ที่ผ่านการต่อสู้ช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงแรกของการคบกันระหว่าง เดวิด และวิคตอเรีย ที่พบรักกันตั้งแต่ในยุค 90 แต่ก็เคียงข้างกันมา และมีครอบครัวที่อบอุ่น

การที่บรู๊คลินออกมาพูดแบบนี้ ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยในสิ่งที่ได้เห็นว่าจะตรงกับความเป็นจริงหรือไม่

นอกจากการบงการชีวิตของลูกที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว บรู๊คลินยังเจ็บปวดกับปัญหา ‘แม่ผัว vs ลูกสะใภ้ ระหว่างวิคตอเรียกับนิโคลา ซึ่งมีเรื่องราวมากมายในประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็น

• การพยายามทำลายความสัมพันธ์ระหว่างบรู๊คลินกับนิโคลามาโดยตลอด

• การสั่งยกเลิกชุดแต่งงานของนิโคลาในนาทีสุดท้าย ทำให้ต้องหาชุดใหม่ทดแทนอย่างเร่งด่วน

• การกดดันให้สละสิทธิ์ในสกุล BECKHAM ซึ่งจะกระทบต่อตัวของบรู๊คลิน ภรรยา และลูกในอนาคต

• การที่โดนแม่ด่าว่า ‘คนเลว’ เพียงเพราะให้น้าเลี้ยงของบรู๊คลินและคุณย่าของนิโคลานั่งร่วมโต๊ะด้วย เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองท่านไม่มีสามีมาด้วย

และที่ทำใจไม่ไหวคือการที่วิคตอเรียแย่งนิโคลาในการเต้นรำแรก (The First Dance) ซึ่งตามธรรมเนียมคือการเต้นรำของบ่าวสาว ต่อหน้าแขกเหรื่อมากมายถึงกว่า 500 คน โดยที่การเต้นก็ไม่เหมาะสม ทำให้ไม่เคยรู้สึกอับอายอะไรมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

บรู๊คลินและนิโคลาถึงกับต้องจัดพิธีกล่าวคำสาบานใหม่อีกครั้งเพื่อลบความทรงจำนี้ และสร้างความทรงจำใหม่ที่ดีสำหรับทั้งสองคน

โดยไม่นับการที่มีความพยายามโจมตีทั้งคู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งการให้พี่น้องในบ้านเบ็คแฮมโพสต์ด่าและยังบล็อกตัดการติดต่อกัน

และการเพิกเฉยต่อกันทั้งๆ ที่บรู๊คลินพยายามที่จะประสานรอยร้าว ด้วยการเข้าหาครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นในงานวันเกิดของพ่อ หรือในงานพรีเมียร์ของซีรีส์สารคดี ‘BECKHAM’ ซึ่งเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพ่อและแม่ได้ ยกเว้นในงานที่มีคนมาร่วมจำนวนมาก

แต่ถึงสุดท้ายจะให้เข้าพบได้แต่ก็อยู่บนเงื่อนไขโหดร้ายว่าไม่ให้นิโคลาได้เข้าร่วมด้วยอยู่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่บรู๊คลินบอกในจดหมายว่า

“เหมือนโดนตบหน้า”

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม 3

ทั้งหมดทั้งมวลในความรู้สึกที่เจ็บปวดของบรู๊คลินมันถูกสรุปด้วยประโยคง่ายๆ

“แบรนด์เบ็คแฮมต้องมาก่อน” (Brand Beckham comes first)

ความรักของคนในครอบครัวสำคัญน้อยกว่าภาพลักษณ์ และคำว่ารักของครอบครัวจะถูกตัดสินด้วยจำนวนโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

สำหรับบรู๊คลิน เขารับเรื่องนี้ไม่ได้ และมันทำให้เขาตกอยู่ในโรควิตกกังวล (Anxiety) มาตลอดชีวิต จนเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นหลังแยกตัวจากครอบครัวมาอยู่กับครอบครัวของตัวเองระหว่างเขาและนิโคลา ที่ทำให้รู้สึกถึงคำว่าอิสระสักที

ทั้งนี้ยังไม่มีการออกมาชี้แจงใดๆ จากฝ่ายครอบครัวเบ็คแฮม ที่มีเพียงการให้ตัวแทนของครอบครัวตอบสื่ออย่าง BBC ว่า “ไม่รู้เรื่องความขัดแย้งนี้มาก่อน”

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากนี้ภาพลักษณ์ที่สวยงามของครอบครัวเบ็คแฮมจะเริ่มถูกตั้งคำถามจากโลกภายนอกที่มองเข้ามา

ส่วนในอนาคตจะมีวันที่ทั้งสองฝ่ายลืมความบาดหมางและกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอีกครั้งไหมอย่างที่ทุกคนอยากเห็น

ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นไหม และจะดีหรือเปล่า

หรือบางทีการแยกกันแบบนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...