โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผ่าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง มูลค่า 5 แสนล้าน

Thai PBS

อัพเดต 3 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถือเป็นโครงการที่มีมูลค่ารวมทั้งโครงการกว่า 520,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างยาวนาน ไม่แพ้การเจรจาที่มีกว่า 30 รอบ และระหว่างการก่อสร้างก็เคยเกิดปัญหาอุโมงค์ถล่มมาแล้ว 1 ครั้ง แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีการซอยสัญญาเป็นกว่า 10 สัญญา มีผู้รับเหมาเกี่ยวข้องมากมาย หากเรามาดูรายละเอียดไส้ในก็จะพบสิ่งที่น่าสังเกตอยู่พอสมควร

จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา งานโยธา งานสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.4 กิโลเมตร วงเงิน 9,848 ล้านบาท มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ไอทีดี เป็นผู้รับจ้าง

ประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม ผู้รับเหมาโครงการได้มีความรู้ ความสามารถ เพียงพอในการทำโครงการไหม จริง ๆ สัญญานี้มีผู้ซื้อซองจำนวนมาก สัญญานี้มีราคาประมูลต่ำกว่าราคากลาง ข้อมูลจากเว็บไซต์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ระบุว่า ผู้ชนะการเสนอราคา บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ราคาที่ตกลงจ้าง 9,848 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางเกือบ 1,800 ล้านบาท

โครงการเริ่มต้นวันที่ 26 ม.ค.2564 - 10 ม.ค.2567 เท่ากับว่า อายุสัญญา 1,080 วัน แต่มีการขยาย เวลา 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ไปสิ้นสุดวันที่ 20 พ.ค.2568 และครั้งที่ 2 ขยายสัญญาไปสิ้นสุดวันที่ 23 ต.ค.2569

แต่ที่น่าสังเกต คือ ช่วงแรกที่บริษัทดำเนินการมานั้น มีปัญหาสภาพคล่องในช่วงปี 2567 ทำให้การทำงานล่าช้ากว่ากำหนดไปมาก โดยเมื่อสิ้นสุดโครงการ มีความคืบหน้าไปได้เพียง 72.43%

แต่เมื่อเทียบกับช่วงที่ขอขยายเวลาออกไปจนถึง ต.ค.มาถึงวันนี้ขยายเวลามาได้ 735 วัน มีการเร่งทำงานจนมีความคืบหน้าถึง 99.54 % เท่ากับช่วงที่ขยายมา ทำโครงการไปได้ถึง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก้าวหน้าเกินกว่าแผนถึง 3.97% คาดว่า จะแล้วเสร็จไม่เกินเดือน พ.ค.2569

จากการคุยกับแหล่งข่าวในระดับหน้างานพบว่าช่วงที่ผ่านมาทำงานกันหนักมาก และเหลือพื้นที่เก็บงานอีกเพียงแค่ 4-5 กิโลเมตรเท่านั้น ก็จะถือว่าปิดจ็อบ เบิกครบ 9,848 ล้านบาท

ฟังแบบนี้ก็เห็นว่าการปิดจ็อบเบิกเงินก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย คงต้องรอการตรวจสอบอีกระยะเวลาหนึ่งเลย

จริง ๆ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ เป็นผู้รับจ้างงานโยธา ในโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา จำนวน 3 สัญญา นอกจากสัญญา 3-4 อีก 2 สัญญา

คือ สัญญาที่ 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 6,573 ล้านบาท คืบหน้า 52.26 % และ สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. วงเงิน 9,348.99 ล้านบาท คืบหน้า 100%

สัญญานี้อิตาเลียนไทย รับจ้างในนาม กิจการร่วมค้า ITD - CREC No.10 จำกัด ร่วมกับพันธมิตร ซีอาร์อีซี ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรร่วมกันในโครงการตึก สตง.มาแล้ว

นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ใครหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมจึงปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก ไม่มีการขึ้นบัญชีดำ หรือตัดเกรดในสมุดพกเลยเหรอ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วว่าประกาศรองรับมาตรการนี้เพิ่งจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 และยังต้องรอกระบวนการรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หากมองย้อนไปโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน จนถึงปัจจุบัน หากเป็นเหตุที่ร้ายแรง มีรายงานได้แก่ อุบัติเหตุดินถล่มภายในอุโมงค์ เมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค.2567 ที่ ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เกิดเหตุดินทรุดตัวภายในอุโมงค์คลองไผ่ (ช่วงคลองขนานจิต)

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-2 งานก่อสร้างอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง แต่ผู้รับเหมาในเวลานั้นคือ เนาวรัตน์พัฒนาการ ขณะกำลังทำงานขุดอุโมงค์ ดินและหินภายในอุโมงค์ทรุดตัวลงมาเป็นระยะทางประมาณ 10-30 เมตร ในจุดที่กำลังขุดเจาะ ส่งผลให้มีคนงานติดอยู่ใต้ดินจำนวน 3 คน

ถ้ามองแบบนี้ก็เห็นว่าการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ จะสัมพันธ์ กับปัญหาสภาพคล่องการเงินของผู้รับเหมาหรือไม่

จนถึงขณะนี้คงตอบไม่ได้ว่า ปัญหาอุบัติเหตุหรือความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ เกิดขึ้นจากการเร่งงานหรือไม่ คงต้องรอให้มีการตรวจสอบให้แน่ชัด ขณะที่ปัญหาอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ทั้งกับบริษัทที่มีปัญหาสภาพคล่องหรือบริษัทที่ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง

แต่สิ่งที่เป็นที่ยอมรับ และมีข้อมูลปรากฏชัดเจน คือ วิกฤตสภาพคล่องของ "อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์" ส่งผลกระทบต่อการรับงานภาครัฐ แง่ความล่าช้าในการก่อสร้าง แต่จะเป็นแรงกดดันหรือไม่เป็นเรื่องต้องพิสูจน์

โดยจุดเริ่มต้นของการขาดสภาพคล่องมาจากการลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ในเมียนมา ปี 2564 แต่เกิดปัญหาจนกระทบสภาพคล่องของบริษัท

จน ไอทีดี ต้องยอมเสียเครดิต เลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดจำนวน 5 รุ่น วงเงิน 14,455 ล้านบาท ในปี 2567 ออกไปเป็นปี 2569 จำนวน 3 รุ่น วงเงิน 5,670 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยจูงใจให้ผู้ถือหุ้นยอมลงมติเลื่อนกำหนดชำระหุ้นกู้ โดยจะนัดโหวตเลื่อนชำระหุ้นกู้รอบ 2 ในวันที่ 16 ม.ค.นี้

สะท้อนงบการเงิน ขาดทุนต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2564-2567 ขาดทุนสุทธิเกือบ 6,000 ล้านบาท และพลิกกลับมาเป็นกำไร ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท เพราะ รับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นเหมืองโปแตช ไม่ใช่กำไรจากการรายได้รับเหมาก่อสร้าง

"ทริส เรตติ้ง" จึงปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ บริษัท จาก B+ เป็น B และหุ้นกู้ด้อยสิทธิ จาก B เป็น B- พร้อมกับคงมุมมองแนวโน้มเครดิตเชิงลบ ประกอบกับ บริษัท ไม่มีผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นต่องบฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566กระทบต่อความเชื่อมั่นฐานะการเงิน

ทางเดียว ที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นนี้ คือ บริษัท ต้องเร่งเปลี่ยนงานใน backlock ที่มีเกือบ 200,000 ล้านบาท ให้บันทึกเป็นรายได้จริงของบริษัท เพราะ หากปล่อยให้พอร์ตงบการเงินเป็นเช่นนี้ ย่อมมีความเสี่ยง จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อ ซ้ำเติมทั้งหนี้ และกู้เงินก็จะยิ่งแพงขึ้น

อ่านข่าว :

เครนถล่มทับรถไฟ "วิศวกร" ชี้ช่องโหว่โครงสร้างและระบบตรวจสอบ

เครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว เสียชีวิต 32 คน สูญหาย 3 คน - รฟท.สั่งสอบใน 15 วัน

อิตาเลียนไทย เสียใจเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว พร้อมรับผิดชอบ-เยียวยาเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ เสียชีวิตกว่า 20 คน (14 ม.ค. 69) I ตรงประเด็น

56 นาทีที่แล้ว

‘ประเวศ วะสี’ ถอดรหัสความฝัน สู่พิมพ์เขียวสุดท้าย…เพื่อสังคมไทย

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...