โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCL โชว์กำไรปี 68 โต 15% แตะ 51 ล้านบาท ไฟเขียวปันผล 0.092 บาท ขึ้น XD 9 มี.ค.นี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 11.11 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย เปิดเผยถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,868.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.68 ล้านบาท หรือ 7.39% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 200.97 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าและโครงสร้างการขายที่เหมาะสม ขณะที่กำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นและภาระดอกเบี้ยที่ลดลง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิอยู่ที่ 51.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.51 ล้านบาท หรือ 14.61% จากปีก่อนหน้า

ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ (Genuine Parts) ซึ่งมีรายได้ 1,686.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135.06 ล้านบาท หรือเติบโต 8.70% เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับความต้องการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ที่ยังคงต่อเนื่อง จากความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อรถใหม่ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาดูแลรักษารถยนต์คันเดิมมากขึ้น ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) อยู่ที่ 182.13 ล้านบาท ลดลง 3.38% จากการปรับสัดส่วนการขายไปยังกลุ่ม Genuine Parts และการเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดสำหรับงวดผลการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.092 บาท กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) คือวันที่ 9 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

การจ่ายเงินปันผลครั้งนี้สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและบริหารผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ SCL ในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

“ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของตลาดรถยนต์ในปี 2568 มาจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะกลุ่ม xEV ทั้ง BEV และ HEV ที่ขยายตัวชัดเจน ขณะเดียวกัน ตลาด Aftermarket หรือธุรกิจอะไหล่รถยนต์ของไทยยังได้รับแรงหนุนจากจำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมในประเทศที่มีมากกว่า 20 ล้านคัน ส่งผลให้ความต้องการซ่อมบำรุงมีฐานกว้างและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง SCL จึงมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้าอะไหล่แท้จากค่ายรถยนต์ชั้นนำ ควบคู่กับการคัดเลือกแบรนด์อะไหล่ทดแทนคุณภาพสูงเข้ามาเสริมพอร์ตสินค้า เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า และบริหารโครงสร้างสินค้าให้เหมาะสมเพื่อรักษาระดับมาร์จิ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตจากปีก่อน พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม” นายสกล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...