ศาลแก้เพิ่มข้อหา ‘ศุภชัย’ คดีสหกรณ์คลองจั่นเกือบ 600 กระทง สั่งคืนเงิน 1.6 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ 4 เเละสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์และโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์ กับพวก11 ราย ฐานฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสาร และลักทรัพย์นายจ้าง
คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการฟ้องซ้ำ กับคดีที่
ศาลอาญาพิพากษาไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563
ต่อมาวันที่ 17 ม.ค. 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้ โดยมองว่าคดีไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เเละลงโทษ นายศุภชัย (จำเลยที่1) ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม กระทงละ 2 ปี 22 กระทง เป็นจำคุก 44 ปี
ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง จำคุกนายศุภชัย กระทงละ 1 ปี 721 กระทง เป็นจำคุก 721 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก มีกำหนด 20 ปีตามกฎหมายอาญา 91 (2) และให้คืนเงินจำนวน 10,812,663,995.29 บาท แก่โจทก์ร่วม
ในส่วนของจำเลยคนอื่นๆ จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 11 มีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ส่วนจำเลยที่ 7 มีความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 คือคงจำคุก20 ปี
จนเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมาศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยศาลฎีกาวินิจฉัยเเก้เพิ่มเป็น ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายกระทง ในสำนวนแรก จำคุก 5 ปี ในสำนวนหลัง ผิดฉ้อโกงประชาชน 16 กระทง และปลอม–ใช้เอกสารสิทธิปลอม 16 กระทง
ส่วนจำเลยที่ 7 มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์และลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง รวม 549 กระทง
แม้โทษรวมตามจำนวนกระทงจะพุ่งหลายร้อยปี แต่เมื่อรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกสูงสุด 20 ปี
สั่งให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหาย 2,455 ราย กว่า 5,612 ล้านบาท และคืนเงินแก่โจทก์ร่วมอีกกว่า 10,726 ล้านบาท โดยจำเลยที่ 7 ต้องร่วมรับผิดบางส่วนกว่า 9,000 ล้านบาท.