โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่รอด! ทิว โจรหมวกฟาง รับสารภาพแล้ว หลังบุกจี้ชิงทอง

สยามนิวส์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
านีตำรวจนครบาลพระโขนง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายจะลอ กุ่ยแก้ว หรือทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง

วันที่ 20 มกราคม 2569 สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายจะลอ กุ่ยแก้ว หรือทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนข่มขู่ ราดน้ำมัน ชิงทองคำน้ำหนักประมาณ 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าย่านพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนหลบหนี และถูกติดตามจับกุมได้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ซุ้มชายชุดดำ บริเวณเขื่อนแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ขณะควบคุมตัวผู้ต้องหาเข้าสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษคุ้มกันอย่างเข้มงวด สอบถามถึงเพื่อนที่ฝากทองไปขายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหาระบุว่า มีจริงครับ และเมื่อถามถึงการเตรียมการก่อเหตุ เจ้าตัวตอบสั้น ๆ ว่า ไม่ครับ ก่อนถูกนำตัวเข้าสอบสวนเพิ่มเติม

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบว่าผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า เช่น ลักรถจักรยานยนต์มาใช้ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ปกปิดอำพรางใบหน้า และเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม

จากการสืบสวนพบว่า วันที่ 29 มกราคม ผู้ต้องหาเข้าไปดูลาดเลาภายในร้านทองในห้างช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. แต่ยังไม่ลงมือ จนกระทั่งวันที่ 30 มกราคม ได้กลับมาอีกครั้ง เดินวนเวียนภายในห้างเป็นเวลานาน ก่อนก่อเหตุราว 23.00 น. หลังเห็นว่าประชาชนบางตา แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และนำรถไปทิ้งลงคลองย่านพัฒนาการ ซอย 10 เพื่อทำลายหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถไฟไปจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนำทองคำติดตัวไปด้วย พำนักอยู่ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก่อนเดินทางต่อไปอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย จากการตรวจสอบพบว่าทองมีตราร้าน ไม่สามารถจำหน่ายในประเทศได้ จึงติดต่อเพื่อนในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำทองไปขาย โดยตกลงรับเงินล่วงหน้า 200,000 บาท และนัดรับเงินส่วนที่เหลือวันที่ 7 มีนาคม

เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมได้ พร้อมขออนุมัติศาลออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลงมือเพียงลำพัง มีแรงจูงใจต้องการเงินไปซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ และเล่นการพนัน อีกทั้งเคยต้องโทษจำคุกหลายครั้ง ล่าสุดพ้นโทษเดือนตุลาคม 2568 หลังรับโทษ 5 ปีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และลักรถจักรยานยนต์หลายคันเพื่อใช้ก่อเหตุ

พล.ต.ท.นพศิลป์ ระบุว่า จากคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาได้นัดพบเพื่อนซึ่งเป็นชนเผ่าเดียวกันในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน พูดคุยเรื่องการนำทองที่มีตราร้านไปขาย พร้อมอ้างว่ารู้วิธีหลีกเลี่ยงความผิดจากประสบการณ์ในเรือนจำ โดยได้รับเงินล่วงหน้า 200,000 บาท ก่อนข้ามฝั่งไปเล่นพนัน แลกชิป 700,000 บาท และสูญเสียเงินไปกว่า 500,000 บาท เหลือเงินกลับมาประมาณ 100,000 บาท

รวมกับเงินสดที่ได้จากร้านทอง ผู้ต้องหามีเงินในมือราว 500,000 บาท ก่อนนำไปซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง ยี่ห้อฟอร์ซ่า ให้เพื่อน 100,000 บาท และซื้ออีกคันราคา 190,000 บาท ส่วนที่เหลือใช้จ่ายระหว่างหลบหนี

ผู้ต้องหายังให้การว่า เลือกก่อเหตุในห้างดังกล่าวเพราะคุ้นเคยพื้นที่ เคยใช้ชีวิตและทำงานย่านนั้นมาก่อน อีกทั้งติดตามข่าวการสืบสวนของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และหลบหนีไปกบดานประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนลักลอบกลับเข้าไทยเมื่อเห็นว่ากระแสข่าวเงียบลง

เจ้าตัวยังกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดว่า ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และฝากเตือนผู้ที่คิดจะกระทำผิดว่า ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง เพราะสุดท้ายแล้วไม่สามารถหลบหนีความผิดได้พ้น ไม่ว่าจะหนีไปที่ใดก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีอยู่ดี โดยเฉพาะในฐานะคนไทย ต่อให้หลบหนีไปต่างประเทศก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน และท้ายที่สุดก็ต้องกลับมารับโทษ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ และจุดทิ้งอาวุธปืนปลอมกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสะพานข้ามคลองพัฒนาการ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวฝากขังศาลอาญาพระโขนงในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...