โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรไทย ขยับเพิ่มจีดีพีปี 69 จับตาทรัมป์เปลี่ยนทิศนโยบายการค้า

เดลินิวส์

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.18 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ขยับเพิ่มจีดีพีไทยปี 69 หลังเศรษฐกิจไทยโตดีเกินคาด จากความเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่ จับตาทรัมป์เปลี่ยนทิศนโยบายการค้า เร่งทำเอฟทีเออียู-สหรัฐ

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 69 จากเดิม 1.6% เป็นขยายตัว 1.9% และปี 70 เป็นขยายตัว 2.2% จากเดิม 2% หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจหรือจีดีพีไตรมาส 4 ปี 68 และทั้งปี 68 ขยายตัวได้ดีกว่าคาด จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความคาดหวังรัฐบาลใหม่ และบริหารเต็ม 4 ปี ทำให้นโยบายมีความต่อเนื่อง

“จีดีพีไทยปี 69 จะขยายตัวเป็นบวกได้ทั้ง 4 ไตรมาส จากเดิมที่คาดว่าไตรมาสแรกของปี 69 จะขยายตัวติดลบ จากการส่งออกที่ชะลอตัวลง แต่ตัวเลขส่งออกที่ออกมายังพบว่าขยายตัวได้ดี โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับประมาณการส่งออกของปี 69 จากเดิมคาดว่าจะติดลบ 2% เป็นขยายตัวเป็นบวก 1.5%”

นายบุรินทร์ กล่าวว่า การประกาศนโยบาย อเมริกัน เฟิร์ส เทรด โพลิซี โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อโครงสร้างการค้าโลก แต่ยังเร่งให้ประเทศต่างๆ ต้องปรับยุทธศาสตร์ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ จากมาตรการที่มุ่งเป้าไปที่จีนได้ขยายสู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานาประเทศทั่วโลกและในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้เหตุผลด้านความมั่นคงและทางการเมือง เพื่อบังคับใช้ภาษีนำเข้าทั้งภาษีตอบโต้ และภาษีรายสินค้า ภายใต้มาตรา 232 นอกจากนั้น ยังดำเนินนโยบายด้านภูมิรัฐศาสตร์ตามแนวคิดลัทธิมอนโรที่มองว่าทั้งทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐฯ สะท้อนได้จากการกำหนดอัตราภาษีตอบโต้กับประเทศในลาตินอเมริกาส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 10% ขณะที่ประเทศบราซิลถูกเรียกเก็บภาษีที่ระดับ 50% จากเหตุผลทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม นโยบายอเมริกัน เฟิร์ส เทรด โพลิซี ไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการค้าโลก เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจอเมริกาอย่างที่คาดไว้ ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ล่าช้า (เริ่ม ส.ค.68) และประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ

สำหรับไทย ประเด็นที่ต้องจับตาคือ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ไทยส่งออกไปแข่งขันกับอินเดียโดยตรงที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เนื่องจากสินค้าส่งออกจากไทยเสียเปรียบอินเดีย เพราะไทยไม่มีข้อตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับทางสหภาพยุโรป ส่วนในระยะต่อไป รัฐบาลไทยต้องเร่งให้มีข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...