โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เทคนิคเพิ่มความอึด สำหรับนักวิ่งมือใหม่ วิ่งได้ไกลขึ้นแบบไม่เหนื่อยหอบ

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
มือใหม่วิ่งแป๊บเดียวก็เหนื่อยหอบ? แจก 7 เทคนิคเพิ่มความอึดให้คุณผู้ชาย วิ่งได้ไกลขึ้น นานขึ้น แบบไม่ทรมานร่างกาย พร้อมเคล็ดลับฝึกหายใจและตารางซ้อมที่เห็นผลจริง!

วิ่งแป๊บเดียวก็เหนื่อย? ลอง 7 เทคนิคเพิ่มความอึด ให้วิ่งได้ไกลแบบไม่ทรมาน

การเริ่มต้นวิ่งอาจดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณผู้ชายหลายคน แต่ปัญหาที่พบบ่อยคืออาการเหนื่อยหอบจนปอดแทบระเบิดหลังจากวิ่งไปได้เพียงไม่กี่กิโลเมตร ความรู้สึกท้อแท้จากความเหนื่อยล้ากลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนล้มเลิกความตั้งใจไปเสียก่อน

การเพิ่มระยะทางและความทนทานของร่างกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงฮึดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการฝึกซ้อมที่ถูกวิธี บทความนี้จึงรวบรวม 7 เทคนิคเพิ่มความอึดฉบับมือใหม่ที่จะช่วยให้คุณวิ่งได้นานกว่าเดิม โดยไม่สร้างภาระให้ร่างกายหนักจนเกินไป

1. ใช้กฎความเร็วที่คุยรู้เรื่อง

ความผิดพลาดอันดับต้นๆ ของมือใหม่คือการออกสตาร์ทแรงเกินไป เทคนิคเพิ่มความอึดที่ได้ผลดีที่สุดคือการวิ่งด้วยความเร็วต่ำในระดับที่ยังสามารถพูดเป็นประโยคได้โดยไม่หอบเหนื่อย การวิ่งในโซน 2 หรือการวิ่งแบบช้าๆ จะช่วยสร้างระบบแอโรบิกพื้นฐานให้แข็งแรง

การฝึกวิ่งช้าจะช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ช่วยลดโอกาสเกิดอาการจุกเสียดหรืออาการเหนื่อยจนหน้ามืด ทำให้คุณผู้ชายสามารถรักษาระยะทางการวิ่งได้สม่ำเสมอและต่อเนื่องมากกว่าการฝืนวิ่งเร็วเกินกำลัง

2. ฝึกเทคนิควิ่งสลับเดิน

นักวิ่งมือใหม่ไม่จำเป็นต้องวิ่งรวดเดียวจบ แต่ควรใช้เทคนิควิ่งสลับเดินซึ่งเป็นวิธีที่นักวิ่งระดับโลกหลายคนแนะนำ โดยอาจเริ่มจากการวิ่ง 3 นาที สลับกับการเดินเร็ว 1 นาที เพื่อช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อและข้อต่อไม่ให้ล้าจนเกินไป

วิธีนี้จะช่วยให้คุณผู้ชายสะสมระยะทางได้ไกลขึ้นในแต่ละครั้งที่ออกไปซ้อม เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวและมีความแข็งแรงมากขึ้นแล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนเวลาในการวิ่งและลดเวลาการเดินลง จนกระทั่งสามารถพัฒนาเป็นการวิ่งยาวต่อเนื่องได้ในที่สุด

3. โฟกัสจังหวะการก้าวเท้า

การก้าวยาวเกินไปมักทำให้ร่างกายรับแรงกระแทกหนักและสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ ควรปรับเปลี่ยนมาเป็นการก้าวเท้าให้สั้นลงแต่มีความถี่เพิ่มขึ้น โดยพยายามรักษาจังหวะการก้าวให้อยู่ที่ประมาณ 170-180 ก้าวต่อนาที เพื่อกระจายแรงกระแทกให้เหมาะสม

การเพิ่มรอบขาจะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของหัวเข่าและข้อเท้า นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณผู้ชายรักษาระดับพลังงานไว้ใช้ในช่วงท้ายของการวิ่งได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ร่างกายไม่ล้าเร็วจนเกินไปเมื่อต้องวิ่งในระยะทางที่ไกลขึ้น

4. ฝึกหายใจด้วยท้องเพิ่มความอึด

การหายใจตื้นเพียงแค่ช่วงหน้าอกจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ คุณผู้ชายควรฝึกหายใจให้ลึกลงไปถึงท้องและพยายามจัดจังหวะการหายใจให้สอดคล้องกับการก้าวเท้า เช่น หายใจเข้า 3 ก้าว และหายใจออก 3 ก้าว อย่างสม่ำเสมอ

การรักษาจังหวะหายใจที่นิ่งจะช่วยลดความเครียดของร่างกายและช่วยให้หัวใจเต้นในจังหวะที่คงที่ ทำให้คุณวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกอึดอัดหน้าอกหรือหายใจไม่ทัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคนิคเพิ่มความอึดที่นักวิ่งทุกคนควรฝึกฝนให้ชำนาญ

5. เสริมความแข็งแรงด้วย Strength Training

กล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงคือกุญแจสำคัญสู่การวิ่งระยะไกล คุณผู้ชายควรแบ่งเวลาอย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์เพื่อบริหารร่างกายแบบเวทเทรนนิ่ง โดยเน้นกล้ามเนื้อส่วนขาและแกนกลางลำตัว เช่น ท่า Squat, Lunges และ Plank เพื่อความสมดุลของร่างกาย

กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยพยุงร่างกายและรักษาฟอร์มการวิ่งไม่ให้ผิดเพี้ยนเมื่อเริ่มมีอาการล้า ส่งผลให้การวิ่งนิ่งขึ้นและประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิม การเสริมสร้างกล้ามเนื้อจึงเป็นวิธีทางอ้อมที่ช่วยเพิ่มพูนความอึดได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน

6. กฎการเพิ่มระยะทาง 10 เปอร์เซ็นต์

ความใจร้อนที่ต้องการวิ่งให้ได้ระยะไกลในเวลาอันสั้นมักนำไปสู่อาการบาดเจ็บเรื้อรัง ควรใช้กฎการเพิ่มระยะทางรวมต่อสัปดาห์ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์จากสัปดาห์ก่อนหน้า เพื่อให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อมีเวลาปรับตัวกับแรงกระแทกที่เพิ่มมากขึ้น

การสะสมระยะทางอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ร่างกายทนทานขึ้นอย่างมั่นคง ลดความเสี่ยงจากการฝึกซ้อมเกินกำลัง (Overtraining) และลดความเหนื่อยล้าสะสมที่จะส่งผลกระทบต่อตารางการซ้อมในวันถัดไป ทำให้การพัฒนาความอึดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

7. ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและสารอาหาร

ความอึดไม่ได้สร้างขึ้นแค่ในช่วงเวลาที่วิ่งเท่านั้น แต่ยังถูกสร้างขึ้นในขณะที่ร่างกายพักผ่อน คุณผู้ชายควรนอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงควรจิบน้ำและเติมสารอาหารที่จำเป็นทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย

การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้คล่องตัว ลดภาระการทำงานของหัวใจ ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีพลังในการวิ่งได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม การดูแลตัวเองอย่างครบวงจรจึงเป็นเทคนิคเพิ่มความอึดที่มองข้ามไม่ได้

สรุปแนวทางการฝึกวิ่งสำหรับมือใหม่

การพัฒนาเทคนิคเพิ่มความอึดเพื่อวิ่งให้ไกลขึ้นต้องอาศัยความอดทนและระเบียบวินัย เมื่อคุณผู้ชายนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป จะพบว่าการวิ่งไม่ใช่เรื่องทรมานอีกต่อไป แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างความมั่นใจและสุขภาพที่แข็งแรง

หัวใจสำคัญคือการให้เวลาร่างกายได้เรียนรู้และพัฒนาอย่างเหมาะสม เส้นชัยที่เคยดูไกลเกินเอื้อมจะกลายเป็นเพียงทางผ่านที่คุณสามารถก้าวข้ามไปได้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมสุขภาพหัวใจและปอดที่แข็งแรงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...