โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : อี แจมยอง กับบทบาทตัวกลาง ผู้ชนะกลางรอยร้าวเอเชียตะวันออก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 8 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
China Daily via REUTERS

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : อี แจมยอง กับบทบาทตัวกลาง ผู้ชนะกลางรอยร้าวเอเชียตะวันออก

เอเชียตะวันออก เป็นภูมิภาคที่มีความน่าสนใจและความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ผ่านความสัมพันธ์ที่มีทั้งรอยร้าวและใกล้ชิดสลับกันไปแต่ละช่วงเวลาขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศในช่วงนั้น ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของปี 2026 ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้เดินสายเยือนประเทศจีนและตามด้วยญี่ปุ่นแบบติดต่อกัน รวมถึงมีการหารือที่ชื่นมื่นกับทั้ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น เป็นสัญญาณของการผนึกกำลังกันที่แน่นแฟ้นขึ้นในเอเชียตะวันออกโดยมีเกาหลีใต้เป็นตัวกลาง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกระหว่างญี่ปุ่นและจีน

แม้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะเป็นตลาดใหญ่เพราะแต่ละประเทศมีประชากรมาก มีกำลังซื้อสูง และเป็นฐานอุตสาหกรรมใหญ่ของโลก แต่ประเทศในภูมิภาคนี้กลับมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันมาโดยตลอดและมีการปะทุเป็นระยะ เช่น เกาหลีใต้ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอลมีจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อจีน ขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เองก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันจากช่วงสงครามโลกและต่อเนื่องมาจากกรณีพื้นที่พิพาททางทะเล นอกจากนั้น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงของสหรัฐในเอเชียตะวันออกจนสร้างแรงกดดันให้กับจีนเป็นระยะ

แม้แต่ในเร็วๆ นี้ ภูมิภาคนี้ยังมีความตึงเครียดครั้งใหญ่เมื่อนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิของญี่ปุ่นให้ความเห็นในรัฐสภาโตเกียวว่าหากจีนเข้ารุกรานไต้หวันก็จะเข้าข่ายเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นต้องใช้กำลังทหาร จุดประเด็นให้จีนไม่พอใจญี่ปุ่นอย่างมากจนประกาศออกคำแนะนำไม่ให้พลเมืองจีนเดินทางไปญี่ปุ่น และสั่งยกเลิกการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items) ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งคำสั่งนี้อาจรวมถึงแร่แรร์เอิร์ธที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น

แต่นับจากที่นายอี แจมยอง เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว เขานำพาเกาหลีใต้หันไปกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ญี่ปุ่น และแม้แต่เกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีอีเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันที่ 5 มกราคม ถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 5 ปีของผู้นำเกาหลีใต้ อีได้พบหารือกับประธานาธิบดีสีของจีนซึ่งเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก ถึงขนาดที่อีนำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ เสียวหมี่ ที่สีมอบให้เมื่อปีที่แล้วมาถ่ายภาพ “เซลฟี่” กับสี ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่าการเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และจีน และอยากที่จะเริ่มต้นเฟสใหม่ของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะที่สีเองก็ขอให้อียืนอยู่ในฝั่งที่ถูกต้องทางประวัติศาสตร์ และหยิบยกว่าทั้งสองประเทศมีประวัติศาสตร์ร่วมกันในการต่อต้านแสนยนิยมของญี่ปุ่น

ในสัปดาห์ต่อมา ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เดินทางเยือนเมืองนาราของญี่ปุ่น เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซึ่งการหารือออกมาอย่างชื่นมื่นเช่นกัน ซึ่งทั้งสองผู้นำเห็นพ้องที่จะแลกเปลี่ยนการเยือนแบบสม่ำเสมอ หรือ shuttle diplomacy ทาคาอิจิคาดหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นปีแห่งการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ทั้งสองประเทศควรผนึกกำลังกันเพื่อมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพให้กับภูมิภาคนี้ รวมถึงเสริมความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเพื่อต้านทานความตึงเครียดที่มากขึ้นในภูมิภาค

การเยือนจีนและญี่ปุ่นของประธานาธิบดีอีต่างเต็มไปด้วยนัยสำคัญ เช่น อีอยากให้จีนช่วยโน้มน้าวเกาหลีเหนือให้กลับมาติดต่อกับเกาหลีใต้อีกครั้งและยอมวางอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนจีนเองก็ต้องการให้เกาหลีใต้อยู่ฝั่งเดียวกับจีนเพื่อโดดเดี่ยวญี่ปุ่นให้มากที่สุดทั้งในเรื่องการค้าและการทูต ญี่ปุ่นเองก็เข้าหาเกาหลีใต้มากขึ้นหลังแตกคอกับจีนอย่างหนักและเดินหน้ามุ่งกระชับความสัมพันธ์ในความร่วมมือไตรภาคีด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐ นอกจากนั้น สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีความเอาแน่เอานอนไม่ได้สูง เกาหลีใต้จึงเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงไว้ใจได้ของญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออกที่มองข้ามไม่ได้

นักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นว่าเกาหลีใต้อยู่ตรงกลางระหว่างจีนและญี่ปุ่น สิ่งที่ผู้นำเกาหลีใต้พยายามทำคือรักษาความสมดุลของความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ด้วยการมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้ และในขณะเดียวกันก็มุ่งสานต่อความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นที่มีสถานะพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐด้วยกันทั้งคู่ หลี่ เฮา ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตเกียวให้ความเห็นว่า เกาหลีใต้เป็น “อำนาจกลาง” ตามภูมิรัฐศาสตร์ของเอเชียตะวันออก ด้วยเหตุนั้น รัฐบาลของนายอีจึงเดินเกมด้วยการรักษาความเป็นกลางระหว่างจีนและญี่ปุ่นให้ได้นานที่สุดและหวังว่าทั้งสองประเทศจะคืนดีกัน ส่วนเกาหลีใต้เองจะมีจุดยืนคงที่มากกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทุของความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น

นอกจากบรรยากาศการเยือนที่ชื่นมื่นแล้ว ประธานาธิบดีอีของเกาหลีใต้ยังเดินเกมได้ฉลาดด้วยการระมัดระวังเรื่องการแสดงความคิดเห็นและการวางตัวเกี่ยวกับกรณีระหว่างจีนและญี่ปุ่น อีกล่าวว่าเกาหลีใต้จะเข้ามามีบทบาทสร้างสรรค์ในเรื่องนี้หากจังหวะเวลาและโอกาสเหมาะสมเท่านั้น “ประธานาธิบดีสีของจีนไม่พอใจกับจุดยืนของญี่ปุ่นในเรื่องไต้หวันอย่างมาก ดังนั้นจึงคิดว่านี่เป็นเรื่องระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ต้องแก้ไขกันเอง นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราควรไปยุ่งด้วย” อีกล่าว

การเดินเกมและวางบทบาทได้ดีของอีทำให้เกาหลีใต้ได้ประโยชน์จากความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น บรรดานักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นต่างหันมาเที่ยวเกาหลีใต้ ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ขณะที่ภาคธุรกิจของเกาหลีใต้ก็ได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นกับจีนเช่นกัน หากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีใต้ดีขึ้นก็อาจทำให้จีนยกเลิกการจำกัดเพลงและซีรีย์เกาหลีในประเทศจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดใหญ่ให้กับเคป็อปได้ ในช่วงเวลาที่หลายคนมองว่าเคป็อปเริ่มไม่ร้อนแรงเหมือนเมื่อก่อน

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ไม่แน่นอนและพลิกผันตลอดเวลา เกาหลีใต้จึงเปรียบเสมือนตัวกลางที่คอยประสานรอยร้าวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเข้าด้วยกัน ให้ภูมิภาคพอจะเดินต่อไปได้บ้างแม้จะมีความตึงเครียดระหว่างกันอย่างหนัก การเดินเกมที่ฉลาดของผู้นำเกาหลีใต้นอกจากจะเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเกาหลีใต้ในเวทีระหว่างประเทศแล้ว ยังทำให้เกาหลีใต้ได้ประโยชน์จากทั้งจีนและญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : อี แจมยอง กับบทบาทตัวกลาง ผู้ชนะกลางรอยร้าวเอเชียตะวันออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...