โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปแบรนด์ผลงานเด่น ชนะใจโซเชียลแห่งปี จาก Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา Thailand Social Awards ส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการมอบรางวัลให้แก่แบรนด์และครีเอเตอร์ที่ทำผลงานได้มีประสิทธิภาพทั้งด้านการผลิตเนื้อหา และความเหมาะสมทางด้านจริยธรรม เพื่อตอกย้ำบทบาทสำคัญของวงการโซเชียลที่เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับเกณฑ์การวัดผลผู้ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียในครั้งนี้ โดยใช้ Social Metric เป็นเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการสื่อสารบนโซเซียลมีเดีย ที่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินการมอบรางวัลในงาน Thailand Social Awards โดยทำการเก็บข้อมูลทางสถิติ จากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 นำมาคำนวณวัดประสิทธิภาพโดยใช้ปัจจัยทั้งในเชิงปริมาณ (Quantity) และเชิงคุณภาพ (Quality) เพื่อให้ได้ค่าชี้วัดประสิทธิภาพการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย (Social Metric Score) ทั้งนี้ การให้น้ำหนัก (Weighted) ในแต่ละปัจจัย จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ รวมถึงมีการปรับตามพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทยทุกปี เพื่อให้ได้มาซึ่งการวัดผลที่สมบูรณ์และครอบคลุมอย่างแท้จริง

แม้เวที Thailand Social Awards จะมีหลากหลายรางวัล ทว่า ในกลุ่มที่น่าสนใจอย่าง Best Brand Performance on Social Media จำนวน 37 สาขา มีผู้คว้ารางวัล ดังนี้

1.กลุ่มธุรกิจรถยนต์และรถจักรยานยนต์(Automotive ) ผู้ชนะคือToyota Motor Thailand

2.กลุ่มธุรกิจธนาคาร(Bank) ผู้ชนะคือ Krungthai
3.กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม(Non-Alcoho; & Alcohol) ผู้ชนะคือ Pepsithai
4.กลุ่มธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.(Broadcasting) ผู้ชนะคือThairathTV
5.กลุ่มธุรกิจร้านกาแฟและขนม(Cafe and Dessert) ผู้ชนะคือ Butterbear

6.กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง(Construction Material) ผู้ชนะคือ TOA

7.กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน(Consumer Electronics) ผู้ชนะคือ Haier

8.กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง(Cosmetics) ผู้ชนะคือ L'Oréal Paris

9.กลุ่มธุรกิจบัตรเครดิตภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย(Credit card) ผู้ชนะคือ Krungsri First Choice

10.กลุ่มธุรกิจขนส่งอาหารและบริการเรียกรถ(Delivery) ผู้ชนะคือ Grab

11.กลุ่มธุรกิจอาหารพร้อมทานและขนมขบเคี้ยว(Food & Snacks) ผู้ชนะคือ Procoro

12.กลุ่มสถานีบริการน้ำมันและสถานีชาร์จรถไฟฟ้า(Gas Station and EV Charging Station)ผู้ชนะคือ Caltex Thailand

Butterbear คว้ารางวัลกลุ่มธุรกิจร้านกาแฟและขนม

13.กลุ่มธุรกิจห้างทองและอัญมณี(Gold & Jewelry) ผู้ชนะคือ Aurora Gold and Jewelry

14.กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน(Home & Decoration) ผู้ชนะคือ HomePro

15.กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชน(Hospital)ผู้ชนะคือ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

16.กลุ่มธุรกิจโรงแรม(Hotel)ผู้ชนะคือ บ้านไร่ ไออรุณ

17.กลุ่มธุรกิจไฮเปอร์มาเกตและซูเปอร์มาเกต(Hypermarket & Supermarket) ผู้ชนะคือ Lotus's

18.กลุ่มธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย(Insurance & Assurance)ผู้ชนะคือ Muang Thai Life

19.กลุ่มธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย(Leasing) ผู้ชนะคือ เงินเทอร์โบ

20.กลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าและพัสดุ(Logistics)ผู้ชนะคือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

21.กลุ่มธุรกิจแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์(Marketplace & E-Commerce Platform) ผู้ชนะคือ Shopee

22.กลุ่มธุรกิจขนส่งสาธารณะและขนส่งมวลชน(Mass transit & Transportation) ผู้ชนะคือ รถไฟฟ้าบีทีเอส บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

23.กลุ่มธุรกิจมือถือ(Mobile) ผู้ชนะคือ Samsung

24.กลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการสำหรับแม่และเด็ก(Mom & Baby)ผู้ชนะคือ Babi Mild

25.กลุ่มธุรกิจศูนย์การประชุมศูนย์จัดการแสดงสินค้า และนันทนาการ(Out of Home Entertainment) ผู้ชนะคือ Major Group

26.กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดกาย(Personal Care) ผู้ชนะคือ NIVEA

27.กลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่ธนาคารภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย(Personal Loan) ผู้ชนะคือ Promise

28.กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่พักอาศัย(Residential Real Estate) ผู้ชนะคือ SANSIRI

29.กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร(Restaurant) ผู้ชนะคือ KFC Thailand

Major Group คว้ารางวัล Out of Home Entertainment

30.กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า(Shopping Center & Department Store)ผู้ชนะคือ ICONSIAM

31.กลุ่มธุรกิจดูแลผิวหน้าและเวชสำอาง(Skincare) ผู้ชนะคือ Garnier

32.กลุ่มธุรกิจแพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิงออนไลน์(Streaming Platform) ผู้ชนะคือ NETFLIX

33.กลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ต(Telecommunication)ผู้ชนะคือ AIS

34.หน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุน(Promotion and Support Agency) ผู้ชนะคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

35.หน่วยงานบริการ(Public Service) ผู้ชนะคือ กรมอุตุนิยมวิทยา

36.หน่วยงานกำกับดูแล(Regulatory)ผู้ชนะคือ ตำรวจสอบสวนกลาง

37.หน่วยงานยุทธศาตร์และนโยบาย(Strategy and Policy) ผู้ชนะคือ กรุงเทพมหานคร

กล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ย้อน 14 ปีก่อน ประเทศไทยมีผู้คนใช้โซเชียลมีเดียราว 3 ใน 10 คน แต่ปัจจุบันไม่เพียงผู้บริโภคแต่แบรนด์สินค้าเข้าไปยึดหัวหาดสื่อโซเชียลเพื่อทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายและ“ทรงอิทธิพล” ต่อทุกคนในประเทศจากการโพสต์เนื้อหาถึงแฟนคลับ ลูกค้า สังคม และส่งผลสร้างรายได้ให้กับหลายคนเกิดขึ้น

Thailand Social Awards เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของ 2,600 แบรนด์ ตลอด 12 เดือน ผ่าน 70 ตัวแปร โดยมีข้อมูลราว 2.8 ล้านดาต้าพอยท์ และใช้เวลา 50 วันเพื่อประมวลผล แม้แบรนด์สินค้าใหญ่จะมีค่าเร่งพลังด้วยงบการตลาดได้ แต่ปีนี้เห็นแบรนด์เล็ก แบรนด์ไทยมีไอเดียดีสร้างสรรค์คอนเทนต์จนแข่งกับแบรนด์ระดับโลกได้ เช่น SOURI ที่ “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" สร้างบทบาทซีอีโอ แบรนด์ดิ้งโดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่ง หรือสกินแคร์ไทยแบรนด์ต่างๆ

“ไวซ์ไซท์จัด Thailand Social Awards มา 14 ปี เรารู้ว่าโซเชียลมีเดียมีผลต่อสังคม ชีวิตของหลายๆคน จึงต้องการวัดผลเพื่อให้รางวัลกับตัวแทนแบรนด์ที่ทำหน้าที่โดดเด่นยอดเยี่ยมแต่ละสาขา และรางวัลจะไม่ศักดิ์สิทธิ์หากไม่ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการ ซึ่งเรารู้ว่าหลายแบรนด์ทำคอนเทนต์คุณภาพดี แต่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย”

ผ่านปี 2568 เข้าศักราชใหม่ “กล้า” บอกว่า บทสรุปปีก่อนเห็นชัดว่า ไม่ต้องมีคำถามกับแพลตฟอร์ม “ติ๊กต็อก”(TikTok)อีกแล้ว เพราะถือเป็นโซเชียล “อันดับ 1 ของประเทศ” ที่กอบโกยเอนเกจเมนต์มหาศาลจจากผู้บริโภค เหลือเพียง “แบรนด์สินค้า” ที่ยังไม่กระโดดเข้าไปทำสื่อสารการตลาด

“ผู้บริโภคปรับตัวแล้ว แต่แบรนด์ยังปรับตัวช้า จำนวนคอนเทนต์ของแบรนด์บนติ๊กต็อกมีกว่า 10% และ 30-40%ยังทำคอนเทนต์บนเฟซบุ๊ก ตอนนี้ติ๊กต็อกเหมือนเฟซบุ๊กยุคแรกๆที่แบรนด์กระโดดเข้าไปก่อนย่อมได้พลังสื่อสารที่ดีกว่า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...