โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตร.สาวเส้นทางการเงิน 12 ล้าน! พบโยงบริษัทเสี่ยใหญ่ – หนุนม็อบสร้างนิคมจะนะ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.

ตร.สาวเส้นทางการเงิน 12 ล้าน! พบโยงบริษัทเสี่ยใหญ่ – หนุนม็อบสร้างนิคมจะนะ ต้นตอโผล่ช่วงประชาพิจารณ์ปี 63 ขณะที่ ตำรวจเตรียมเรียกสอบเพิ่ม ขยายผลสู่ผู้เกี่ยวข้อง

วันที่ 12 มิ.ย.68 จากกรณีพบกล่องบรรจุเงินสด 12 ล้านบาท วางอยู่ข้างกองขยะในคอนโดมิเนียมย่านเมืองทองธานี สร้างความฮือฮาในสังคมออนไลน์และโลกสื่อมวลชน ต่อมาไม่นาน นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ได้ออกมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของเงิน พร้อมอ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวมาจากการทำงานเป็นทนายความ และเก็บสะสมไว้ตั้งแต่ปี 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 1 และ ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้ สามารถตรวจสอบที่มาของเงินจำนวน 12 ล้านบาทได้อย่างชัดเจนแล้ว จากการสอบถามข้อมูลจากธนาคารที่เกี่ยวข้อง พบว่าเงินถูกทยอยเบิกเป็นเงินสด ครั้งละ 1,900,000 บาท ในช่วงปี 2563 โดยจงใจไม่ให้ถึงเกณฑ์ 2 ล้านบาทที่ต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

เมื่อตรวจสอบย้อนกลับ พบว่า เงินถูกเบิกผ่านบริษัท 4 แห่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ นายทวีวัฒน์ และน่าสังเกตว่า ทั้ง 4 บริษัทได้ยุติกิจการในช่วงปี 2564 ภายหลังจากที่เงินถูกเบิกออกมาอย่างครบถ้วน

ที่สำคัญไปกว่านั้น ตำรวจสามารถแกะรอยไปยังต้นทางของเงิน พบว่า ถูกโอนมาจากบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ ของนักธุรกิจชื่อดังในภาคใต้ ซึ่งประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท ทั้ง การผลิตวัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และโรงงานกำจัดขยะ โดยใช้วิธีโอนผ่านบริษัทชั้นกลาง เพื่อกระจายความเสี่ยง

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเงินก้อนนี้กับ การเคลื่อนไหวของมวลชนฝ่ายสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยเฉพาะในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดทำประชาพิจารณ์ เพื่อพิจารณาอนาคตของโครงการที่มีข้อถกเถียงสูงในสังคม

ในขณะนั้น ชาวบ้านจำนวนมากได้ลุกขึ้นต่อต้านโครงการด้วยเหตุผลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งประมงชายฝั่ง และวิถีชีวิตดั้งเดิม แต่ขณะเดียวกัน ก็มีขบวนการมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวในเชิงสนับสนุน และหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึงคือ นายทวีวัฒน์ ซึ่งมีบทบาทในการประสานงานและเข้าร่วมกิจกรรมหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เงิน 12 ล้านบาทนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือสนับสนุนการเคลื่อนไหวของมวลชนฝ่ายสนับสนุนโครงการ ซึ่งหากเป็นจริง อาจเข้าข่ายความผิดทั้งในด้านฟอกเงิน และการใช้ทุนเอกชนแทรกแซงกระบวนการประชาพิจารณ์อย่างไม่ชอบธรรม

หลังได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของเงิน และเส้นทางการโอนผ่านบริษัทต่างๆ เจ้าหน้าที่เตรียม เรียกตัวนายทวีวัฒน์ มาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจมีการเรียกสอบเจ้าของบริษัทต้นทาง เพื่อพิจารณาความเกี่ยวข้องในเชิงลึก

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทางการเงินและพยานหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมมือกันในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงในทางการเมือง เศรษฐกิจ และผลประโยชน์ระดับพื้นที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...